
'อภิสิทธิ์'จ่อตั้งกระทู้สด'รบ.'ปมลงนามBRN
'อภิสิทธิ์' เตรียมตั้งกระทู้สดถาม 'รัฐบาล' ปมลงนาม 'บีอาร์เอ็น' ห่วงปฏิกริยาโต้กลับรุนแรง ไม่หวั่น 'ดีเอสไอ' ส่ง 'ปปช.' ดำเนินคดีโรงพักฉาว มั่นใจไม่ทำผิดกม.
6 มี.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยหลังหารือกับนายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ถึงจุดยืนการเสนอแนวทางการแก้ปัญหาไฟใต้ ไปยังรัฐบาลว่า รัฐบาลควรจะชี้แจงให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการที่ไปพูดคุยสันติภาพให้สภาได้รับทราบก่อนว่ามีแนวทางอย่างไร โดยในส่วนของพรรคพร้อมที่จะเสนอข้อมูลในพื้นที่เพื่อให้ประกอบการตัดสินใจในการแก้ปัญหาและจะปรึกษากับนายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคที่ลงพื้นที่ไปว่ารูปแบบควรเป็นอย่างไร โดยไม่ขัดข้องที่จะร่วมกับวุฒิสภาเพื่อเสนอให้รัฐบาลชี้แจงต่อรัฐสภา แต่เบื้องต้นพรรคจะตั้งกระทู้สดถามรัฐบาลและดูท่าทีของรัฐบาลก่อนว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร ซึ่งนายกรัฐมนตรีควรจะมาตอบด้วยตนเอง แทน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบ เพราะร.ต.อ.เฉลิม บอกกับตนว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง และไม่ทราบรายละเอียดการไปลงนาม ซึ่งหากนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจก็พร้อมที่จะเลื่อนกระทู้ออกไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลังนายกรัฐมนตรี ไปลงนามกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่รุนแรงมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าในพื้นที่ปฏิเสธ หรือหากกลุ่มบีอาร์เอ็น สื่อสารไปยังกลุ่มแล้วเหตุใดจึงมีการก่อเหตุรุนแรงรายวัน ซึ่งจะเป็นบททดสอบแรก อย่างไรก็ตามเห็นว่าหากการเดินหน้าดังกล่าวเป็นการพูดคุยกับคนที่ไม่สามารถกุมสภาพในพื้นที่ได้ก็ไม่มีประโยชน์และจะเกิดเหตุซ้ำซ้อนมีปฏิกิริยาโต้กลับจนทำให้แก้ปัญหายากขึ้น เมื่อมีแนวโน้มว่าสิ่งที่ดำเนินการไม่ได้ผลรัฐบาลก็ต้องทบทวนแต่ก็คงต้องดูจังหวะเวลาด้วยเพราะเพิ่งจะผ่านมาไม่กี่วัน ซึ่งตนเองพูดชัดตอนที่ไปร่วมประขุมกับนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ตอนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไปทำเมื่อปี 2555 แสดงให้เห็นว่าขาดความเข้าใจในความละเอียดอ่อนของปัญหาคือคิดง่ายๆ ว่าถ้ามีทางการมาเลเซีย โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงของมาเลเซียจับคนมาเจรจาก็จะทำได้ ตนบอกไปแล้วว่าไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งตนเคยเตือนหลายครั้งแล้วว่า การที่มีคนในรัฐบาลพูดว่าให้ทดลองทำไปก่อนไม่เป็นไรนั้น คนที่รับเคราะห์คือคนที่รับความรุนแรงในพื้นที่ จึงขอให้รัฐบาลคำนึงในความละเอียดอ่อนแล้วเดินหน้าให้ถูกทิศถูกทางด้วย
'อภิสิทธิ์' ไม่หวั่นดีเอสไอส่งป.ป.ช.ดำเนินคดีโรงพักฉาว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่ดีเอสไอส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีกับตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กรณีการก่อสร้างโรงพักทดแทนที่มีปัญหาสร้างไม่เสร็จตามสัญญาว่า ยังไม่ทราบข้อกล่าวหา เพราะไม่เคยมีโอกาสเห็นข้อกล่าวหาหรือไปชี้แจงต่อดีเอสไอจึงเป็นเรื่องของ ป.ป.ช.ที่จะต้องตรวจสอบ หากเชิญตนไปก็พร้อมให้ความร่วมมือโดยไม่มีความกังวลใดๆ แต่ขอยืนยันว่าตนและคณะรัฐมนตรีในขณะนั้นไม่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างเพียงแค่อนุมัติโครงการเท่านั้นและมั่นใจว่าไม่เคยทำอะไรที่ฝ่าฝืนมติครม.จึงต้องถามดีเอสไอว่าการแจ้งข้อกล่าวหาเกิดจากอะไร เพราะหลายเรื่องที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหลายคนก็คิดไม่ถึง
อย่างไรก็ตามไม่งงที่ดีเอสไอส่งเรื่องไปให้ ป.ป.ช.ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยพูดเหมือนกับจะดำเนินคดีเอง เพราะหากดีเอสไอทำเรื่องนี้เองก็จะเจออีกหนึ่งคดี ซึ่งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ คงไปพิจารณาแล้วว่าทำไม่ได้ หลังจากที่ตนได้ฟ้องร้องไปแล้วในคดีที่กล่าวหาว่าตนและนายสุเทพร่วมกับผู้อื่นก่อให้เกิดการฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล ก็คงจะรู้แล้วว่าอำนาจหน้าที่มีขอบเขตอย่างไร
