
ครูโหดลงโทษเด็ก5ปี-เส้นเลือดฝอยแตก
ครูสาวอุตรดิตถ์ลงโทษลูกศิษย์วัย 5 ขวบเพียงเพราะเขียนหนังสือช้า สั่งห้ามกินข้าวกลางวัน ใช้มือกระหน่ำตีแผ่นหลัง หยิกใบหู จนเส้นเลือดฝอยแตก บวม ฟกช้ำ ผู้ปกครองสุดทนหลังเด็กผวา กลัวโรงเรียน แจ้งผอ.ลงโทษทางวินัย พร้อมขอย้ายครู
(2มิ.ย.) เวลา 09.00 น. นางบุญช่วย พุ่มอรัญ อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 ถนนสมานมิตร ต.ท่าอิฐ อ.เมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นย่าทวดของ ด.ช.พงษ์พัฒน์ พุ่มอรัญ หรือน้องบอส อายุ 5 ขวบ นักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3/5 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ นำรูปถ่าย 10 ใบ พร้อมใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ เข้าพบนายวีระสิทธิ์ คุ้มจั่น ผอ.โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ ซึ่งเปิดสอนทั้งระดับอนุบาล ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อขอความเป็นธรรมกรณี น.ส.วันเพ็ญ พิพพา หรือครูต่าย ครูประจำชั้นอนุบาล 3/5 ได้ใช้มือทุบตีกลางหลังจนเป็นรอยจ้ำสีแดงขนาดใหญ่ ใบหูด้านซ้ายและข้อเท้าบวม ฟกช้ำ
นางบุญช่วย กล่าวถึงเหตุครูประจำชั้นอนุบาล 3 / 5 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ ลงโทษหลานชายจนเส้นเลือดฝอยแตกที่กลางหลัง ใบหูและข้อเท้าว่า หลังจากรับน้องบอสกลับจากโรงเรียนเมื่อเย็นวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา สังเกตเห็นหลานชายเงียบ ไม่ร่าเริงเหมือนปกติ ถามคำตอบคำ คิดเพียงว่าคงไม่สบาย จึงให้รีบอาบน้ำจะได้เข้านอนแต่หัวค่ำ แต่น้องบอสก็ไม่ยอมอาบน้ำ และร้องไห้ เริ่มแปลกใจ จึงพาหลานชายเข้าห้องน้ำถอดเสื้อเพื่อจะอาบน้ำให้ด้วยตนเอง
“ดิฉันกรีดร้องสุดเสียงในห้องอาบน้ำด้วยความตกใจ เมื่อแผ่นหลังน้องบอส เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดง ลักษณะคล้ายผุดผื่น มีทั้งเล็ก ใหญ่ เมื่อใช้มือจับก็ร้องให้ด้วยความเจ็บปวดและยังพบใบหูซ้าย ข้อเท้าบวมเป่ง ฟกช้ำ จึงเรียกคนในบ้านให้ช่วยดูและสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนแรกหลานชายไม่บอกได้แต่ร้องไห้ จนตัวสั่น จึงปลอบใจ คอยๆ สอบถาม ในที่สุดก็เล่าให้ฟังว่าถูกครูต่าย ลงโทษเพราะเขียนหนังสือไม่ทันเพื่อน เสร็จช้า ด้วยการใช้ฝ่ามือทุบตีที่กลางหลัง ใช้มือบิดใบหูซ้าย และใช้ไม้บรรทัดเคาะที่ข้อเท้า ทำซ้ำหลายๆครั้ง และยังลงโทษหากทำงานไม่เสร็จไม่ให้กินอาหารกลางวัน”นางบุญช่วยกล่าว
นางบุญช่วย กล่าวว่า ตอนแรกฟังหลานเล่าไม่อยากเชื่อเพราะโรงเรียนขนาดใหญ่ระดับจังหวัดมาตรฐานการศึกษาเป็นที่ยอมรับ ประกอบกับโรงเรียนเปิดเทอมเพียง 2 สัปดาห์และเด็กยังเรียนระดับชั้นอนุบาล ครูผู้สอนไม่น่าจะลงโทษเช่นนี้ ตลอดคืนหลานร้องไห้เพราะมีอาการปวด จึงพาไปหาหมอโรงพยา บาลอุตรดิตถ์ โดยนายแพทย์ยงเกียรติ ธนะเจริญพาณิย์ แพทย์ตรวจและรักษาลงความเห็นตามใบรับรองแพทย์ว่ามีแผลจุดเลือดออกเนื่องจากเส้นเลือดฝอยแตกที่แผ่นหลัง ขนาด 15X30 เซนติเมตร บริเวณสันใบหูซ้ายบวม ฟกช้ำ ขนาด 0.5X3 เซนติเมตร และเหนือข้อเท้าข้างขวามีแผลช้ำ บวม ขนาด 0.5X1 เซนติเมตร สาเหตุถูกคุณครูประจำชั้นตี
หลังทราบเรื่องตาและยาย ของน้องบอส ได้มาดูบาดแผลหลานถึงกับร้องไห้เพราะสงสาร จึงนำกล้องมาถ่ายภาพ นำไปล้าง จากนั้นเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ พร้อมนำหลักฐานขอความเป็นธรรมกับนายสมชาย จงศิริการค้า นายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ นายไกรวุฒิ จันรัตน์ รองนายกเทศมนตรีฝ่ายการศึกษา และนายวีระสิทธิ์ คุ้มจั่น ผอ.โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ ในฐานะผู้บังคับบัญชาครูคนดังกล่าว เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุใดถึงลงทาเด็กอายุเพียง 5 ขวบรุนแรง เพียงเพราะทำงานเสร็จไม่ทันใจคุณครู
นางบุญช่วย กล่าวพร้อมน้ำตาคลอว่า สงสารหลานชายมากๆ ทุกวันนี้จากเด็กที่ร่าเร่ง ชอบพูดและเป็นสีสันของครอบครัว กลายเป็นเด็กเงียบ ซึมเศร้า กลัวครูและโรงเรียนและไม่ยอมมาเรียน คุณครูใช้อารมณ์ลงกับเด็กมากเกินกว่าเหตุ ไม่มีจรรยาบรรณในวิชาชีพครูเลยแม้แต่นิดเดียว ควรที่จะมีเหตุและผลมากกว่านี้ การกระทำครั้งนี้เหมือนเป็นการทำร้ายร่างกายเด็กโดยตรง ตนเลี้ยงลูก 7 คนและรับราชการก็มีไม่เคยลงโทษรุนแรงเช่นนี้ จึงรับไม่ได้กับการกระทำดังกล่าว หากโรงเรียนไม่ย้ายคุณครู ตนก็จะขอย้ายหลานชายไปเรียนโรงเรียนอื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังทราบรายละเอียดและตรวจดูเอกสาร นายวีระสิทธิ์ คุ้มจั่น ผอ.โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ จึงเรียกผู้บริหารโรงเรียนและ น.ส.วันเพ็ญ พิพพา หรือครูต่าย ครูประจำชั้นอนุบาล 3 / 5 พบผู้ปกครองที่ห้องประชุมเล็ก เพื่อดำเนินการสอบถามข้อเท็จจริง โดยครูต่าย มีสีหน้าเครียด พร้อมกล่าวสั้นๆ ยอมรับว่า ได้ทำการลงโทษเด็กลงไปจริง แต่ก็ไม่ได้มีความประสงค์ร้ายต่อเด็ก เหตุที่ลงโทษไปนั้นเนื่องจากเด็กเขียนหนังสือ ทำงานช้าเพื่อนคนอื่นๆ ต้องการให้เด็กได้ดีและเรียนทันเพื่อน รู้สึกไม่สบายใจที่ได้ทำลงไป ก็ต้องขอโทษผู้ปกครองด้วย
ด้านนายวีระสิทธิ์ กล่าวว่า มีการรายงานเรื่องดังกล่าวให้นายสมชาย จงศิริการค้า นายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ทราบเรื่องพร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง น.ส.วันเพ็ญ หากพบว่ามีความผิดจริงต้องลงโทษทางวินัย ทั้งภาคทัณฑ์ ตัดหรือลดขั้นเงินเดือน กรณี ด.ช.พงษ์พัฒน์ ตนไม่อยากให้ผู้ปกครองย้ายเด็กไปเรียนโรงเรียนอื่น จะยากต่อการปรับตัว เพราะทุกโรงเรียนเปิดเทอมและดำเนินการเรียนการสอนแล้ว แต่จะให้ย้ายไปเรียนห้องอื่นๆ กับครูใหม่ ทั้งนี้อนุบาล 3 / 5 มีนักเรียนทั้งหมด 30 คน ซึ่งครูประจำชั้นย้ายมาจาก จ.เพชรบูรณ์ และสอนเด็กห้องดังกล่าวมาได้เพียง 2 สัปดาห์
นายสมชาย จงสิริการค้า นายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวรู้สึกไม่สบายใจ เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์มีโรงเรียน 6 แห่งนักเรียนกว่า 1 หมื่นคน อาจารย์ และครูอัตราจ้างกว่า 500 คน นโยบายพัฒนาการศึกษาของเทศบาล และได้เน้นย้ำกับครูผู้สอนก่อนเปิดภาคเรียนทุกครั้งว่า หากเด็กนักเรียนทำผิดระเบียบควรชี้แจ้ง ทำความเข้าใจด้วยเหตุผล ตักเตือน หักคะแนนจิตพิสัย หรือมอบหมายงานที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนการสอน ไม่ให้ลงโทษด้วยวิธีที่รุนแรง ลักษณะทำร้ายร่างกาย เรื่องดังกล่าว จะเรียก ผอ.โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐมาสอบถามตัวตนเอง



