ข่าว

รายงาน-ตอกลิ่ม"รัฐบาลร้าว"

รายงาน-ตอกลิ่ม"รัฐบาลร้าว"

02 มิ.ย. 2552

คำพูดของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่ระบุตรงกันว่า ภายในเดือนนี้จะมีเหตุป่วนเมืองเกิดขึ้นอีกครั้ง

 มันจะเป็นการดักทางการชุมนุมทางการเมืองที่น่าจะปะทุขึ้นในช่วงไม่อึดใจข้างหน้า

 แต่ต้องถามว่า มันเป็นฝีมือและการนำของกลุ่มใด ?

 เพราะสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองวันนี้มันมีหลากมิติ เช่น

 อาการเกาเหลาของพรรคร่วมรัฐบาลในหลากโครงการเมกะโปรเจกท์ที่ส่อแววว่า มันอาจบานปลายและลามไปถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในชั่วพริบตาก็เรื่องหนึ่ง

 ความขัดแย้งของกลุ่มต่างๆ ในสังคมที่มีต่อกันและกันก็อีกเรื่องหนึ่ง

 การตั้งพรรคพันธมิตรฯ ภายใต้การนำของ สนธิ ลิ้มทองกุล ท่ามกลางคดีความต่างๆ ของแกนนำกลุ่มเสื้อหลากสีที่เกิดขึ้นในช่วงหลายนาทีที่ผ่านมาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 ยังไม่นับรวมปัญหาแนวชายแดนหลายด้านของสยามประเทศ หรือแม้กระทั่งภัยเศรษฐกิจ

 แต่น้ำหนักคำพูดของสองคีย์แมนตึกไทยคู่ฟ้าและตึกบัญชาการ 1 ละแวกนางเลิ้งนั้น น่าจะสื่อความไปถึงการระดมพลคนเสื้อแดงของนปช.ในวันที่ 21-27 มิถุนายน มากกว่าประเด็นอื่น

 เรื่องราวเหล่านี้ถอดรหัสได้จากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการสัญลักษณ์บางอย่างในการชุมนุม
 
 สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำนปช.รุ่นที่สอง ระบุว่า ช่วงแรกของการชุมนุมคือวันที่ 21-24 มิถุนายน มีเป้าหมายเรียกร้องให้รัฐบาลรื้อฟื้นให้วันที่ 24 มิถุนายนเป็นวันชาติอีกครั้ง หลังจากโดนยกเลิกไปหลายสิบปีที่ผ่านมา  

 นอกจากนี้จะมีการทำบุญให้ผู้ที่เสียชีวิตจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกเหตุการณ์

 และจากนั้นในวันที่ 27 มิถุนายนก็จะร่วมกับกลุ่มความจริงวันนี้เพื่อขับไล่รัฐบาล โดยไม่ยอมรับความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น และโยนบาปไปว่า หากมีเหตุในข้างต้น จะสันนิษฐานไปว่า เป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ

 แกะรอยคำพูดของ จตุพร พรหมพันธุ์ แล้วพบว่า ไฮไลท์ของงานนี้น่าจะอยู่ในวันที่ 27 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. จะมีการชุมนุมใหญ่ ”แดงทั้งแผ่นดิน” อีกครั้งที่สนามหลวง เพื่อต่อต้านระบอบอำมาตยาธิปไตย และขับไล่รัฐบาลชุดนี้ รวมทั้งระดมพลให้มากขึ้นเรื่อยๆ อีก 3 ครั้ง

 โดยหางแถวครั้งสุดท้าย "จตุพร" โอ้อวดว่า จะไปถึงทำเนียบรัฐบาลให้ได้  

 เพราะตอนนี้ความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาลให้หลายเมกะโปรเจกท์เริ่มฉาวและปริร้าวออกมาให้สังคมรับรู้กันถ้วนหน้า

 คนเสื้อแดงจะอาศัยความชอบธรรมในข้างต้นในการขับไล่ครม.ชุดนี้มันอาจสมเหตุสมผลในขั้นต้น 
 
 แต่ก่อนจะถึงวันนั้น สามเกลอหัวแข็งต้องโหมโรงผ่านรายการเพื่อนพ้องน้องพี่ของ "นิว ดี สเตชั่น" ที่จะแพร่ภาพทางโทรทัศน์ดาวเทียม เอ็มวี 5 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป

 จากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์จะเข็นรายการความจริงวันนี้ ผ่านทาง "พีเพิล แชนแนล" รวมทั้งเปิดระบบเอสเอ็มเอส ”ความจริงวันนี้” เพื่อกระจายข่าวระหว่างคนเสื้อแดง

 รวมทั้งหนังสือพิมพ์ "เดอะ เรด นิวส์" ที่ชั้น 6 อิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยหน้าปกฉบับปฐมฤกษ์เป็นภาพของ ทักษิณ ชินวัตร และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง

 มันชัดเจนแล้วว่า คนกลุ่มนี้ยังคงใช้ "ทักษิณ" เป็นสัญลักษณ์การระดมพลต่อไป โดยมีนัยที่จะสู้เพื่อแม้วเป็นปลายทางสูงสุด

 ส่วนข้อเรียกร้องอื่นๆ นั้นยังคงเป็นเครื่องเคียงไว้ประกอบฉากอ้างความชอบธรรม

 แม้ "จตุพร" จะอ้างว่า คนเสื้อแดงเดินมาไกลแล้ว มิได้สู้เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง และ "ทักษิณ" เป็นเพียงหนึ่งในผู้ที่มีส่วนร่วมของขบวนการนี้เท่านั้น

 แต่เหตุความวุ่นวายในบ้านเมืองที่หลายฝ่ายยังจดจำสงกรานต์เลือดกันได้เป็นอย่างดี และข้ออ้างสารพัดที่หลุดจากปากแกนนำคนเสื้อแดงในหลายวาระที่ผ่านมานั้น

 มันพิสูจน์แล้วว่า ใครพูดจริง ใครพกลม ?

 และใครสร้างสถานการณ์ !

 ปรากฏการณ์ในอนาคตอันใกล้ของประเทศไทยนั้น มันอดวิตกไม่ได้เลยว่า มันจะซ้ำรอยเดิมที่เป็นบาดแผลของคนไทยทั้งชาติหรือไม่

 ขณะที่บางเหตุการณ์ที่อยู่มุมตรงข้ามแต่กลับสอดรับเรื่องราวเหล่านี้คือการรับมือการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ที่น่าจะมาก่อนวาระ รวมทั้งการเลื่อนวาระสรรหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ไปพลางก่อน

 มันทำให้พินิจพิเคราะห์ได้ว่า "ทักษิณ" ต้องการสถานการณ์นี้เพื่อชิงธงนำทางการเมืองไว้ในมือ  

 เพราะแนวโน้มการสรุปเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมาของกมธ.วิสามัญ สภาหินอ่อนหลากชุดนั้น สรุปความในขั้นต้นได้แล้วว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ และบางมาตราก็เอื้อประโยชน์ให้พรรคเพื่อไทยและคนไกลบ้านอย่างเลี่ยงมิได้

 ฉะนั้น หากแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลยังฟัดกันบนผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกิดจากเมกะโปรเจกต์อยู่ และมีแนวโน้มลงให้กันไม่ได้
 คนที่แฮปปี้ที่สุดก็คือ "ทักษิณ"

 เพราะมันหมายถึง...ยังมีความหวังที่จะได้กลับมาหายใจบนผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง !


  โต๊ะข่าวการเมือง