ข่าว

ฝ่าแรงต้านภูมิใจไทยดันรถเมล์เข้าครม.พุธนี้

ฝ่าแรงต้านภูมิใจไทยดันรถเมล์เข้าครม.พุธนี้

02 มิ.ย. 2552

"ภูมิใจไทย"ไม่สนนายกฯ เบรก ดันรถเมล์ 4 พันคันเข้า ครม.พุธนี้ "ชวรัตน์" ลั่นพร้อมยกเลิกโครงการหากพบทุจริต "หม่อมอุ๋ย" จี้นายกฯ กล้าตัดสินใจยกเลิก ชี้มีผลประโยชน์แอบแฝง ด้าน ปชป.ปัดขึ้นแบล็กลิสต์ "เฉลิมชัย" ห้ามนั่ง รมต. "สุเทพ" ย้ำเก้าอี้ รมต.จองได้แต่ทวง

 แม้ว่าก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะให้สัมภาษณ์ว่า โครงการเช่าและซ่อมแซมบำรุงรักษารถยนต์โดยสารปรับอากาศใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวเป็นเชื้อเพลิง หรือโครงการเช่ารถโดยสารเอ็นจีวี 4,000 คัน เป็นเวลา 10 ปี ของกระทรวงคมนาคม อาจต้องเลื่อนการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพุธที่ 3 มิถุนายน ออกไป แต่ล่าสุดพรรคภูมิใจไทยยืนยันจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. วันที่ 3 มิถุนายนนี้

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจ กล่าวถึงกรณีเช่ารถเมล์ 4,000 คัน ที่นายกรัฐมนตรีประกาศจะยังไม่นำเข้าพิจารณาในครม.ว่า แล้วแต่นายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีอาจมีภารกิจมาก แต่ถ้าไม่เลื่อนจะดีกว่า เพราะประชาชนจะเดือดร้อน เนื่องจากหากมีรถเมล์จากโครงการนี้ใช้ ประชาชนจะได้ขึ้นรถเมล์ในราคา 30 บาทต่อวัน

 ส่วนที่ค่าเช่าแพงกว่าการซื้อ เหตุใดจึงเลือกการเช่า นายชวรัตน์กล่าวว่า เป็นการตั้งราคากลางขึ้นมา เพื่อให้บริษัทเอกชนได้ประมูล ซึ่งมีการตั้งราคาไว้สูง เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแข่งขัน แต่บริษัทที่จะได้งานก็คือคนที่เสนอราคาต่ำที่สุดในการประมูล แต่หากมีข้อสงสัยเรื่องการฮั้วประมูล ก็ต้องชี้แจง และหากพบว่าเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นจริง สามารถยกเลิกโครงการได้ เพราะรัฐบาลมีอำนาจอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามงบประมาณที่ใช้ ไม่ใช่งบประมาณของรัฐบาล

 เมื่อถามว่า มีสัญญาณว่าจะมีการฮั้วประมูล เนื่องจากมีรถเมล์จำนวนหนึ่งมาจอดรอไว้แล้ว นายชวรัตน์กล่าวว่า ถือเป็นการแข่งขัน เอกชนก็ได้งาน รัฐก็ได้ประโยชน์ ดังนั้นเรื่องนี้ก็วิน วิน ส่วนการฮั้วประมูลนั้น ไม่ทราบ เพราะยังไม่เกิดขึ้น
 นายชวรัตน์ยังกล่าวถึงการที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าจะผลักดันให้บรรจุเรื่องนี้เข้าที่ประชุมครม.วันที่ 3 มิถุนายน ว่า กระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าของเรื่อง แต่หาก ครม.ไม่อนุมัติ หรือมีการเลื่อนเวลา ก็จะต้องมีเหตุผลที่จะอธิบายว่าเพราะอะไร

ยันไม่ใช่ยื่นหมูยื่นแมวกับปชป.

