
รวบ!พระลูกวัดที่โคราชงัดตู้บริจาค
ตร.โคราช รวบพระลูกวัดดอนขวาง หลังงัดตู้รับบริจาคของวัด พร้อมของกลาง เงินสด 11,000 บาท อีกที่ตร.อ่างทองรวบพระตุ๋นเรี่ยไรชาวบ้าน อ้างหาเงินสร้างศาลา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 มีนาคม พ.ต.ท.พิษณุ กองทองนอก สารวัตรเวร สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายงัดตู้รับบริจาค ภายในวัดดอนขวาง ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ต้องหาซึ่งถูกชาวบ้านและพระลูกวัดจับกุมตัวไว้ได้ คือ พระเฉลิมพล พระลูกวัดดอนขวาง หรือนายเฉลิมพล เพ็งวัฒนะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 ม.7 ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ถูกจับกุมพร้อมด้วยของกลางเงินสดจำนวน 11,000 บาท และของใช้ที่เพิ่งซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ อาทิ ยาสีฟัน สบู่ แป้ง และกระดาษทิชชู่ เป็นต้น
จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เดิมทีเคยบวชอยู่ที่วัดดอนขวาง ตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. 52 ที่ผ่านมา ก่อนจะย้ายไปจำพรรษาที่วัดในพื้นที่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ แต่ต้องเดินทางมาทำธุระที่ จ.นครราชสีมา จึงได้มาอาศัยที่วัดดอนขวางเพื่อจำพรรษาชั่วคราว ก่อนจะอาศัยจังหวะปลอดคนในช่วงเช้าลงมืองัดตู้รับบริจาคภายในวัด ซึ่งตั้งอยู่ในศาลาการเปรียญ ได้เงินไปจำนวน 12,000 บาท ก่อนจะนำไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ และกลับมาที่วัดเพื่อหลบหนี แต่ขณะจะเดินทางออกจากวัดถูกชาวบ้านที่พบพิรุธ จับตัวไว้ได้ก่อน สำหรับสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุนั้น เพื่อต้องการนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหา ไปทำการลาสิกขากับพระครูปริยัติธรรมภาณี เจ้าอาวาสวัดดอนขวาง ก่อนจะนำตัวไปดำเนินคดีในข้อหา ลักทรัพย์ ต่อไป
ตร.อ่างทองรวบพระตุ๋นเรี่ยไรชาวบ้าน อ้างหาเงินสร้างศาลา
เมื่อเวลา 12.00 น.ร.ต.ท สิริชัย สีนิล ร้อยเวรสภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งนางสาวอารีย์ ราชนิกูล อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/5 ต.ย่านซื่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง ว่า มีพระมาขอให้บริจาคทำบุญจำนวน 2 รูป เพื่อจะเอาไปสร้างอุโบสถที่วัดสามแยกมาเจริญ ต.ห้วยใหญ่ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี คาดว่าน่าจะมาหลวกลวง หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบก็พบพระ1รูปและสามเณร 1 รูปกำลังเรี่ยไรเงินทำบุญอยู่บริเวณตลาดอ่างทอง จึงควบคุมตัวมาสวบสวนที่ สภ.เมืองอ่างทอง ทราบว่าพระภิกษุลุ้ม ธิตปุณโญ(นุชนารถ) และอีกรูปเป็นสามเณรปฎิเสธที่จะบอกชื่อ
