ข่าว

เหลืออด!'อุ๊'หอบลูกหนีแก๊งเด็กแว้น

เหลืออด!'อุ๊'หอบลูกหนีแก๊งเด็กแว้น

07 มี.ค. 2556

นักร้องดัง "อุ๊-หฤทัย" หอบลูกหนีแก๊งเด็กแว้นย่านลุมพินี-บ่อนไก่ เผยสุดทนตี 1-3 ซิ่งป่วนเมืองทุกคืน วอนจนท.ผลักดันกม.ปราบเด็ดขาด-กระตุ้นจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

          วันที่ 7 มี.ค.56  ปัญหาความเดือดร้อนจากแก๊งเด็กแว้นป่วนเมือง กระทั่ง น.ส.หฤทัย ม่วงบุญศรี หรือ "อุ๊" นักร้องชื่อดัง ตัดสินใจหอบลูกหนีไปอาศัยอยู่ที่อื่นนั้น เมื่อวันที่ 6 มีนาคม น.ส.หฤทัยเปิดเผยผ่าน "คม ชัด ลึก" ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้ย้ายบ้านจากตึกแถวริมถนนพระราม 4 บริเวณเชิงสะพานไทย-เบลเยี่ยม ฝั่งตรงข้ามสนามมวยลุมพินี ไปอยู่ที่ย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ เนื่องจากหมดความอดทนต่อมลพิษทางเสียงที่เกิดจากกลุ่มเด็กแว้นไม่ไหว คนกลุ่มนี้ขี่รถจักรยานยนต์เร็วและแต่งท่อเสียงดังก่อความรำคาญทุกคืน โดยเฉพาะวันศุกร์-เสาร์ เวลา 01.00-03.00 น. คำนวณได้ประมาณ 100 คัน ส่วนวันอื่นๆ ก็มาตรงเวลาเช่นกัน แต่จำนวนรถจะลดลงเหลือไม่กี่สิบคัน เชื่อว่าน่าจะเป็นวัยรุ่นในพื้นที่ เพราะขี่รถมาจากย่านบ่อนไก่ แล้วมากลับรถบริเวณใต้สะพานไทย-เบลเยี่ยม สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวมานานหลายปี
 
          "อุ๊อยู่ที่บ้านหลังนี้มาราว 7-8 ปี ต้องทนฟังเสียงมอเตอร์ไซค์แว้นทุกคืน ถือว่าช่วงตีหนึ่งถึงตีสามเป็นช่วง 2 ชั่วโมงอันตราย เสียงดังมาก แทบไม่ได้หลับได้นอน เราพยายามนำวัสดุป้องกันเสียงมาบุผนังแต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก กระทั่งความอดทนเริ่มถึงขีดจำกัดหลังคลอดลูกชายและเลี้ยงเขามาได้ประมาณ 11 เดือน กลุ่มเด็กแว้นก็ไม่เคยหยุดสักวัน ซ้ำร้ายช่วงวันศุกร์-วันเสาร์ยิ่งมากันเป็นกลุ่มใหญ่และเสียงดังมาก จนลูกสะดุ้งตื่นด้วยอาการหวาดผวา ร้องไห้เสียงดัง กว่าเขาจะหลับอีกครั้งต้องใช้เวลากล่อมอยู่นาน จนกลายเป็นเด็กงอแง เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เราทุกข์ตามไปด้วย สุดท้ายตัดสินใจย้ายบ้านหนี ทุกวันนี้ลูกนอนหลับยาววันละ 10 ชั่วโมง เพราะบรรยากาศเงียบสงบ" น.ส.หฤทัยกล่าว
 
          นักร้องดังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร้องทุกข์ต่อตำรวจ สน.ลุมพินี แต่เหตุการณ์ก็ไม่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม รู้สึกเห็นใจตำรวจ เพราะหน้าที่หลักคือ การจับโจรผู้ร้าย ส่วนการไล่จับเด็กแว้นไม่ใช่เรื่องง่ายในการปราบปรามได้หมด
 