 เมื่อถามว่า เรื่องนี้ถือเป็นการยื่นหมูยื่นแมวกับพรรคประชาธิปัตย์ที่จะดำเนินโครงการให้เกษตรกรเช่าที่ดินราคาถูกหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า ไม่ใช่ยื่นหมูยื่นแมว เพราะเรื่องที่ดินเป็นนโยบายมาตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และได้ดำเนินการไปแล้ว เมื่อถามถึงกรณีคนของพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงการคัดค้านอย่างหนัก นายชวรัตน์กล่าวว่า นายชวนคงมีเหตุผล ต้องไปถามว่ามีเหตุผลอะไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงาน รมว.มหาดไทย แสดงความไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว ถือว่าเป็นการขัดขากันจนทำให้มีความขัดแย้งในกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิด นายศักดิ์สยามอาจเข้าใจว่าเป็นโครงการใหม่ ส่วนที่บอกว่าจะไม่เอาโครงการนี้ น่าจะเป็นเพราะสื่อถามนำมากกว่า

 เมื่อถามว่า แสดงว่าเคลียร์กับพรรคประชาธิปัตย์ได้แล้ว นายชวรัตน์กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเคลียร์ เพราะดีกันอยู่แล้ว

 ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ยืนยันว่าจะนำโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คันเข้าที่ประชุม ครม.วันพุธนี้อย่างแน่นอน หากวาระดังกล่าวไม่ถูกบรรจุเข้าเป็นวาระพิจารณา ถือว่า ครม.เบี้ยวกัน ที่ผ่านมา ครม.ให้เวลากระทรวงคมนาคมกลับไปจัดทำรายละเอียดภายใน 15 วัน ซึ่งก็จะครบกำหนดในการประชุมครั้งนี้พอดี ส่วน ครม.จะอนุมัติหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ครม. แต่ต้องมีเหตุผลอธิบายได้

 นายโสภณกล่าวว่า หากรัฐบาลไม่เห็นด้วยเพราะราคาแพง ตนรับได้ แต่ถ้าผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้แล้วอ้างว่ากลัวกระแส ตนก็ยอมรับไม่ได้

 แหล่งข่าวใกล้ชิดนายโสภณ กล่าวว่า ในวันที่ 2 มิถุนายน นายโสภณจะขอเข้าพบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อเคลียร์ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

 นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีหากรัฐบาลไม่ยอมนำเรื่องนี้เข้าครม. พรรคภูมิไจไทยจะทำอย่างไรว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ต้องรอให้ถึงเวลานั้นก่อน หากไม่มีการนำเข้า ค่อยมาว่ากัน

"สุเทพ" ชี้เช่ารถเมล์ยังไม่พบทุจริต

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน และปัญหาเรื่องการระบายข้าวที่เป็นปัญหาต่อเนื่องมา ทำไมไม่พูดกันให้ชัดเจนใน ครม. ดีกว่าตอบโต้กันไปมาข้างนอกว่า เรื่องนี้ได้พูดกันใน ครม. ไม่ได้โต้กันไปมา โดยตนได้รับมอบหมายให้ไปเป็นกรรมการประสานงานพูดจาแก้ไข ก็ไปปรึกษาหารือแก้ไขกันมาก็ลงตัวดี

 ส่วนที่ประธานวุฒิสภาเองระบุว่าควรจะโอนโครงการนี้ไปให้ กทม.ดำเนินการ ไม่ควรที่ฝ่ายการเมืองหรือรัฐบาลทำกันเอง จะนำมาพิจารณาหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า บังเอิญตนไม่ได้ยินที่ประธานวุฒิสภาให้ความเห็น จึงไม่กล้าวิจารณ์

 ต่อข้อถามว่า แสดงว่ารัฐบาลยังยืนยันที่จะเดินหน้าดำเนินการ แต่ให้ไปปรับลดราคาให้ถูกลงใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้สรุปหรือตกลงใจอะไรอย่างที่เป็นข่าวทั้งสิ้น เมื่อถึงขณะนี้กระทรวงคมนาคมจะไปพิจารณาโครงการอย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม เสร็จแล้วก็เสนอกลับมาให้ ครม.พิจารณาตัดสินใจ ส่วนพิจารณาแล้วจะจบหรือไม่จบก็สุดแล้วแต่ที่ประชุม ครม. ซึ่งมีทุกฝ่ายทุกพรรคอยู่ในนั้นอยู่แล้ว