น.ส.อารีย์ กล่าวว่า ในวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา พระและเณรทั้ง 2 รูป ได้มาทำการเรี่ยไรเงินเพื่อจะเอาไปสร้างอุโบสถที่วัดสามแยกมาเจริญ ตนได้บริจาคเงินให้กับพระรูปดังกล่าวไปในจำนวน 3,000 บาท และหลอดไฟจำนวน 7 หลอด และต่อมาด้วยความที่อยากจะรู้ว่า วัดต้องการอะไรเพิ่มตนจะได้นำไปบริจาคอีกจึงได้เดินทางไปที่วัดดังกล่าว ได้พบพระสมบัติ อัมมโร ซึ่งรักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสามแยกมาเจริญ จึงสอบถามว่า ทางวัดขาดแคลนเรื่องอะไรบ้างและเงินกับหลอดไฟที่ถวายกับพระ เณร ที่เดินเรี่ยไรได้มาถึงวัดหรือยัง จากการสอบถามพระสมบัติที่ได้กล่าวว่า ทางวัดสามแยกมาเจริญ ไม่มีพระ เณร 2 รูปดังกล่าวอยู่ในวัดนี้และไม่ได้สั่งให้ใครไปเรี่ยไรรับเงินบริจาค และวันนี้ตนได้เดินซื้อของใช้ในตลาดอ่างทองจึงได้พบพระ เณร 2 รูป และผู้ช่วยอีก 2 คน กำลังเรี่ยไรขอเงินบริจาคทำบุญ จึงได้แจ้งตำรวจเพื่อเข้าตรวจค้นจับกุมหลังได้เรี่ยไรเงินบริจาคไปแล้วเมื่อครั้งก่อน และก็ได้รู้ว่าเป็นการหลอกลวง
ด้านพระภิกษุลุ้ม ให้การว่า อาตมา เป็นพระจริงและรู้จักกับพระสมบัติ อัมมโร ซึ่งรักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาส แต่คนที่ให้ตราวัดมาให้พิมพ์ใบอนุโมทนาบัตรคือ ผู้ใหญ่ถวิล คตเข็ม อายุ66 ปี เป็นไวยาวัจกรวัดสามแยกมาเจริญ และได้นำเงินมาส่งให้ผู้ใหญ่เป็นรายเดือนเดือนละ 6,000 บาท และอีก 2 วัน จะโอนเงินให้อีก 4,000 และสิ้นเดือนจะโอนให้อีก 2,000 รวม 6,000 แต่เกิดเรื่องก่อน
ต่อมาพระสมบัติและผู้ใหญ่ถวิล ได้เดินทางมายัง สภ.เมืองอ่างทอง จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ทำการสอบถามกับทางผู้ใหญ่ถวิลว่า ได้รับเงินมาตามที่ได้กล่าวจริงหรือไม่ ทางผู้ใหญ่ได้ให้การปฎิเสธว่า ไม่เป็นความจริงเพราะตนยังไม่เคยรู้จักกับพระเณร 2 รูปนี้เลย ส่วนตราวัดนั้นใครๆก็ทำได้ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปทำดูก็ได้ส่วนตนนั้นได้อยู่วัดนี้ตั้งแต่เจ้าอาวาสรูปเก่าแล้วแต่เจ้าอาวาสรูปเก่านั้นได้มรณภาพเมื่อปีก่อนและเจ้าอาวาสรูปนี้ก็มารักษาการแทน
ส่วนพระสมบัติ กล่าวว่า พระสองรูปนี้ไม่ได้อยู่ที่วัดและอาตมาก็ไม่เคยที่จะให้ใครออกเรี่ยไรและไม่รู้ว่าตรายางของวัดหลุดออกไปอย่างไร และเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าพระและเณรทั้ง 2 รูปเอาชื่อวัดไปหลอกหากิน
ร.ต.ท สิริชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบใบอนุโมทนา รูปภาพของโบสถ์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ บาตร และตู้บริจาค อาหารคาวหวาน จึงยึดมาตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าพระและเณรทั้ง 2 รูปได้แอบอ้างเอาชื่อวัดดังกล่าวออกมาเรี่ยไรหาเงิน สำหรับพระและเณรทั้ง 2 รูปนั้นตอนนี้ก็ยังสอบสวนอยู่ว่าเป็นพระที่ไหนเป็นพระจริงหรือพระปลอมเนื่องจากไม่พบหลักฐานอะไรและจากการสอบถามพระและเณรก็อ้างว่าสติไม่ดีอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี



