
'ไทยต้องเตรียมพร้อมเป็นอาเซียน'
'ไทยต้องเตรียมพร้อมเป็นอาเซียน' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
"ดร.วัชระ พรรณเชษฐ์" อดีตผู้แทนการค้าไทย ในฐานะประธานสภาเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ “พีเบค” ได้เดินทางไปพูดในงานการประชุมอาเซียน ไฟแนนซิ่ง ฟอรัม ครั้งที่ 6 (Asian Financial Forum: AFF) ที่ฮ่องกง ซึ่งเป็นการประชุมของภาคธุรกิจการเงินที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีของฮ่องกง โดย "วัชระ" เป็นคนไทยคนเดียวที่ได้ขึ้นพูดในงานดังกล่าว เป็นการไปพูดเกี่ยวกับบทบาทเอเซียน+3 รวมจีนด้วย เป็นการพูดถึงอาเซียนกับไทยเป็นอย่างไร
โดยพูดถึงประเทศสมาชิกอาเซียนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มประเทศที่มีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีสูงมาก เช่น สิงคโปร์ ที่มีความก้าวหน้ามาก
ในเรื่องพลังงานทดแทน งานวิจัยและพัฒนา 2.กลุ่มที่มีทรัพยากรมากและทำอุตสาหกรรมมาก เช่น ไทย และมาเลเซีย มีข้าวมาก ยางพารา อ้อย และ 3.กลุ่มประเทศ “ซีแอลเอ็มวี” ซึ่งหมายถึงกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม จุดแข็งคือแรงงานถูก การบริการ สินค้าราคาถูก ในอาเซียนมี 3 ส่วน ถ้าเปรียบเค้กก็คือเค้ก 3 ชั้น ที่อยู่ในก้อนเดียวกัน
จีนเป็นคู่ค้าใหญ่ของอาเซียนที่ผ่านมาประเทศมาเลเซียค้าขายกับจีนมากเป็นอันดับ 1 ส่วนไทยอยู่อันดับ 3 ของอาเซียน เพราะคู่ค้าสำคัญที่สุดของไทยคือญี่ปุ่น ซึ่งไทยก็ต้องพยายามขยายลู่ทางการค้ากับจีนให้มากขึ้น หากเราพร้อมที่จะนำเสนอถึงความเป็นไทย แต่เราก็ต้องพร้อมที่จะเป็นอาเซียนด้วย "วัชระ" กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องเน้นอีกประการหนึ่งคือการค้าชายแดน ซึ่งเป็นการค้าระหว่างชาติอาเซียนด้วยกันเอง เพราะที่ผ่านมายังน้อยเกินไป ต้องเพิ่มให้มากขึ้น โดยเฉพาะไทยมีความได้เปรียบกว่าทุกประเทศในอาเซียน เนื่องจากมีแผ่นดินติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทุกด้าน
ในฐานะที่ "วัชระ" คนไทยคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งประธานพีเบค กล่าวว่า การเตรียมพร้อมรับอาเซียนเป็นเรื่องสำคัญ เสาอาเซียนมี 3 เสา คือ เศรษฐกิจ ความมั่นคง วัฒนธรรม แต่ไทยจะดูเฉพาะตัวเองและประเทศในอาเซียนไม่ได้ ต้องเพ่งมองไปที่ระดับภูมิภาค ให้ความสำคัญกับจีนและญี่ปุ่นด้วย
ในบริบทของเสาด้านความมั่นคง มี 2 อย่างคือ ความมั่นคงของบ้านเราเอง กับความมั่นคงของภูมิภาค โดยเฉพาะภูมิภาคข้อห่วงใยคือปัญหาระหว่างฟิลิปปินส์กับจีน ญี่ปุ่นกับจีน ญี่ปุ่นกับไต้หวัน กับรัสเซีย และปีนี้ทางบรูไนเป็นประธานอาเซียน และปีหน้าพม่าเป็นประธานอาเซียน สำคัญมากพม่าต้องพร้อมเปิดอาจจะยุ่ง
