ข่าว

'โพลล์'พลิกนักการเมืองเจ๊งกว่า100ล.

'โพลล์'พลิกนักการเมืองเจ๊งกว่า100ล.

05 มี.ค. 2556

นักการเมือง..ตายเรียบ 'โพลล์'พลิกเจ๊งกว่า100ล้าน

               "นักเสี่ยงโชค" อยู่คู่กับสังคมไทยมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าเรื่องใดๆ มักถูกนำมาเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงแทบทั้งสิ้น ล่าสุดมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ก็ถูกนำมาเป็นประเด็น "แทงพนัน" !!

              การรับพนันประเภทนี้ แม้ไม่ได้รับผ่านทางเว็บไซต์เฉพาะกิจ แต่เป็นการรับแทงเฉพาะบุคคลหรือเฉพาะกลุ่มเกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร "นักเสี่ยงโชค" รวมตัวแทงพนันผ่าน "ขาใหญ่" แอบเปิดโต๊ะรับแทงในละแวกสนามมวยลุมพินี และสนามมวยราชดำเนิน โดยให้เสี่ยงโชคเพียง 2 หมายเลขเท่านั้น ระหว่างผู้สมัคร "หมายเลข 9" พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร "หมายเลข 16" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม.ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์

              "เฮียศักดิ์" อายุ 49 ปี นักธุรกิจนำเข้าส่งออกสินค้า ยอมรับว่า ในโค้งแรกของการหาเสียงของผู้สมัครทั้งสองพรรค อัตราต่อรองของนักเสี่ยงโชคส่วนใหญ่เลือกหมายเลข 9 เป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง โดยมีอัตราต่อรอง สมมุติว่า เลือกแทงหมายเลข 9 จำนวน 10,000 บาท หากหมายเลข 9 ชนะได้ 8,000 บาท แต่ถ้าแพ้นักเสี่ยงโชคต้องเสียเงิน 11,000 บาท

              ส่วนช่วงกลางของการหาเสียงอัตราต่อรองก็เปลี่ยนไป สมมุติว่าเลือกแทงหมายเลข 9 จำนวน 10,000 บาท หากหมายเลข 9 ชนะได้ 9,000 บาท แต่ถ้าแพ้นักเสี่ยงโชคต้องเสียเงิน 10,000 บาทเต็มจำนวน และช่วงโค้งสุดท้าย หรือที่เรียกกันว่า ช่วงคืนหมาหอน อัตราการต่อรองก็เปลี่ยน สมมุติว่า เลือกแทงหมายเลข 9 จำนวน 10,000 บาท หากหมายเลข 9 ชนะได้ 10,000 บาทเต็มจำนวน แต่ถ้าแพ้นักเสี่ยงโชคต้องเสียเงิน 10,000 บาทเต็มจำนวน

              "ยอดเงินที่สมมุติแสดงให้รู้ว่า เวลาได้เสียกันเท่าไหร่ แต่เวลาเล่นจริงๆ แล้วเล่นกันเกือบทั้งประเทศ เพราะนักเสี่ยงโชคมักเลือกฝ่ายที่ตนเองชอบอยู่แล้ว ซึ่งการเล่นหากเล่นเป็นกลุ่มต้องรู้จักกัน แต่ถ้าเล่นเป็นบุคคลนักเสี่ยงโชคที่เล่นต้องรู้จักโต๊ะรับแทง หรือมีบุคคลค้ำประกันให้ถึงสามารถแทงพนันได้ ซึ่งข้อเท็จจริงยอดเงินสำหรับนักเสี่ยงโชคถือว่าเล็กน้อย บางคนเล่นกันหลักแสนบาทแล้วไม่ได้เล่นกลุ่มเดียว แต่แทงอีกหลายกลุ่ม ซึ่งมั่นใจผู้สมัครและหรือพรรคที่ชอบ" เฮียศักดิ์ กล่าว

              เช่นเดียวกับ "เฮียเบิ้ม" อายุ 54 ปี นักธุรกิจขายสินค้าประเภทสุขภัณฑ์ ซึ่งการเสี่ยงโชคครั้งนี้เลือกแทงผู้สมัครหมายเลข 16 ได้เงินจากการเสี่ยงโชคหลายล้านบาท ยอมรับว่า ปกติเล่นพนันตามบ่อนพนันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และบ่อนพนันในต่างประเทศ การเสี่ยงโชคครั้งนี้เพื่อนในกลุ่มนักธุรกิจชักชวน ซึ่งแต่ละบุคคลความเห็นไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล

              "ผลโพลล์ก็มีส่วนเป็นตัวแปรทำให้นักเสี่ยงโชคมั่นใจในผู้สมัครและพรรคที่ชื่นชอบมากขึ้น ก็แทงไปเรื่อยๆ กับกลุ่มนักธุรกิจหรือบุคคลอื่นที่รู้จักแล้วรับต่อรองเล่นพนัน แต่ที่เสี่ยงโชคแล้วได้เงินมา เพราะไม่เชื่อผลโพลล์ เพราะสนามการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่ผ่านมาในเขตกรุงเทพฯ ก็ระบุว่า พรรคการเมืองนี้ได้ ส.ส.ในเขตกรุงเทพฯ มาก แต่สุดท้ายก็ตรงกันข้าม"

              "ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผลโพลล์ก็ระบุว่าผู้สมัครหมายเลข 9 มีคะแนนนำเกือบทุกโพลล์ แต่ผมยังเชื่อว่า คะแนนดิบในพื้นที่ ซึ่งประชาชนรักชอบพอสนับสนุนนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ก็มีส่วน อีกทั้งวิเคราะห์ว่า การหาเสียงในเรื่องของการอ้างข้อมูลเหตุการณ์เผาเมือง รวมถึงช่วงโค้งสุดท้ายคุณเฉลิม (ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง) รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ทำนองว่า หากผู้สมัครหมายเลข 9 พ่ายแพ้งดให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน 7 วัน รวมถึงการช่วยหาเสียงของนายณัฐวุฒิ (ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ) บอกทำนองว่า สาบานว่าเหตุการณ์เผาบ้านเมืองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้ยิ่งมั่นใจว่าต้องเลือกแทงผู้สมัครหมายเลข 16" เฮียเบิ้ม กล่าว

              อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากกลุ่มนักเสี่ยงโชคที่ค่อนข้างมีฐานะทางการเงินและทางสังคม พูดคุยเป็นเสียงเดียวกันว่า การพนันผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ส่วนใหญ่นักเสี่ยงโชคที่เลือกแทงฝั่งผู้สมัครหมายเลข 9 เสียเงินเป็นจำนวนมากรวมแล้วกว่า 100 ล้านบาท โดยเฉพาะนักการเมืองบางคนที่อยู่ข้างรัฐบาล ยกตัวอย่างเช่น "นาย ก.", "เฮีย พ." และ "นาย จ." เสียพนันหลายสิบล้านบาท ขณะเดียวกันนักการเมืองบางคนฝั่งตรงข้าม อย่าง "นาย ว." และ "นาย ส." ก็ได้เงินจากการพนันครั้งนี้หลายล้านบาทเช่นกัน

.........

(หมายเหตุ : นักการเมือง..ตายเรียบ'โพลล์'พลิกเจ๊งกว่า100ล้าน)