
ยุทธการ'ดับไฟใต้''ทักษิณ'คอนเนคชั่น
ยุทธการ'ดับไฟใต้''ทักษิณ'คอนเนคชั่น : คลุกวงใน โดยเสถียร วิริยะพรรณพงศา
รวดเร็วราวกับติดเทอร์โบ รัฐบาลเปิดเกมรุกทางการเมือง บุกถิ่นเสือเหลืองจับมือแกนนำบีอาร์เอ็น ลงนามความร่วมมือปูทางสู่การเจรจาสงบศึกในจังหวัดชายแดนภาคใต้
งานนี้เอง นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โพล่งออกมาเองว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังงานนี้ คือ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร”
และเมื่อเจาะข่าวลึกลงไปก็พบว่า ฉากสันติภาพที่ถูกจัดขึ้นรอบนี้ มาจากการออกแบบของนายใหญ่แห่งดูไบจริงๆ
จากความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวระหว่าง ทักษิณ และราจิบ ที่มีมาแต่นมนาน บวกกับมีมือไม้ที่เป็นตัวขับเคลื่อนหน้างานอยู่ทั้งสองคน มือขวามี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมช. มือซ้ายก็ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.
ขณะที่ ฮาซัน ตอยิบ แกนนำบีอาร์เอ็น ซึ่งปลดเกษียณจากกองกำลังมานานแล้ว ใครๆ ก็รู้ว่าสั่งการอะไรไม่ได้แล้ว ทุกวันนี้มีสถานะเป็นแค่ “คนเดินสาร” เมื่ออยู่ๆ ถูกยกบทบาทให้ความสำคัญถึงขั้นเป็น “ผู้นำ” ในการเจรจากับ “รัฐไทย” ใหญ่โตขนาดนี้มีหรือใครจะไม่เอา
ว่ากันว่า แกนนำบีอาร์เอ็นคนนี้ เคยบินไปหาทักษิณ ถึงที่ดูไบ ด้วยซ้ำ
ถามว่า ทำไมทักษิณถึงดูจะเอาจริงเอาจังกับงานนี้เป็นพิเศษ นอกจากอยากจะให้เป็นผลงานชิ้นโบแดงของน้องสาวแล้ว ยังเป็นไปได้ว่า ลึกๆ แล้วตัวเขาเองก็รู้ว่าในสมัยที่เป็นนายกฯ ได้ก่อปัญหาเอาไว้มากมายมหาศาล จากการประเมินที่ผิดพลาดนำไปสู่วาทกรรมสุดพล่อย “โจรกระจอก” จากนั้นสถานการณ์ก็เลวร้ายลง ผู้คนล้มตายไปแล้วกว่า 5,000 คน ผลงานด้านมืดเหล่านี้เป็นบาดแผลที่เกาะกินใจทักษิณมาตลอด
เขาอาจจะคุยโวโอ้อวดกับคนทั้งโลกได้ว่าเคยเป็นนายกฯ ที่มีผลงานมากมาย แต่สำหรับปัญหาภาคใต้เขาพูดไม่ได้เลย เพราะนโยบาย “กำปั้นเหล็ก” ในยุคของเขากลายเป็นชนวนที่โหมไฟให้แรงขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
เอาเถอะ ที่เล่ามาทั้งหมดไม่ได้หมายความว่า ทักษิณ ไม่ควรเข้ามายุ่งในเกมนี้ เพราะผมเชื่อในทฤษฎีของเติ้งเสี่ยวผิง ที่ว่า แมวจะสีอะไรก็ช่างหัวมันเถอะ ขอให้จับหนูได้ก็พอแล้ว
ฉะนั้น จะทักษิณ หรือใครเจรจาก็ช่าง ถ้ามีบารมีมากพอก็ทำไปเถอะ แค่ขอให้มันเดินไปสู่เป้าหมายคือ ความสงบสุขในแผ่นดินจริงๆ ไม่ใช่หวังแค่จะปั่นกระแสทางการเมืองเท่านั้นเป็นพอ