เรื่อง "ความมั่นคงของมนุษย์" เมื่อเปิดประชาคมอาเซียน มี 8 สาขาอาชีพที่สามารถเคลื่อนย้ายไปทำงานที่ไหนก็ได้ เช่น หมอฟัน ทนายความ นักบัญชี ต้องดูว่ากฎหมายภายในของเราพร้อมหรือยัง หรือมีส่วนใดที่เป็นอุปสรรคบ้าง เช่น ใบประกอบโรคศิลปะของแพทย์ หากเรียนจบจากประเทศอื่นจะมาเป็นแพทย์ที่บ้านเรา เราก็ต้องยอมให้เขามาสอบใบประกอบโรคศิลปะด้วย อย่างนี้เป็นต้น
ส่วนทาง "ด้านเศรษฐกิจ" มี 4-5 ขา คือ การค้า การลงทุน ภาคบริการ การจัดตั้งบริษัทต่างๆ ในแง่การค้าง่ายทำอยู่แล้ว เมื่อเปิดอาเซียนกำแพงภาษีจะลดลงระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกัน เช่นไทยกับมาเลเซีย ไทยกับสิงคโปร์ ภาษีลดลง 0-5% แต่ปัญหาคือประเทศในอาเซียนกับนอกอาเซียนอาจลักลั่นกัน อาทิ สิงคโปร์กับสหรัฐ ทำเอฟทีเอกันแล้วลดภาษี 0% ถือว่าสิงคโปร์มีอีกขาหนึ่ง ซึ่งจุดนี้ไทยต้องรีบปรับ
ขณะที่ "ภาคบริการ" เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่น่าเป็นห่วง สำหรับการลงทุน แต่ที่รู้สึกเป็นห่วงคือภาคธนาคาร เกรงว่าจะมีปัญหาเพราะความสามารถในการแข่งขันต้องเพิ่มขึ้น เพราะมีธนาคารใหญ่เข้ามาในบ้านเรามาก อาจมีปัญหาเรื่องสมองไหล มีความเสี่ยงที่จะถูกเทคโอเวอร์ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ธนาคารของไทยไปเปิดนอกประเทศบ้าง ทำเป็นอาเซียนมากขึ้น
ในเรื่อง "การลงทุน" เมื่อมีมากขึ้นก็อาจเกิดปัญหาสมองไหล ธุรกิจไทยต้องไปลงทุนข้างนอกให้มากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศอาเซียนด้วยกัน ที่ผ่านมาจำนวนบริษัทที่ไปเปิดตลาดในต่างประเทศยังมีสัดส่วนน้อยมาก หากดูจากสหภาพยุโรป (อียู) 21 ประเทศ เกินครึ่งค้าขายกันเอง ขณะที่นาฟตา 80% ค้าขายกันเอง เม็กซิโก ไม่ต้องทำอะไร แค่ส่งของให้อเมริกาก็อยู่รอดได้แล้ว แต่ต้องยอมอเมริกาทุกอย่าง แต่อาเซียน 10 ประเทศ ค้าขายกันภายในแค่ 25% ซึ่งถือว่าน้อยเกินไป เราค้ากับคนใกล้ตัวน้อยเกินไป
และการเตรียมพร้อมเรื่อง "คน" การนำคนออกไปบริหารที่ประเทศอื่น เพื่อส่งเงินกลับบ้านจะสร้างรายได้ให้ประเทศสูงมาก เช่น ครู สอนภาษาอังกฤษสร้างรายได้ให้แก่ประเทศสูงกว่างานก่อสร้าง
"ที่ประเทศมาเลเซียถ้าไปดูที่โรงหนังจะเห็นมีหนังโฆษณาในมาเลเซียใช้ภาษาอังกฤษ ไม่มีภาษามาเลเซียเลย เป็นภาษาอังกฤษแล้วคนมาเลเซียดูแล้วหัวเราะ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคนมาเลเซียเก่งภาษาอังกฤษแค่ไหน ส่งเสียงหัวเราะเพราะคำพูด มีการหัวเราะเป็นระยะ ทำผมเหงื่อแตกเลย น่ากลัวสำหรับคนไทย แม้ว่าเราจะภูมิใจในความเป็นเอกราช แต่วันนี้บ้านเมืองเปลี่ยนไปแล้ว" วัชระ เล่าถึงบรรยากาศการไปดูภาพยนตร์ในประเทศมาเลเซีย