 เมื่อถามว่า ทางออกเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามที่นายกฯ ประกาศว่า จะไม่ยอมให้มีการทุจริต ซึ่งจะมีผลทำให้รัฐบาลอยู่ยาวต่อไปได้ ดังนั้นเมื่อมีเสียงคัดค้านทั่วสารทิศ รัฐบาลควรที่จะยอมถอยโครงการนี้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ยืนยันว่าประการที่หนึ่ง โครงการนี้ยังไม่มีการทุจริตใดๆ ทั้งสิ้น และสอง ตนเป็นผู้ประสานงาน ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติงานแทนกระทรวงต่างๆ กระทรวงต้องเป็นคนคิดและเสนอแนวทางขึ้นมา ตนจะไม่ไปเสนออะไรแทนกระทรวง แต่มีหน้าที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อกัน

หม่อมอุ๋ยเชียร์นายกฯยกเลิกเช่ารถเมล์

 ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำกลุ่มรักษ์เมืองไทย กล่าวว่า กลุ่มรักษ์เมืองไทยดีใจที่นายกรัฐมนตรีออกมาขัดขวางโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในใจของคนไทยที่ติดตามเรื่องนี้ โดยเชื่อว่าเรื่องนี้มีผลประโยชน์แน่นอน เพราะตัวเลขสูงมากและมีการปรับลดลงง่ายๆ จากข้อมูลเชิงลึกที่ทางกลุ่มทราบมีความชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของกลุ่มนักการเมือง ซึ่งคนไทยอึดอัดเรื่องนี้มานานมากและรู้สึกว่าไม่เห็นมีผู้นำคนไหนมาหยุดเรื่องนี้ได้เลย ดังนั้น การที่นายกฯ ออกมาขวางแบบนี้และสามารถขวางได้สำเร็จจริงๆ จะทำให้ขวัญและกำลังใจของคนไทยดีขึ้น

 “อยากให้นายกฯ ยกเลิกโครงการนี้ไปเลย เพราะอะไรที่ทำไปแล้วคนสงสัยและมีข้อมูลชัดว่ามีผลประโยชน์แอบแฝง ถ้านายกฯ ไม่ขวางและไม่หยุดโครงการนี้ไว้คนก็จะหมดหวังนายกฯ แน่นอน จึงขอให้นายกฯ ทำให้สุดไปเลย ยกเลิกไปเลย เพราะโครงการแบบนี้ทำใหม่ก็ได้ แต่อย่าให้เห็นชัดว่ามีผลประโยชน์ซ่อนเร้นแบบนี้ นายกฯ อย่าทำให้ประชาชนท้อ เพราะในระยะที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ประชาชนต้องการผู้นำที่ดีและกล้าหาญ" ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าว

 ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวว่า แม้กระทรวงคมนาคมจะผลักดันเรื่องดังกล่าวเข้าไปในการประชุม ครม.วันที่ 3 มิถุนายนนี้ เชื่อว่าจะไม่เป็นผล เพราะประเด็นอยู่ที่นายกรัฐมนตรี เมื่อเข้าไปได้ ก็ต้องถอนออกได้ ถ้านายกฯ แน่วแน่และยึดหลักรักษาความถูกต้องเหนือสิ่งอื่นใด เชื่อว่า นายกฯ จะขัดขวางโครงการได้สำเร็จ ส่วนเรื่องพรรคภูมิใจไทยจะตีรวนหรือถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลนั้น ขอให้นายกฯ อย่าไปคิดเรื่องนี้ เพราะถ้าคิดว่าได้ทำเพื่อความถูกต้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทำไปเลย อย่าไปกลัว เพราะความดีจะเป็นเกราะป้องกันและกระแสประชาชนจะสนับสนุน

เพื่อไทยเตือนระวังเป็นจุดตายรัฐบาล

 นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวถึงโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ที่กระทรวงคมนาคมพยายามเสนอเข้าสู่ ครม. ว่า ขอให้ประชาชนในสังคมร่วมกันจับตาโครงการดังกล่าว จะผ่านความเห็นชอบของ ครม.หรือไม่  

 "ถ้าผ่านไปได้ก็ต้องถามว่าในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี และส.ส.ในพรรค เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจและคัดค้านโครงการนี้ และระบุว่าจะมีผลประโยชน์คันละหลายล้านบาท เมื่อมาเป็นรัฐบาลมาตรฐานอยู่ที่ไหน ซึ่งเชื่อว่าสังคมกำลังจับตาดูว่าผลประโยชน์จะเอื้อประชาชนหรือผลประโยชน์ของส่วนตัวหรือกลุ่มใด เพราะถือว่าเป็นอภิมหาโคตรโกง ไม่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง แล้วยังไปกู้เงินทำให้ประชาชนต้องแบกภาระ เชื่อว่าคนทั้งประเทศคงยอมรับไม่ได้ และจะเป็นจุดตายของรัฐบาลนี้ด้วย" นายศักดากล่าว

ปธ.บอร์ดขสมก.ยันเช่ารถเมล์ดีที่สุด

 นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานบอร์ด ขสมก. เปิดแถลงข่าวถึงปัญหาโครงการรถเช่าเอ็นจีวี 4,000 คัน หลังกลายเป็นปมความขัดแย้งทางการเมือง ระบุเห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีให้ศึกษาแนวทางการจัดซื้อรถเมล์ควบคู่ไปกับการเช่า ซึ่งหาก กทม.จะรับองค์กรของ ขสมก.ไปจัดการดูแล ก็จะเป็นการดี แต่ห่วงเรื่องประสบการณ์การเดินรถ

 นายปิยะพันธ์ยืนยันว่า จากการทำงานที่ผ่านมา การจัดเช่ารถเมล์ถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุด และจำเป็นต่อการฟื้นฟูสถานะของ ขสมก. ที่ขณะนี้ขาดทุนสูงกว่า 6,000 ล้านบาท และจะมีผลขาดทุนสะสมมากกว่า 1 แสนล้านบาท ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อีกทั้งการจัดเช่ารถทำให้องค์กรไม่ต้องแบกรับภาระค่าซ่อมบำรุง ตลอดอายุ 10 ปีของสัญญา แต่การจัดซื้อจะมีหลักประกันซ่อมบำรุงเพียง 3 ปีแรก

 นอกจากนี้ นายปิยะพันธ์ระบุด้วยว่า ตัวเลขที่มีการเช่ารถ 4,657 บาทต่อคันต่อวัน เป็นราคาที่เหมาะสม พร้อมยกโครงการบีอาร์ทีของ กทม. เมื่อหลายปีก่อน เป็นกรณีตัวอย่าง

 นายสนาน บุญงอก ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า มาตามเรื่องที่เคยยื่นไปในโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ซึ่งไม่ได้มายื่นคัดค้านโครงการ เพียงแต่ให้ปรับโครงการจากการเช่า เป็นการเช่าซื้อ และการใช้ระบบอี-ทิกเก็ตในทันทีจะเป็นการล็อกสเปก ต้องมาพร้อมกัน 4,000 คัน ซึ่งจะกระทบกับพนักงาน ขสมก.ถึง 1 หมื่นคน และเชื่อว่าผู้ใช้บริการยังไม่พร้อมใช้ระบบตั๋วอี-ทิกเก็ต ซึ่งหากมีควรใช้แบบค่อยเป็นค่อยไป และอยากให้จัดซื้อที่ดินเพื่อให้อู่รถเป็นสมบัติของ ขสมก. นอกจากนี้ หากโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ไม่ผ่าน ครม. อยากให้หารถมารองรับ 1,000 คัน เนื่องจากขณะนี้มีรถเก่า 500 คัน อยู่ระหว่างการซ่อมแซม ซึ่งสูญรายได้ถึงวันละ 3 ล้านบาท

ปชป.ขึ้นแบล็กลิสต์ "ก๊วนเฉลิมชัย"

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยขึ้นบัญชีดำ ส.ส.ของพรรคที่มีการเคลื่อนไหว เพราะได้ชี้แจงให้สมาชิกเข้าใจแล้วว่าพรรคมีระบบจัดบุคคลเป็นรัฐมนตรีโดยคำนึงถึงความเหมาะสม ความรู้ความสามารถ ซึ่งคนที่ไม่ได้รับตำแหน่งอาจไม่พอใจเป็นเรื่องธรรมดา

 ส่วนการที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ใส่เสื้อสีน้ำเงินต้อนรับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนั้น นายสุเทพมองว่าการลงพื้นที่ของรัฐมนตรี ต้องมีการพบปะ ส.ส. ในพื้นที่ อีกทั้งเสื้อสีน้ำเงินเป็นโครงการสมานฉันท์ของกระทรวงมหาดไทย ที่แจกให้แก่นักการเมืองทุกคน การสวมใส่จึงไม่แปลก และยืนยันยังไม่ปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงนี้

