
'เจ๊บ บุช'หวังเป็นปธน.ปี2016
'เจ๊บ บุช' ไม่ปฏิเสธเรื่องจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ปี 2016 หวังเป็นผู้นำคนที่ 3 ของตระกูล
5 มี.ค. 56 นายเจ๊บ บุช อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริด้า ของสหรัฐ น้องชายของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ยังไม่ยืนยันว่า เขาจะลงสมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลีกัน ไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ครั้งต่อไป แต่ดูเหมือนเขากำลังหวังจะเข้าไปนั่งในทำเนียบขาวเหมือนกัน ด้วยคำพูดที่มีนัยยะสำคัญว่า พรรครีพับลีกัน กำลังต้องการผู้นำ
เจ๊บ บุช เปิดเผยต่อแมตต์ เลาเออร์ พิธีกรรายการ " ทูเดย์ " ว่า เขาต้องการแบ่งปันความเชื่อเกี่ยวกับการขับเคลื่อนแนวคิดอนุรักษ์นิยม และพรรครีพับลีกันสามารถกลับไปสู่สุดยืนที่มั่นคง เพราะตอนนี้เราแค่หลงทาง / เขาบอกด้วยว่า เขาไม่ปฏิเสธเรื่องที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ปี 2016 แต่เขาจะยังไม่ประกาศในตอนนี้
เจ๊บ บุช ยังได้เสนอมุมมองเกี่ยวกับปัญหาด้านนโยบายการเงินและการคลังในปัจจุบัน ที่กำลังเป็นศูนย์กลางของการเผชิญหน้ากันระหว่างทำเนียบขาวและสภาคองเกรสส์ ที่รวมถึงการตัดงบประมาณจำนวนมหาศาล ที่จะส่งผลกระทบต่อหน่วยงานของรัฐบาลกลางหลายแห่งในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
เจ๊บ บุช ได้เรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นปัญหาชั่วคราวในประประวัตศาสตร์ ประเทศชาติกำลังอยู่ในอาการ " ชา " เพราะการกระตุ้นที่เกินจริงของประธานาธิบดีบารัก โอบามา โดยพูดราวกับว่า บรรดาหญิงม่ายและเด็กกำพร้า จะต้องไปอาศัยอยู่ตามข้างถนน แต่เมื่อเหตุการณ์ไม่ได้ถึงขั้นนั้น เขาก็จะกลับคำ ด้วยการพูดใหม่ว่า มันจะไม่เป็นเช่นนั้น
เจ๊บ บุช ยังพูดถึงนโยบายการเงินและการคลังด้วยว่า เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของการปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมือง ซึ่งเขาเชื่อว่า จะช่วยฟื้นฟูการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศแต่ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ทั้งสองพรรคพยายามประนีประนอมกัน
การที่เจ๊บ บุช พูดถึงเรื่องการปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมือง ก็เพราะว่า เขากำลังโปรโมตหนังสือเล่มใหม่ " อิมมิเกรชั่น วอร์ส " ( Immigration Wars ) / เขาชี้ว่า เป็นความผิดพลาดทั้งพรรครีพับลีกัน และนายมิตต์ รอมนีย์ ตัวแทนพรรคฯ ไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่ไม่สามารถโกยคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่ใช้ภาษาสเปน ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว
เจ๊บ บุช สนับสนุนนโยบายปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมือง ด้วยการให้สถานภาพทางกฎหมายแก่ประชาชน ที่เข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย แต่ไม่ถึงกับต้องให้สัญชาติพวกเขา เพราะมีคนจำนวนมากที่ไม่ได้อยากได้สัญชาติ เพียงแต่ต้องการเข้าไปทำงานหาเลี้้ยงครอบครัว และบางคนก็ยังอยากกลับบ้าน จึงไม่จำเป็นต้องไปให้สัญชาติพวกเขา
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