          "สิ่งที่เกิดขึ้นน่าเห็นใจเจ้าหน้าที่เหมือนกัน การไล่จับถือเป็นเรื่องปลายเหตุ สำหรับการแก้ที่ต้นเหตุควรจะทำใน 2 ข้อหลักๆ คือ ข้อแรก พยายามปลูกฝังจิตสำนึกเด็กเยาวชนให้เลิกเชื่อในค่านิยมผิดๆ ว่า การขี่รถซิ่งเป็นเรื่องที่โก้เก๋ แต่เป็นเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนให้คนในสังคม และสิ้นเปลืองเงินโดยเปล่ประโยชน์ อีกข้อรัฐควรผลักดันให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาดในการเอาผิดเด็กกลุ่มนี้ เพื่อให้เกิดความหลาบจำ ไม่กล้าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง รวมทั้งผู้ปกครองควรจะมีส่วนรับผิดชอบด้วย" น.ส.หฤทัยย้ำ

          ขณะที่ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวยอมรับว่า ในช่วงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังตำรวจส่วนใหญ่ในสังกัด บช.น.ถูกนำไปใช้ในปฏิบัติการดูแลรักษาความปลอดภัย และการกวดขันตรวจสอบการกระทำผิดที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทำให้ลดความเข้มข้นในการปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการสกัดกั้น และแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับเด็กแว้นลงไป แต่ในช่วงดังกล่าวจากการที่ตำรวจลงพื้นที่ใกล้ชิดชุมชนปัญหาเด็กแว้นก็มีไม่มาก เมื่อเทียบกับสถานการณ์ปกติ
 
          ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุดทราบว่า ตั้งแต่หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปัญหาเด็กแว้นได้กลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่เดิมๆ เช่น ย่านพุทธบูชา และราชพฤกษ์ ขณะที่ในพื้นที่อื่นๆ มีปัญหาเช่นกัน หลังจากนี้ตำรวจจะกลับมาเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาเด็กแว้นอย่างเข้มข้นอีกครั้ง เพราะถือเป็นนโยบายที่เคร่งครัดของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่มุ่งเน้นจะแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเฉพาะ
 
          "หลังจากนี้จะมีการตั้งด่านและมีมาตรการต่างๆ ที่จะแก้ปัญหาเด็กแว้นให้ได้ตามนโยบายของ ผบ.ตร. ซึ่งได้มีการกำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่เพิ่มมาตรการในการปราบปรามแก๊งเด็กแว้น" พล.ต.ต.อดุลย์กล่าว
 
          สอดคล้องกับ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ผบ.ตร.กำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่เอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาเรื่องเด็กแว้น ล่าสุดกำชับให้ทุกกรณีที่สามารถจับกุมได้ตำรวจต้องเรียกผู้ปกครองมาดำเนินการด้วยตามกฎหมาย และให้ยึดรถที่เด็กแว้นนำมาใช้ขับขี่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ประชาชนพบเห็นเด็กแว้นกรุณาช่วยแจ้งข้อมูลมาที่โทรศัพท์หมายเลข 1599 ข้อมูลดังกล่าวจะส่งตรงถึง พล.ต.อ.อดุลย์ ซึ่งจะนำใช้มาเป็นข้อมูลในการสั่งการตำรวจในพื้นที่ทันที

          ด้าน ร.ต.อ.ชัยภัทร น้อยศรี รองสารวัตรจราจร (สว.จร.) สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวถึงแก๊งเด็กแว้นย่านลุมพินี-บ่อนไก่ ว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีนโยบายให้ตำรวจจราจรแต่ละพื้นที่กวดขันเรื่องนี้อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตั้งด่านกวดขันจับเด็กแว้นที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในเวลากลางคืน
 
          "เรื่องที่นักร้องดังหอบลูกย้ายไปอยู่ที่อื่น ยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียน ที่ผ่านมาตำรวจจราจร สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้ตั้งด่านจับกุมเด็กแว้นเป็นประจำ ทั้งถนนพระราม 4 และสายอื่นๆ ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ทุ่งมหาเมฆ แต่มีไม่กี่คันที่แข่งกัน ที่ว่าเป็น 100 คัน คงไม่มี เพราะตำรวจจราจรอยู่ประจำจุดอยู่แล้ว ผมยอมรับว่า ที่มีปัญหาคือเด็กตามชุมชนบ่อนไก่ในท้องที่ สน.ลุมพินี ขี่รถออกมาจากชุมชนบ่อนไก่ พอเห็นตำรวจก็หนีเข้าไปในชุมชน ถ้าไม่เจอตำรวจจะรวมกลุ่มซิ่งประลองความเร็วจนทำให้เกิดเสียงดัง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้วางแผนตั้งด่านเป็นจุดๆ เพื่อรับมือเด็กแว้นกลุ่มนี้" ร.ต.อ.ชัยภัทรกล่าว