ข่าว

เหตุที่พล.ต.อ.พงศพัศแพ้

เหตุที่พล.ต.อ.พงศพัศแพ้

06 มี.ค. 2556

เหตุที่พล.ต.อ.พงศพัศแพ้ : เลียบค่าย โดยคมพิทักษ์ราษฎร์

              ทราบกันแล้วว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ได้คะแนนสูงสุด 1,256,349 คะแนน คือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร และผู้สมัครที่มีคะแนนเป็นที่สอง 1,077,899 คะแนน คือ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของผู้มาลงคะแนนคือ 47.75 เปอร์เซ็นต์ กับ 40.97 เปอร์เซ็นต์

              ท่านผู้อ่านคงแปลกใจว่า พล.ต.อ.พงศพัศ ที่โพลล์ทุกสำนักสื่อทุกสาขา ล้วนให้ราคาว่าจะชนะการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในครั้งนี้

              แต่เหตุใดจึงแพ้

              ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกตั้ง และมีผู้มีประสบการณ์เรื่องมวลชน ให้ข้อสรุปไว้ดังนี้

              1.พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นตำรวจ โดยธรรมชาติของประชาชนที่ถูกครอบด้วยข้อมูลข่าวสารเชิงลบ โดยสื่อมวลชน ย่อมไม่ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่อาศัยภาพลักษณ์ของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ภาพลักษณ์ดีวันดีคืน ในความรู้สึกของประชาชน ที่ไม่เลือกฝ่าย ไม่ว่าเสื้อเหลือง เสื้อแดง ช่วยหาเสียงเกื้อหนุน จึงพอมีคะแนนอยู่บ้าง เสริมสร้างคะแนนจากฐานเสียงเดิม และบวกกับแฟนคลับของ พล.ต.อ.พงศพัศ เอง

              2.ทีมงานของพรรคที่สนับสนุน พล.ต.อ.พงศพัศ ไม่เข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของคนกรุงเทพฯ พอว่า คนกรุงเทพฯ เป็นคนฉลาด แต่หูเบา จะตื่นตระหนกกับข่าวลือ แล้วเปลี่ยนการตัดสินใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยง่ายและรวดเร็ว

              ข่าวปล่อยออกมาจากฝ่ายตรงข้ามว่า หาก พล.ต.อ.พงศพัศ ได้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะมีแกนนำเสื้อแดงเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สอดคล้องกับผู้นำกลุ่มเสื้อแดงในภาคอีสาน ที่ประกาศอย่างอหังการว่า ถ้าคนของพรรคตนชนะการเลือกตั้งจะเข้ามาจัดระเบียบใน กทม.

              คนกรุงเทพฯ เข็ดขี้อ่อนขี้แก่กับสถานการณ์ขัดแย้งที่ทำให้การทำมาหากินฝืดเคือง เลยเปลี่ยนใจ แม้จะรักชอบ พล.ต.อ.พงศพัศ และนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพียงใด

              ประกอบกับผู้บริหารพรรคมัวแต่อมพะนำ และนายกฯ ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ในลักษณะ แบ่งรับแบ่งสู้ แทนที่จะชิงเปิดตัว รองผู้ว่าฯ กทม.เด็ดๆ ถูกใจคน กทม. กลับหวังลมๆ แล้งๆ กับโพลล์จอมปลอม และเพิ่มความหมั่นไส้จากแอ็กชั่นของผู้นำตำรวจคนดัง พล.ต.อ.พงศพัศ เลยหน้าเกรียมจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ฟรีๆ เพราะแพ้อย่างน่าเสียดาย