ระบุเก้าอี้ รมต.จองได้แต่ทวงไม่ได้

 นายสุเทพยังกล่าวถึงการที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่า ยินดีต้อนรับ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทยว่า “ว่างๆ ผมจะไปจีบคุณชวรัตน์" และเห็นว่าไม่ควรตื่นเต้นกับเรื่องดังกล่าว การที่นักการเมืองย้ายพรรค ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่ผ่านมานายเฉลิมชัยยังไม่เคยพูดถึงปัญหากับตน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่กังวลที่ทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล จึงเชื่อว่ายังมีความเข้าใจอันดีต่อกัน

 นายสุเทพยังกล่าวถึงตำแหน่งรัฐมนตรีว่า "สมาชิกพรรคจองได้ แต่ทวงไม่ได้"
 
"ไตรรงค์"การันตีเฉลิมชัยไม่ย้ายพรรค

 นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายสุเทพ ว่าตนมารับฟังปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาของรัฐบาลและเรื่องงบประมาณ

 ส่วนกรณีนายเฉลิมชัยนั้น นายไตรรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้จบตั้งแต่ที่พรรคไปสัมมนาที่เกาะสมุยแล้ว เพราะตนได้โทรศัพท์คุยกับทั้งนายเฉลิมชัยเอง และคุยกับนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างก็น่าจะจบ ยืนยันว่าไม่มีการขึ้นแบล็กลิสต์นายเฉลิมชัยไม่ให้เป็นรัฐมนตรี อีกทั้งพี่ชายของนายเฉลิมชัย คือนายวิรัช ศรีอ่อน ก็มีความมั่นคงต่อพรรคประชาธิปัตย์มาก มั่นคงทั้งครอบครัวตลอดระยะเวลา ทั้งที่มีบางพรรคติดต่อให้เงินเขาเป็นร้อยล้าน เขาก็ยังไม่ไป ซึ่งเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา พี่ชายนายเฉลิมชัยโทรศัพท์มาหาตน และเล่าให้ฟังว่าในจังหวัดจัดงานปกป้องสถาบันและเชิญ รมว.มหาดไทยไปเป็นประธาน ในงานคนที่ไปทางจังหวัดให้ใส่เสื้อสีน้ำเงิน เขียนข้อความว่า ปกป้องสถาบัน ซึ่งตนก็บอกไปว่าจะช่วยให้สัมภาษณ์อธิบายความเป็นไป

 เมื่อถามว่าแต่เป็นข่าวออกมาตามหน้าหนังสือพิมพ์ นายไตรรงค์ กล่าวว่า “อันนั้นก็ไม่รู้ หรืออาจมีผู้ใหญ่ปากหมาที่ไหนไปพูดมั้ง จะมีบ้างหรือเปล่า เพราะเป็นผู้ใหญ่ไม่สมควรพูดอย่างนั้น ไปพูดให้พรรคเสียหาย เพราะคนคนนี้เขาก็ภักดีต่อพรรค และต่อสู้กับพรรคมาเยอะมาก เพียงแต่เขาไม่ระมัดระวังที่ไปใส่เสื้ออะไรนั่น”

 นายไตรรงค์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มาเพื่อเป็นกาวใจให้ใคร เพียงแค่เป็นผู้ใหญ่ในพรรคใครมีปัญหาอะไรก็มาปรึกษา ไม่มีใครขอร้อง มั่นใจว่านายเฉลิมชัยจะไม่มีวันย้ายไปสังกัดอยู่พรรคอื่น ตนเป็นคนเอานายเฉลิมชัยมาเล่นการเมือง และที่มั่นใจว่านายเฉลิมชัยไม่ย้ายพรรคเพราะเขามีเงินมากกว่าที่พรรคการเมืองอื่นมาเสนอให้

เสื้อแดงร้องอัยการขอความเป็นธรรม

 เมื่อเวลา 09.00 น. แกนนำคนเสื้อแดง ได้แก่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ และนายสุพร อัตถาวงศ์ ได้เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ผ่านนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา โดยนายจตุพรกล่าวว่า ต้องการขอความเป็นธรรมต่ออัยการ เนื่องจากที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนไม่ให้ความเป็นธรรม โดยเร่งรีบสอบและสรุปสำนวนโดยที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง ซึ่งถือว่าขัดทั้งรัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งหากอัยการไม่ให้ความเป็นธรรมก็คงจะกลับมาหาอีก

 นายจตุพรกล่าวว่า หากเทียบกับคดีของกลุ่มพันธมิตร จะเห็นความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นคดีบุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที บุกยึดทำเนียบรัฐบาล หรือบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการส่งฟ้องแต่อย่างใด จึงเห็นได้ว่าตำรวจมีการเลือกปฏิบัติ

 ขณะที่นายกายสิทธิ์ระบุว่า กระบวนการยุติธรรมจะไม่มีการตั้งธงใดๆ ทั้งสิ้น และอัยการจะให้ความเป็นธรรมให้มากที่สุด การจะฟ้องอะไรก็ต้องมีหลักฐาน ซึ่งหากยื่นฟ้องไปแล้วถูกยกฟ้องก็ไม่รู้จะฟ้องไปทำไม อีกทั้งหากถูกยกฟ้องผู้ต้องหาก็สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้

ตร.สั่งศึกษาใช้กระบองยางปราบม็อบ

 พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวถึงการนัดชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 27 มิถุนายนว่า เป็นการเคลื่อนไหวตามปกติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลยังคงใช้มาตรการเดิมดูแลผู้ชุมนุม ซึ่งขั้นตอนการเข้าไปดูแลผู้ชุมนุม มอบหมายให้ พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปศึกษาโดยให้เวลาประมาณ 1 เดือน ถึงขั้นตอนและอุปกรณ์ในการดูแลผู้ชุมนุมให้มีความพร้อม ซึ่งแต่เดิมตำรวจไม่มีการใช้กระบองในการควบคุมฝูงชน ซึ่งมีข้อวิพากษ์วิจารณ์พอสมควรว่าตำรวจอ่อนแอเกินไปหรือไม่ แต่เราใช้นโยบายตำรวจยังคงไม่ใช้ความรุนแรง แต่ก็มีผลกระทบว่าหากใช้กระบองจะมีความรุนแรงหรือไม่

 "จึงให้ไปศึกษาว่าหากมีการใช้กระบองในการควบคุมฝูงชนจะใช้อย่างไร จัดหาอย่างไร เพราะแต่เดิมเราไม่ได้เป็นคนจัดหา ส่วนกระบองที่ใช้เป็นอย่างไรต้องศึกษาอาจเป็นกระบองยาง รวมทั้งเวลาตีจะต้องตีส่วนไหน เช่น ขา อย่างไรก็ตามจะยึดหลักสากล และคำสั่งศาลปกครอง" ผบ.ตร.กล่าว

พธม.เลือกหัวหน้าพรรคชั่วคราว

 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ในวันที่ 2 มิถุนายน เวลา 10.00 น. จะมีการประชุม 5 แกนนำพันธมิตรร่วมกับคณะทำงานซึ่งจะเป็นผู้ไปจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองรวม 20 คน โดยเลือกมาจากผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมเคลื่อนไหวกับพันธมิตร และเลือกตำแหน่งต่างๆ ในพรรค เช่น หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค โฆษกพรรค เหรัญญิกพรรค ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายของ กกต. แต่ตำแหน่งทั้งหมดจะยังเป็นเพียงชั่วคราว ซึ่งจะคัดเลือกผู้ทำหน้าที่อย่างถาวรต่อไป หลังจากจดทะเบียนพรรคเสร็จสิ้น ทั้งนี้ หัวหน้าพรรคชั่วคราว จะเป็นหนึ่งในห้าแกนนำพันธมิตร

"สดศรี"การันตี"สุเทพ"ไม่ต้องลาออก

 นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงการที่ กกต.มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ภายหลังศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งให้ใบเหลืองแก่นายธานี เทือกสุบรรณ นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี กรณีทุจริตการเลือกตั้งว่า การดำเนินคดีอาญากับนายสุเทพถือเป็นคนละส่วนกับการที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง โดย กกต.ได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายสุเทพ ซึ่งต้องรอให้พนักงานสอบสวนรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานส่งให้อัยการ จากนั้นต้องรอดูว่า อัยการจะพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ ขณะนี้นายสุเทพคงยังไม่จำเป็นที่จะต้องลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเรื่องนี้ยังถือว่าเป็นเพียงแค่ข้อกล่าวหาเท่านั้น ทำให้ไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติใดๆ

"น้องสุเทพ" ยื่นกกต.อุทธรณ์ใบเหลือง

  นายธานี เทือกสุบรรณ อดีตนายก อบจ. สุราษฎร์ธานี ซึ่งถูกศาลสั่งให้ใบเหลือง พร้อมด้วยนายสุริญญา ยืนนาน ผู้สมัคร ส.อบจ.สมุย ซึ่งศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายเชน เทือกสุบรรณ ในฐานะทนายความ ได้มายื่นเรื่องร้องต่อ กกต.เพื่อขอให้ยืดเวลาในการจัดการเลือกตั้ง นายกอบจ. สุราษฎร์ธานีออกไป ซึ่งนายธานีให้เหตุผล ก่อนหน้านี้ ตนและนายสุริญญาได้ไปยื่นเรื่องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพื่อขอคัดค้านการพิพากษา เนื่องจากองค์คณะที่ตัดสินในคดีนี้เป็นคนละองค์คณะที่รับฟังการไต่สวนคดีมาโดยตลอด และการยื่นร้องต่อศาลในครั้งนี้ สามารถกระทำได้ภายใน 8 วัน นับแต่วันตัดสินคดี ซึ่งเราเห็นว่าการเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะถูกต้อง

 นายธานีกล่าวว่า การยื่นเรื่องคัดค้านคำสั่งศาลและขอให้ กกต.เลื่อนการจัดการเลือกตั้งออกไปนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการดำรงตำแหน่งของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และยืนยันว่านายสุเทพไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว และในวันที่เกิดเหตุ ตนก็ไม่อยู่ในเหตุการณ์แต่อย่างใด ส่วนเรื่องที่ตนจะลงสมัครอีกครั้งหรือไม่นั้น ต้องดูว่า กกต.จะตีความอย่างไร เพราะมีผู้ตีความว่าตนอยู่ครบหนึ่งปีก็น่าจะนับเป็นหนึ่งวาระ และตามกฎหมายก็ห้ามดำรงตำแหน่งผู้บริหารเกินสองวาระ

ทอ.ยอมถอนจัดซื้อกริพเพน พ้น ครม.

 น.อ.มณฑล สัชฌุกร รองโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ขอถอนวาระการพิจารณาการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน 6 ลำ เฟสที่ 2 เพื่อประจำการแทนเครื่องบินเอฟ-5 ที่กำลังจะปลดประจำการ ออกจากการพิจารณาของ ครม.ในวันพุธที่ 3 มิถุนายนนี้ หลังจากที่ได้ประชุมร่วมกับกรมฝ่ายเสนาธิการ เนื่องจากเห็นว่าข่าวที่ปรากฏออกมานั้น กองทัพอากาศถูกมองว่า ยื้อหรือแข็งขืนที่จะซื้อกริพเพนเพิ่มอีก 2 ลำ ในงบประมาณปี 2553 ทั้งที่ไม่เป็นความจริง เพราะเราทราบถึงความจำเป็นในการตัดลดงบประมาณ พร้อมทั้งรับทราบว่าได้มีการตัดโครงการดังกล่าว และ การจัดซื้อ ฮ. กู้ภัย 4 ลำ ออกไปแล้ว

 “การเสนอโครงการไปนั้น เพื่อให้รัฐบาลทราบว่ากองทัพอากาศมีความต้องการจัดหาให้ครบ 1 ฝูง เปรียบเหมือนคน ถ้ามีแค่แขน แต่ไม่มีขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้น การยืนยันเช่นนี้ก็เพื่อให้ทราบว่าหากมีงบประมาณเมื่อไหร่ก็พร้อมจะซื้อเมื่อนั้น ซึ่งก็เป็นงบประมาณของกองทัพอากาศเอง ไม่ได้ขอพิเศษ ยืนยันว่าเราไม่ได้ดื้อว่าจะต้องซื้อในปีงบฯ 53 เพราะเรารู้ดีว่าประเทศเรามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ” รองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าว