
'PCC'ปัดทำผิดสัญญาสร้างโรงพักฉาว
'PCC'แจงละเอียดยิบ ปัดไม่ได้ทำผิดสัญญาสร้าง 369 โรงพักฉาว ชี้เหตุงานก่อสร้างล่าช้าเพราะ'สตช.'ไม่ส่งมอบพื้นที่โรงพัก 200 แห่ง ซ้ำยังตรงช่วงแต่งตั้งโยกย้าย
7 มี.ค. 56 นายพิบูลย์ อุดมสิทธิกุล , นายจาตุรงค์ อุดมสิทธิกุล และ นายวิศณุ วิเศษสิงห์ ผู้บริหารบริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ(ทดแทน) จำนวน 396 แห่ง ใน 2 ข้อหา คือ ฉ้อโกงผู้รับเหมาและความผิดเกี่ยวกับ พรบ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ(ฮั้วประมูล) ด้วยการเสนอราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อกีดกันการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยผู้ต้องหาพร้อมทนายความได้นำเอกสารหลักฐานเข้าชี้แจงรวม 14 รายการ ทั้งงบดุลของบริษัทและผลการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มโครงการ ซึ่งมี พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีพิเศษในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหา
ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า จากการสอบสวนในส่วนของเงินที่มีการเบิกจ่ายให้ บริษัท พีซีซีฯ โดยได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินไปตรวจสอบที่ธนาคารออมสิน สาขาช้างเผือก เบื้องต้นพบมีข้อพิรุธเนื่องจากมีการเบิกเงินแต่ไม่ได้นำไปใช้บริหารจัดการเกี่ยวกับการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน แต่นำไปใช้ในงานส่วนอื่นของบริษัท ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบลงรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและนัดส่งเอกสารเพิ่มเติมตามที่ดีเอสไอร้องขอภายใน 7 วัน
ขณะที่ นายพิบูลย์ เปิดเผยภายหลังเข้าให้ปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมงโดยระบุว่า ได้รับทราบข้อกล่าวหาทั้ง 2 ข้อแต่ยังมีเอกสารบางส่วนที่ต้องนำมาชี้แจงเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นการฮั้วประมูล ซึ่งไม่ได้เตรียมเอกสารชี้แจงมาด้วย อย่างไรก็ตามยืนยันว่า บริษัทไม่ได้เป็นไปตามที่มีการกล่าวหา และพร้อมจะแก้ไขส่วนที่เป็นปัญหา ซึ่งการก่อสร้างที่ล่าช้าไม่แล้วเสร็จตามสัญญาเกิดจากปัญหาของผู้ว่าจ้างที่ไม่ให้ความร่วมมือ ทั้งเรื่องการส่งมอบงาน การควบคุมงาน การตรวจรับงาน ซึ่งใช้เวลานานเนื่องจากเป็นงานของทางราชการ จึงมีขั้นตอนมากกว่าการรับงานของเอกชน ซึ่งยืนยันว่า บริษัทมีศักยภาพในการรับงานใหญ่ เนื่องจากเป็นบริษัทก่อสร้างที่มีผลงานมากว่า 40 ปี มีบริษัทในเครือ 12 บริษัท มีมูลค่า 4,000 - 5,000 บาท ส่วนกรณีที่บริษัทขาดสภาพคล่องจนไม่มีเงินไปจ่ายเป็นค่าแรงงานให้ผู้รับรับเหมาก่อสร้างนั้น เนื่องจากในช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา บริษัทไม่สามารถเบิกเงินค่างวดงานจาก สตช.ได้ เพราะอยู่ในช่วงแต่งตั้งโยกย้าย จึงยืนยันว่า ไม่มีการฉ้อโกงค่าแรงงานตามที่ถูกดีเอสไอแจ้งข้อหา
“ ในส่วนของการจ้างช่วงนั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่การจ้างช่วงแต่การบริหารแรงงาน เป็นเพียงการจ้างแรงงานซึ่งไม่ถือว่าผิดเงื่อนไข ซึ่งที่ผ่านมาได้แจ้งให้ผู้ว่าจ้างรับทราบ ซึ่งการจ้างช่วงสามารถกระทำได้หากคู่สัญญายินยอม มีการแจ้งให้สตช.รับทราบ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การจ้างช่วง แต่เป็นเพียงการจ้างแรงงาน โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง รวมถึงเสาเข็ม และบริษัทเป็นผู้ทำบัญชีเสียภาษีให้กับแรงงานทั้งหมดซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่การจ้างช่วง นอกจากนี้ยังยืนยันด้วยว่า ขณะนี้บริษัทไม่ได้ขาดสภาพคล่อง นอกจากงานก่อสร้างโรงพักทดแทนเล้วยังมีงานก่อสร้างในสัญญาอื่นๆ มูลค่านับหมื่นล้านบาท ” นายพิบูลย์ กล่าว
