
สองชาวศรีลังกาชกหน้าพ่อค้าเพชรยกเค้า120กะรัต
สองแขกศรีลังกาแสบยกเค้าพ่อค้าเพชรชาติเดียวกัน ฉกเพชร 120 กะรัต มูลค่า 3 ล้าน เผยทำทีมาขอซื้อ อาศัยจังหวะเผลอชกหน้าสลบคาที่ ก่อนหอบเพชรหนี ตร.เตรียมออกหมายจับแล้ว
เหตุการณ์ชาวศรีลังกาฉกเพชรมูลค่า 3 ล้านบาท จากพ่อค้าเพชรชาติเดียวกันเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ต.อ.เสถียร ตัณฑะกูล ผกก.สน.ยานนาวา ได้รายงานคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่ผิดชอบมายัง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ว่าเมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายโมฮาเหม็ด ฮัสซาน ซาห์ โมฮาเหม็ด มัยซูกี อายุ 51 ปี ชาวศรีลังกา อาชีพค้าขายเพชร อยู่บ้านเลขที่ 52/19 ถนนปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ต.ศราวุธ บุญรอด พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ถูกคนร้ายเป็นชายชาวศรีลังกา 2 คน คือ นายโมฮาเหม็ด อาฟทาร์ฟ โมฮาเหม็ด ซาเล็ปดีน อายุ 39 ปี และนายโมฮาเหม็ด ซัมมีล โมฮาเหม็ด มูซัมมีล อายุ 37 ปี อ้างตัวว่าเป็นพ่อค้าเพชร ทำการชิงทรัพย์เพชรจำนวน 40 เม็ด น้ำหนักรวม 120 กะรัต มูลค่า 3 ล้านบาท หลบหนีไป ขณะทำทีมาขอดูเพชรและตกลงราคาซื้อขายในบ้านพักของผู้เสียหาย โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ พ.ต.อ.เสถียร ระบุถึงพฤติการณ์คนร้ายอย่างละเอียดว่า ระหว่างที่ผู้เสียหายนำเพชรมาให้ผู้ต้องหาทั้งสองตรวจสอบภายในห้องรับแขกของบ้านพักนั้น นายโมฮาเหม็ด อาฟทาร์ฟ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้เข้าชกต่อยที่ใบหน้าของผู้เสียหายอย่างแรงรวม 6 ครั้งจนแน่นิ่งไป จากนั้นผู้ต้องหาที่ 2 ได้อาศัยจังหวะนำเอาเพชรทั้งหมดที่วางอยู่บนโต๊ะใส่กระเป๋าแล้วทั้งสองรีบวิ่งหลบหนีออกจากบ้านพักไปทันที กระทั่งผู้เสียหายรู้สึกตัวอีกครั้งขณะพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนอาการดีขึ้นสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ จึงตรวจสอบทรัพย์สินที่สูญหาย ก่อนจะเข้าแจ้งความ อย่างไรก็ตาม ภายหลังรับทราบคดีดังกล่าวแล้ว ผบช.น.ได้เร่งรัดสั่งการให้ พ.ต.อ.เสถียร จัดกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว พร้อมประสานตำรวจสืบสวนกองกำกับการสืบสวนนครบาล 6 ตรวจสอบแฟ้มประวัติชาวต่างชาติที่เคยเข้ามาก่อคดีลักษณะดังกล่าวอย่างละเอียด
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันเดียวกัน ร.ต.ต.ศราวุธ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูล รวมทั้งพยานหลักฐานเพื่อยื่นศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองราย คาดว่าศาลจะอนุมัติให้ในวันที่ 2 มิถุนายน เนื่องจากการสอบปากคำผู้เสียหายเสร็จสิ้น ประกอบกับมีข้อมูลของผู้ต้องหาชัดเจน ทั้งนี้ผู้เสียหายยังได้นำรูปถ่ายของผู้ต้องหามาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องสเก็ตซ์ภาพผู้ต้องหา เพราะมีหลักฐานชัดเจน ขณะนี้ได้ประสานงานกับฝ่ายสืบสวน สน.ยานนาวา และนครบาล 6 เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี แต่ยังไม่ชัดเจนว่าผู้ต้องหายังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ อยู่ระหว่างหาข้อมูล
รายงานข่าวแจ้งว่า คดีดังกล่าวมีข้อสงสัย ซึ่งอาจจะเป็นการหักหนี้กันเอง เนื่องจากข้อมูลของผู้เสียหายทราบว่าเป็นเพื่อนกับผู้ต้องหาชาติเดียวกันทั้งสองคน และทำธุรกิจค้าเพชรมาด้วยกันเป็นระยะเวลาร่วม 1 ปีแล้ว นอกจากนี้ในวันเกิดเหตุเป็นช่วงค่ำวันที่ 27 พฤษภาคม แต่ผู้เสียหายกลับใจเย็น เพิ่งมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วงเช้าวันที่ 30 พฤษภาคม โดยปล่อยให้เรื่องเกิดขึ้นล่วงเลยมา 3-4 วัน ซึ่งใจเย็นเกินไป ทั้งที่ผู้เสียหายถูกชิงเพชรไปกว่า 40 เม็ด มูลค่า 3 ล้านบาท ทั้งนี้ผู้เสียหายยังได้นัดหมายผู้ต้องหาทั้งสองคนไปดูเพชรกันที่บ้านของตัวเอง แสดงว่ามีความสนิทสนมไว้ใจกันมากถึงขั้นนัดหมายกันไปดูเพชรที่บ้านของตัวเอง และถูกชิงเพชรไปแค่จำนวนที่นำมาให้ดู โดยไม่มีทรัพย์สินอื่นภายในบ้านถูกชิงไปด้วย



