ข่าว

ใช้ภาษีแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม(1)

ใช้ภาษีแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม(1)

08 มี.ค. 2556

รู้ทันกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : ใช้ภาษีช่วยแก้ปัญหา สังคมและสิ่งแวดล้อม (1)

รู้ทันกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : ใช้ภาษีช่วยแก้ปัญหา สังคมและสิ่งแวดล้อม (1) : โดย ... ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected]

 

                         ภารกิจหน้าที่สำคัญประการหนึ่งของรัฐบาลที่นอกหนือจากการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน คือการดูแลให้สังคมอยู่ดีมีสุข ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่จะเห็นว่า รัฐบาลควรให้กลไกตลาด (Market mechanism) ทำงานให้มากที่สุด ซึ่งส่วนตัวผมก็เห็นด้วย แต่ในบางครั้ง กลไกตลาดก็ประสบความล้มเหลว (Market failure) ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนเราไม่มีข้อมูลที่สมบูรณ์ (Perfect information) และอาจตัดสินใจอย่างไม่ได้ใช้เหตุผล (Rationality) ซึ่งเป็นที่มาให้เราต้องมีรัฐบาลในการแทรกแซงการทำงานของระบบเศรษฐกิจ 

                         ในระบบตลาด การแข่งขันจะทำให้เกิดประสิทธิภาพทางเศรษฐศาสตร์ได้ก็ต่อเมื่อแต่ละคนรู้ต้นทุนค่าเสียโอกาสที่แท้จริงจากการกระทำของพวกเขา แต่ในบางสถานการณ์ ราคาที่บางคนจ่ายสำหรับทรัพยากร สินค้าและบริการอาจจะสูงกว่าหรือต่ำกว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสที่สังคมจ่ายสำหรับทรัพยากร สินค้า และบริการเดียวกันก็เป็นไปได้ ซึ่งเราสามารถเห็นตัวอย่างในชีวิตประจำวันของเรา

                         เมื่อลองพิจารณาจากการสมมุติที่ว่า ไม่มีรัฐบาลมาตั้งกฎข้อบังคับเกี่ยวกับมลภาวะที่เป็นพิษ เมื่อเราอาศัยอยู่ในเมืองที่มีอากาศบริสุทธิ์ ต่อมามีโรงงานเหล็กที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงย้ายเข้ามาภายในเมือง ผลิตเหล็กและจ่ายต้นทุนสำหรับปัจจัยการผลิตต่างๆ เช่น ที่ดิน แรงงาน ค่าเชื้อเพลิง เงินทุน และที่เหลือเป็นกำไรของผู้ประกอบกิจการ ราคาของเหล็กที่ขายก็จะสะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นภายในโรงงานนั้นๆ

                         อย่างไรก็ตาม โรงงานได้มีการนำอากาศบริสุทธิ์มาใช้เป็นปัจจัยการผลิตด้วย การผลิตเหล็กทำให้เกิดควันจากเตาหลอมโลหะและฝุ่นละอองจากถ่านหิน ซึ่งโรงงานไม่ได้จ่ายต้นทุนสำหรับการใช้อากาศเหล่านั้น แต่เป็นคนในชุมชนที่จะต้องจ่ายต้นทุนแทนในรูปแบบของโรคทางเดินหายใจ การมีเสื้อผ้า รถยนต์ และบ้านเรือนที่สกปรกขึ้น ปรากฏการณ์นี้คือสิ่งที่เราเรียกว่า เกิดผลกระทบภายนอก (externalities) ขึ้น ซึ่งทำให้ต้นทุนผลิตเหล็กเกิดขึ้นกับบุคคลที่สามที่ไม่ใช่ผู้ซื้อและผู้ผลิตเหล็ก

                         ผลก็คือต้นทุนการผลิตเหล็กที่เกิดขึ้นกับผู้ผลิตซึ่งเป็นต้นทุนส่วนบุคคล (private cost) มีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะไม่ได้คิดผลกระทบภายนอก เช่น โรคทางเดินหายใจ การมีเสื้อผ้า รถยนต์ และบ้านเรือนที่สกปรกที่เกิดจากการผลิตเหล็กโดยไม่มีมาตรการป้องกัน ในขณะที่ผู้ซื้อหรือผู้ใช้เหล็กก็จ่ายราคาเหล็กที่ซื้อมาในราคาที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เพราะไม่ได้คิดต้นทุนที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่สามเช่นเดียวกัน ดังนั้น หากคิดคำนวณต้นทุนในการผลิตเหล็กทั้งหมดก็จำเป็นจะต้องคิดรวมเอาต้นทุน (ทางสังคม) ที่บุคคลที่สามต้องรับภาระด้วย

                         ผมขอค้างไว้แค่นี้ก่อนนะครับ สัปดาห์หน้ามาคุยกันเรื่องบทบาทของภาษีกับการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้มกันต่อครับ

 

 

--------------------

(รู้ทันกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : ใช้ภาษีช่วยแก้ปัญหา สังคมและสิ่งแวดล้อม (1) : โดย ... ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected])