
'กรุงเทพธุรกิจ'คว้าข่าวเยี่ยมวันนักข่าว
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจคว้ารางวัลข่าวยอดเยี่ยม อิศรา อมันตกุล ประจำปี2555 ในหัวข้อ 'ผ่าขบวนการคอร์รัปชั่น:จำนำข้าวรัฐบาลยิ่งลักษณ์' เนื่องในวันนักข่าว 5 มี.ค.
5มี.ค.2556 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มูลนิธิอิศรา อมันตกุลและชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมได้จัดการประกวดข่าวยอดเยี่ยมและภาพข่าวยอดเยี่ยม รางวัล “อิศรา อมันตกุล และรางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ของชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2555 โดยมีพิธีมอบรางวัลผลการประกวดประเภทต่างๆ เนื่องในวันนักข่าววันที่ 5 มีนาคม 2556 เวลา 19.00 น. ณ ห้องวอเตอร์เกท บอลรูม ชั้น 6 โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ประตูน้ำ สำหรับผลงานที่เข้ารอบสุดท้ายทั้งภาพและข่าว มีดังนี้
รางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทข่าว มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน 17 ข่าว จากหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับ ผลงานข่าวที่เข้ารอบ 3 ข่าวสุดท้ายได้แก่ 1. เปิดโปงขบวนการทุจริต โกงสอบตำรวจครั้งประวัติศาสตร์ นสพ.เดลินิวส์ 2.มหากาพย์อาชีวะทุจริตครุภัณฑ์ 5.3 พันล้าน นสพ.เดลินิวส์ 3. ผ่าขบวนการคอร์รัปชั่น จำนำข้าวรัฐบาลยิ่งลักษณ์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
ผลการตัดสินประจำปี 2555 รางวัลยอดเยี่ยมได้แก่ ผลงานข่าว ผ่าขบวนการคอร์รัปชั่น จำนำข้าวรัฐบาลยิ่งลักษณ์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ได้รับโล่ห์และเงินรางวัล 50,000 บาท ส่วนรางวัลชมเชยมี 2 รางวัล ได้แก่ผลงานข่าว เปิดโปงขบวนการทุจริต โกงสอบตำรวจครั้งประวัติศาสตร์ นสพ.เดลินิวส์ และผลงานข่าว มหากาพย์อาชีวะทุจริตครุภัณฑ์ 5.3 พันล้าน นสพ.เดลินิวส์ ได้รับโล่ห์และเงินรางวัล รางวัลละ 20,000 บาท นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ประธานมูลนิธิอิศรา อมันตกุล เป็นผู้มอบโล่ห์
ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ได้เกาะติดและเจาะลึกโครงการจำนำข้ามาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่รัฐบาลเพื่อไทยเริ่มดำเนินการจำนำข้าวเปลือกทุกเมล็ดตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2554 จนถึงปัจจุบัน แม้จะทำให้รัฐบาลประสบความสำเร็จในการนำข้าวเปลือกทุกเมล็ดเข้าสู่โครงการจำนำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ตันละ15,000 บาท แต่ผลกระทบที่ตามมาจากนโยบายรับจำนำคือปริมาณการส่งออกของประเทศไทยกลับลดลงในปี 2555 เนื่องจากราคาข้าวส่งออกของไทยแพงกว่าคู่แข่งมาก
นอกจากนี้ นโยบายการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากจะส่งผลทำให้กลไกตลาดบิดเบือนแล้ว กระบวนการรับจำนำที่เกิดขึ้นยังมีช่องโหว่ ทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นระหว่างทางกระบวนการเกิดขึ้น ตั้งแต่กระบวนการชาวนาจนถึงการส่งออกโดยรัฐบาลที่หันมาใช้ระบบการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี แทนการเปิดประมูลเป็นการทั่วไปให้กับผู้ส่งออก
นโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับสังคมอย่างมาก ทั้งในเรื่องของการเปิดให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ด้วยการลงทะเบียนที่มีจำนวนเกินกว่าปริมาณผลผลิตที่ได้รับ ยังมีการปล่อยปละละเลยให้มีการสวมสิทธิ์เกษตรกรเข้าร่วมโครงการเพื่อ"กินส่วนต่าง"ที่เกิดขึ้น
ประเด็นถัดมานโยบายรับจำนำข้าว ยังเปิดช่องว่างทำให้กลุ่มบุคคลจำนวนไม่น้อยฉวยโอกาสคอร์รัปชั่น โดยการใช้ความชื้นของข้าวมาเป็นตัวกดดันในการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีเกษตรกรจำนวนน้อยที่จะได้รับเงินจากนโยบายนี้เต็มจำนวนหน่วย คือ ตันละ 15,000 บาท อย่างที่รัฐบาลประกาศไว้ บางพื้นที่ใช้วิธีการโกงน้ำหนักจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ในช่วงที่ผ่านมาจึงเกิดการร้องเรียนขึ้นในหลายพื้นที่ถึงความไม่ชอบมาพากลในโครงการนี้
นอกจากนี้ "กรุงเทพธุรกิจ"ยังเกาะติดนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลในทุกแง่มุมและทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่าเกือบทุกขั้นตอนของโครงการเกิดความไม่ชอบมาพากลขึ้น แม้แต่การเข้ามาบริหารจัดการของหน่วยงานรัฐบาลอย่างกระทรวงพาณิชย์ ที่รับผิดชอบดูแลการระบายข้าวไปต่างประเทศในลักษณะจีทูจี ยังเป็นข้อมูลที่ยังลึกลับ ที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อเท็จจริง จนกระทั่งนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ที่เชื่อมโยงข้อมูลให้เห็นว่าไม่ได้มีการขายข้าวแบบจีทูจีเกิดขึ้นจริง พร้อมทั้งเปิดโปงกระบวนการขายข้าวแบบจีทูจีของรัฐบาลให้กับรัฐบาลจีนเป็นสิ่งที่โกหก จากการตรวจสอบเอกสารพบเป็นการซื้อขาย ให้กับบริษัทผีของคนไทยและของบริษัทจีน ซึ่งเป็นบริษัทผี ซื้อแค่ชื่อบริษัทเพื่อมาทำสัญญาเท่านั้น
ประเด็นดังกล่าวถือทำให้เห็นแล้วว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลนอกจากทุจริตที่เกิดขึ้นในกระบวนการรับจำนำแล้ว ยังโยงใยไปสู่กระบวนการขายข้าวแบบจีทูจีขึ้นอีก ที่สำคัญทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดกระบวนการสร้างเครือข่ายคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นในกลุ่มคนใกล้ชิดกับอำนาจทางการเมือง โดยใช้งบประมาณของแผ่นดินในการดำเนินการกับโครงการรับจำนำข้าว
"กรุงเทพธุกิจ"ยังได้มีการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นถึงกระบวนการที่เกิดขึ้นแบบไม่มีประสิทธิภาพทั้งในส่วนของการดำเนินการ การนำงบประมาณแผ่นดินมาใช้จ่ายกับโครงการนี้เพิ่มขึ้น จนไม่มีทีท่าจะจะหยุดหรือชะลอโครงการนี้ออกไปได้ ผลที่ตามมาส่งผลกระทบมหาศาลต่อฐานะการคลังของประเทศ ที่ใช้งบประมาณไปกับโครงการอย่างน้อยปีละ 2 แสนล้านบาท ซึ่งกังวลว่าในที่สุดจะกลายเป็นหนี้สาธารณะของประเทศ
ปัจจุบันรัฐบาลใช้งบประมาณไปแล้ว 5.2แสนล้านบาท แต่ผลประโยชน์ที่ได้ไม่ถึงมือชาวนาที่ยากจนอย่างแท้จริง แต่กลับตกอยู่กับชาวนาที่มีฐานะดีมีรายได้ต่อครัวเรือนสูง
ที่สำคัญโครงการรับจำนำข้าวยังส่อละเมิดกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศว่า ด้วยการผูกพันการอุดหนุนสินค้า สุ่มเสี่ยงที่ประเทศจะถูกตอบโต้ทางการค้า ถูกปรับหรือถูกใช้มาตรการจากคู่ค้าได้และโครงการยังทำลายระบบการค้า ระบบการผลิต คุณภาพข้าวและการส่งออกข้าวไทย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล นอกจากจะเกิดการรั่วไหลของการใช้งบประมาณแล้ว ยังนำไปสู่กระบวนการทุจริตเกิดขึ้นเกือบทุกภาคส่วน ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตกอยู่ภายใต้อำนาจทางการเมืองที่ไม่ถูกต้อง
ขณะที่รางวัลอิศรา อมันตกุล ประเภทภาพข่าว มีผลงานภาพข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน 81 ภาพ จากหนังสือพิมพ์ 9 ฉบับ ผลงานภาพข่าวที่เข้ารอบ 5 ภาพสุดท้ายได้แก่ 1. “กว่าจะได้ภาพ” ถ่ายโดยนายสันติ เต๊ะเปีย นสพ. เอเอสทีวีผู้จัดการรายสัปดาห์ 2. "กระเจิง" ถ่ายโดยนายภมร มานะพรชัย นสพ. เดลินิวส์ 3. "สยบคลั่ง 1 " ภาพโดยนายกัมปนาท ละออง นสพ. เดลินิวส์ 4. "ตัวลอย" ถ่ายโดยภักดี สุขเพิ่ม นสพ. กรุงเทพธุรกิจ และ 5. "ล้านเสียง สำเนียงเดียว ทรงพระเจริญ" ภาพโดยนายสิทธิกร วงศ์วุฒิอนันต์ นสพ. บางกอกโพสต์
ผลการตัดสินภาพข่าวรางวัลอิศรา อมันตกุล ประจำปี 2555 รางวัลยอดเยี่ยม ได้แก่ 1. “กว่าจะได้ภาพ” ถ่ายโดยนายสันติ เต๊ะเปีย นสพ. เอเอสทีวีผู้จัดการรายสัปดาห์ ได้รับโล่ห์และเงินรางวัล 50,000 บาท ส่วนรางวัลดีเด่นมี 1 รางวัล ได้แก่ ภาพข่าว . "สยบคลั่ง 1 " ภาพโดยนายกัมปนาท ละออง นสพ. เดลินิวส์ ได้รับโล่ห์และเงินรางวัล 20,000 บาท และรางวัลชมเชยมี 3 รางวัล ได้แก่ผลงาน ภาพข่าว "ล้านเสียง สำเนียงเดียว ทรงพระเจริญ" ภาพโดยนายสิทธิกร วงศ์วุฒิอนันต์ นสพ. บางกอกโพสต์
ภาพข่าว "ตัวลอย" ถ่ายโดยภักดี สุขเพิ่ม นสพ. กรุงเทพธุรกิจ และภาพข่าว . "กระเจิง" ถ่ายโดยนายภมร มานะพรชัย นสพ. เดลินิวส์ ได้รับโล่ห์และเงินรางวัล รางวัลละ 10,000 บาท นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ประธานมูลนิธิอิศรา อมันตกุล เป็นผู้มอบโล่ห์
รางวัลข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ของชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สนับสนุนเงินรางวัลโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีผลงานข่าวส่งเข้าประกวดจำนวน 7 ข่าว จากหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับ ผลงานข่าวที่เข้ารอบ 3 ข่าวสุดท้ายได้แก่ 1.ข่าว ฮือต้านธรรมกายฮุบที่ ออกโฉนดดอนสวรรค์ นสพ. ไทยรัฐ 2.ข่าว หมกเม็ดขยะสารพิษทิ้งเมืองแปดริ้ว นสพ. ไทยรัฐ และ 3.ข่าว สกัดรัฐมนตรีรุกป่าสงวนฯ ยุติแจกเอกสารสิทธิ์ที่ทำกิน 2.5 แสนไร่ นสพ.ไทยรัฐ
ผลการตัดสินข่าวอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในประจำปี 2555 ไม่มีผลงานข่าวใดได้รับรางวัลดีเด่น แต่มีรางวัลชมเชย 1 รางวัล ได้แก่ผลงาน ข่าว สกัดรัฐมนตรีรุกป่าสงวนฯ ยุติแจกเอกสารสิทธิ์ที่ทำกิน 2.5 แสนไร่ โดยกองบรรณาธิการ นสพ.ไทยรัฐ ได้รับโล่ห์และเงินรางวัล รางวัลละ 10,000 บาท นายจตุพร บุรุษพัฒน์ .อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มอบเงินรางวัล และนายพิเชษฐ์ ชูรักษ์ ประธานชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์มอบโล่รางวัล