นายอภิสิทธิ์ กล่าวยว่า ทราบมาว่าดีเอสไอเตรียมที่จะเรียก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ผู้ว่า กทม.ไปรับทราบข้อกล่าวหากรณีเงินบริจาคเข้าพรรคโดยไม่ทำเป็นเช็คขีดคร่อม แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบกับการรับตำแหน่งผู้ว่ากทม.ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เพราะเป็นการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งตนยืนยันแล้วว่าสมาชิกที่เซ็นต์ยินยอมให้หักเงินเดือนผ่านสภาผู้แทนราษฎรเพื่อส่งเป็นเช็คขีดคร่อมให้พรรคนั้นไม่มีอะไรที่ขัดกฎหมาย แต่ทุกคนก็ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และเชื่อว่าแม้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะมีคดีอยู่ที่ดีเอสไอแล้วสองคดีก็จะไม่เสียสมาธิในการบริหารกรุงเทพ
'อภิสิทธิ์' ชี้ 'เจริญ' เดินหน้านิรโทษฯไม่ใช่ปรองดองจริง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า พรรคคุยกันชัดเจนว่ากรณีของ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา ประสานให้ไปหารือเกี่ยวกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้นไม่ใช่รูปแบบที่จะเดินหน้าเรื่องปรองดองได้ โดยตนเชื่อว่ามีความพยายามที่จะเดินทุกทางที่ทำได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเดินไปถึงทางตันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเจอทางตันเพราะถ้าเป้าหมายคือสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามหลักการ ระบบนิติรัฐ นิติธรรม ไม่ว่าจะเดินทางไหนก็ตัน แต่ถ้าเลือกเส้นทางที่ยึดประโยชน์ส่วนรวมก็ไปได้ไม่ตัน ซึ่งหากเดินทางนี้ไม่ได้ก็มีอีกหลายทางที่รัฐบาลพยายามทำ คงมีการสลับไปสลับมากับช่องทางที่มีอยู่รวมถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย
ดังนั้นในระหว่างการเปิดสมัยประชุมนี้จึงยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งซึ่งขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลอยากจะให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ หากไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งก็ต้องแสวงหาหนทางที่สร้างปรองดองจริงๆ ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่ม โดยเริ่มต้นจากการถอน ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง 4 ฉบับที่ค้างอยู่ในสภาฯก่อน แต่ถ้าไม่ทำก็แสดงให้เห็นว่ายังวนเวียนอยู่ที่เดิม
'อภิสิทธิ์' คาดต้นสัปดาห์หน้าเปิดตัวผู้บริหารกทม.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยความคืบหน้าการสรรหาตัวรองผู้ว่าฯกทม. ว่า ยังไม่ทราบว่าจะมีการรับรองผลเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เมื่อไหร่ แต่เชื่อว่าต้นสัปดาห์หน้า น่าจะประกาศรายชื่อทีมบริหารของกทม.ได้ทุกตำแหน่งคือ ตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม. 4 ตำแหน่ง ที่ปรึกษา 9 ตำแหน่ง เลขา ผู้ช่วยเลขา 4 และหน่วยงานของกทม.ที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องในการบริหาร หลังจากที่ผู้ว่ากทม.เข้ารับตำแหน่ง โดยในขณะนี้การเลือกบุคคลที่จะไปเป็นทีมบริหารก็มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งพรรคก็พยายามจะดึงคนนอกเข้ามา และในความเห็นของตนคิดว่าควรมีผู้หญิงมาเป็นรองผู้ว่ากทม.อย่างน้อย 1 คน และยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมี ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ไปเป็นผู้ว่าฯกทม.หรือไม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคกำลังพิจารณาเรื่องการแก้กฎหมายทีมผู้บริหารท้องถิ่นควรจะต้องมีผู้หญิงอย่างน้อยหนึ่งคนเพื่อเป็นการเสริมโอกาสของผู้หญิง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ควรจะเป็นรองผู้ว่าฯกทม. โดยบุคลากรของพรรคที่จะไปดำรงตำแหน่งนี้ก็ต้องมีความเหมาะสมและมีหลายชื่อที่กำลังพิจารณาอยู่ ส่วนการประชุมร่วมกับ สก. สข. ก็ได้มีการขอบคุณที่ทำงานร่วมกันซึ่งยังต้องติดตามรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งและเร่งขอบคุณประชาชนวางระบบการทำงานเพราะป็นคนที่จะต้องสัมผัสกับประชาชนในช่วงที่ทำงานว่าจะเชื่อมต่อกับพรรคและกทม.เพื่อแก้ปัญหากับประชาชนได้อย่างไร
เมื่อถามว่า มีส.ส.ได้ติติง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ว่า ขาดการเชื่อมต่อกับพรรคในระหว่างการดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่การวางระบบให้เชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้นเพราะช่วงที่ผ่านมามีเหตุการณ์เยอะในช่วงสี่ปีที่แล้วและมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล มีการเลือกตั้งทำให้เกิดช่องว่างก็เป็นบทเรียนที่ทุกฝ่ายทราบดีและจะนำมาแก้ไข ซึ่งตนได้คุยกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ แล้วว่าพร้อมที่จะแก้ปัญหาลดช่องว่างเหล่านี้ ซึ่งคนในพรรคก็อยากให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เข้าพรรคมากขึ้นแต่ตนก็เห็นใจว่าคนที่ทำงานบางทีก็ภารกิจเยอะ เพราะไม่ใช่เฉพาะแค่ผู้ว่ากทม.หลายคนที่เป็นรัฐมนตรีก็ถูกต่อว่าในเรื่องนี้



