
อาหารโอชะ'จระเข้'ย้ายบัญชีไซเตส
อาหารโอชะ 'จระเข้' ย้ายบัญชีไซเตส : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ระหว่างวันที่ 3-14 มีนาคม ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม "ไซเตสคอป 16" หรือการประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ท่ามกลางตัวแทนผู้เข้าร่วม 177 ประเทศทั่วโลก เพื่อร่วมพิจารณาข้อเสนอจากประเทศต่างๆ จำนวน 70 ข้อ สำหรับไทยมีข้อเสนอ 3 ประเด็นใหญ่ ได้แก่ "งาช้าง" "ไม้พะยูง" และ "จระเข้"
ประเด็น "งาช้าง" และ "ไม้พะยูง" คล้ายคลึงกัน คือต้องการหามาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าขายผิดกฎหมาย ขณะที่ "จระเข้" นั้น ไทยต้องการเปลี่ยนย้ายสถานะจากสัตว์คุ้มครองขั้นเด็ดขาดตามบัญชี 1 ของไซเตส ให้กลายเป็นบัญชี 2 สามารถค้าขายได้ เพียงแต่ต้องมีใบอนุญาต พร้อมหนังสือรับรองส่งออกหรือนำเข้า โดยคณะกรรมการไซเตส มีกำหนดจะพิจารณาข้อเสนอเรื่องจระเข้ของไทยระหว่างวันที่ 7-8 มีนาคมนี้
ทั้งนี้ จระเข้แบ่งเป็น 2 ประเภท จระเข้จากฟาร์มเลี้ยงเพาะพันธุ์ขึ้นมา และจระเข้ธรรมชาติ ผลสำรวจกรมประมงพบว่า ปัจจุบันทั่วไทยมีฟาร์มขนาดใหญ่จดทะเบียนแล้ว 12 ฟาร์ม ขนาดเล็กเกือบ 200 ฟาร์ม ผลิตจระเข้น้ำจืดได้ปีละ 2 แสนกว่าตัว และจระเข้น้ำเค็ม 2 หมื่นกว่าตัว ลูกจระเข้ไม่ต่ำกว่าปีละ 5-8 หมื่นตัว โดยราคาขายจระเข้จะวัดตามความยาว เช่น 30 ซม. ตัวละ1,500 บาท, 70-80 ซม. ตัวละ 2,500 บาท ส่วนจระเข้ในธรรมชาติคาดว่าเหลืออยู่ไม่ถึง 200 ตัว พบในธรรมชาติบางแห่ง เช่น บึงบอระเพ็ด แก่งกระจาน ภูเขียว ฯลฯ
รศ.ดร.วิน เชยชมศรี ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ผู้มีชื่อเสียงจากงานวิจัยผลิตแคปซูลเลือดจระเข้ เพื่อเป็นอาหารเสริมนั้น แสดงความเห็นว่า จระเข้ตามธรรมชาติแทบไม่เห็นแล้ว มีชาวบ้านภาคใต้พบตามชายฝั่งทะเล จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร ไล่ลงไปถึงประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย เนื่องจากจระเข้เป็นสัตว์อันตราย หากพบในชุมชนไหนมักถูกจับ ขณะเดียวกันเอกชนไทยสามารถเพาะพันธุ์จระเข้เพื่อการค้ามานานหลายสิบปีแล้ว เนื้อส่งออกเป็นอาหาร หนังทำเครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า ฯลฯ ที่ผ่านมาจระเข้เป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ ทำให้อยู่ในบัญชี 1 ของไซเตส การนำเข้าส่งออกต้องมีขั้นตอนมากมาย แต่เมื่อหลายประเทศทำฟาร์มสำเร็จการเปลี่ยนสถานะมาเป็นบัญชี 2 จึงน่าจะสะดวกกว่า ส่วนใหญ่ส่งออกในรูปอาหารหรือสินค้าวัตถุดิบไม่ได้ส่งจระเข้มีชีวิตออกนอกประเทศ
"คนไทยไม่ชอบกินหรือไม่กล้ากินเนื้อจระเข้ แต่คนจีน ฮ่องกง และไต้หวันชอบกิน เพื่อบำรุงร่างกาย เพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเกิดภูมิแพ้ อาการหอบเหนื่อย ถือเป็นเนื้อสัตว์ราคาแพง ส่งออกขายได้กิโลละ 600 กว่าบาท เป็นอาหารโอชะของพวกเขา ส่วนเลือดจระเข้อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน ธาตุเหล็กและแร่ธาตุมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้เป็นโลหิตจาง ตอนนี้ผมเป็นห่วงคือ กลุ่มที่ชอบเอาจระเข้ไปปล่อยตามแหล่งธรรมชาติ บางคนอ้างว่าเพื่อการอนุรักษ์หรือการวิจัย เพราะมันอันตรายทำร้ายมนุษย์ถึงปล่อยในป่าลึกก็อันตรายอยู่ดี มันถูกเลี้ยงมาในฟาร์มการหากินหรือเอาตัวรอดในธรรมชาติจะแตกต่างออกไป" ดร.วินแสดงความเห็น
ด้าน "แนนซี่ กิ๊บสัน" ประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิรักสัตว์ป่า วิเคราะห์ว่า ฟาร์มเลี้ยงจระเข้ในไทยมีจำนวนมาก ปัญหาเรื่องจระเข้จะสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยคงไม่เกิดขึ้น ดังนั้นการขอยื่นเปลี่ยนจากบัญชี 1 มาเป็นบัญชี 2 เพื่อให้ทำการค้าสะดวกขึ้นนั้น ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่อยากให้มีการทำบัญชีและขึ้นทะเบียนอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชากรจระเข้ที่เหลืออยู่ในธรรมชาติเพียงไม่กี่ตัว นอกจากนี้การเพาะพันธุ์จระเข้จำนวนมาก หากไม่ควบคุมดูแลอย่างดีอาจทำลายระบบนิเวศตามธรรมชาติของไทยได้ ในวันนี้อาจไม่รู้สึกอะไร แต่ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องของอนาคต ต้องคอยติดตามเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด
--------------------
(อาหารโอชะ 'จระเข้' ย้ายบัญชีไซเตส : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