นายพิบูลย์ กล่าวต่อว่า หากเรื่องนี้ศาลตัดสินว่าบริษัทมีความผิด หรือทำผิดสัญญา สตช.จะไม่ได้รับความเสียหาย เพราะบริษัทวางเงินค้ำประกันสัญญาไว้กว่า 300 ล้านบาท และยังมีหนังสือค้ำประกันสัญญากับธนาคารออมสิน (แอลจี)หรือ Lone Agreement อยู่อีก 877 ล้านบาท ดังนั้นหากมีข้อผิดพลาดสตช.จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน สำหรับเงินที่เบิกล่วงหน้ามาทำงานกว่า 1,500 ล้านบาทนั้น ได้แบ่งฝากไว้ในธนาคารจำนวน 400 ล้านบาท ส่วนที่เหลือนำไปใช้ก่อสร้างโรงพักทดแทน หากพิจารณาจากข้อเท็จจริงจะทราบว่า แทบไม่เพียงพอกับเงินที่ต้องนำไปลงทุน โดยเฉพาะงานตอกเสาเข็ม ซึ่งเป็นฐานรากอาคาร
“ หาก สตช.ขยายสัญญาให้คาดว่าจะก่อสร้างสถานีตำรวจแล้วเสร็จกว่า 100 แห่ง ภายในเวลา 6 เดือน โดยเฉพาะพื้นที่ภาค 5 หรือภาคเหนือตอนบน ซึ่งการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ขอทำความเข้าใจว่ากรณีการรื้อโรงพักเก่าเป็นหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตำรวจต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มและจ้างแรงงานรื้อถอนเอง และยังพบว่าบางโรงพักมีการรื้อถอนก่อนการทำสัญญา ส่วนโรงพักที่ส่งมอบพื้นที่แล้วแต่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากติดขัดที่พรบ.ผังเมือง ห้ามเรื่องการก่อสร้างอาคารสูงเกิน 12 เมตร ทำให้ต้องมีการปรับแบบใหม่ เช่น โรงพักเชียงใหม่ น่าน และเกาะสีชัง ซึ่งสตช.ยังไม่ส่งแบบใหม่มาให้พีซีซี.”นายพิบูลย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิบูลย์ได้นำสำเนาโฉนดที่ดินบ้านพักและที่ตั้งของบริษัทใน จ.เชียงใหม่ มาแสดง เพื่อยืนยันว่าบริษัทเป็นของตนเองตั้งแต่ปี 2528 ไม่ได้เป็นของพ่อตานักการเมือง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองตามที่ถูกกล่าวหา
ด้าน พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาผู้บริหารบริษัท พีซีซี 3 รายว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาครบทั้ง 2 ข้อกล่าว คือ การฉ้อโกงผู้รับเหมาช่วงและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ซึ่งผู้บริหารบริษัทพีซีซีเซ็นรับทราบข้อกล่าวหา แต่ปฎิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิด โดยทางบริษัทฯได้นำเอกสารเอกสารมาชี้แจงค่อนข้างละเอียด โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการชี้แจงสาเหตุความล่าช้าในการก่อสร้างโดยอธิบายว่า ภายหลังการทำสัญญากับ สตช.จนถึงปัจจุบัน สตช.ส่งมอบพื้นที่ให้ก่อสร้างโรงพักเพียงกว่า 100 แห่ง อีกประมาณ 200 แห่งยังติดขัดไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตามบริษัทฯก็ไม่สามารถชี้แจงได้ว่าเหตุใดโรงพักที่ส่งมอบหนพื้นที่ได้แล้ว การก่อสร้างจึงยังไม่แล้วเสร็จ
“ ส่วนกรณีการจ้างผู้รับเหมาช่วงว่าบริษัทอ้างว่าเป็นการจ้างแรงงาน แต่ในชั้นการตรวจสอบพยานเอกสารพบว่าสัญญาระหว่างบริษัทพีซีซีกับผู้รับเหมาช่วงเป็นสัญญาให้ก่อสร้างโรงพัก ไม่ใช่การจ้างแรงงาน ดังนั้นพนักงานสอบสวนจะต้องเข้าสอบปากคำและตรวจสอบพยานเอกสารของบริษัทพีซีซีที่สำนักงานใหญ่ จ.เชียงใหม่ อีกครั้งในสัปดาห์หน้า”ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ กล่าว
พ.ต.ท.ถวัล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทฯยักย้ายถ่ายโอนเงิน บ่ายวันนี้ ตนจะเสนอให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอเซ็นคำสั่งสั่งอายัดเงินจำนวน 400 ล้านบาท รวมดอกเบี้ยในบัญชีธนาคารออมสิน สาขาประตูช้าง เผือก จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นจำนวนเงินครึ่งหนึ่งที่ทางธนาคารออมสินหักจากเงินล่วงหน้า 15 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 800 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักค้ำประกันของแบงก์การันตีในการทำสัญญากับทาง สตช. ส่วนการที่ผู้บริหารของบริษัทพีซีซีออกมาระบุว่า สาเหตุที่ทำให้การก่อสร้างสถานีโรงพักทดแทนเกิดความล่าช้าส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงทำให้งานสะดุดและไม่มีการเบิกจ่ายเงินส่งให้บริษัทพีซีซีนั้น ยอมรับเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น แต่ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
...............................
ข่าวเกี่ยวข้อง
- 3บิ๊กPCCพบDSIปมโกงโรงพัก : http://www.komchadluek.net/detail/20130307/153372/3บิ๊กPCCพบDSIปมโกงโรงพัก.html



