
'คุณชาย'รอไปก่อนกกต.ยังไม่รับรอง
'คุณชาย'รอไปก่อน กกต.ยังไม่รับรอง เหตุมีเรื่องค้านกรณีปราศรัย ว่าที่ผู้ว่าฯกทม.เผยยังไม่ได้หารือตั้งรองผู้ว่าฯ หัวหน้าพรรคพท.พอใจผลคะแนนรับต้องปรัปรุงฐานเสียง
เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 4 มี.ค.2556 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธานกกต.กทม. กล่าวภายหลังการประชุมกกต.กทม.ว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. หลังจากที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง จากนายวีระ ยี่แพร ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร และได้ประชุมหารือกันก่อนจะมีมติเสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังกกต.กลาง ในวันเดียวกันนี้ เพื่อให้กกต.กลางพิจารณาเรื่องของการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง
"ทั้งนี้กกต.กลางได้แนบรายงานกรณีม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการปราศรัยใส่ร้าย ตามมาตรา 57(5) ของพ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นฯ ที่กกต.รับไว้เป็นคำร้องคัดค้านรวม 2 เรื่อง ซึ่งกกต.กลางมีอำนาจที่จะพิจารณาเรื่องการประกาศรับรองผลภายใน 7 วันจากวันเลือกตั้งคืออย่างช้าภายในวันศุกร์ที่ 8 มี.ค.นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับพ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528"พล.ต.ท.ทวีศักดิ์กล่าว
"สุขุมพันธุ์"ทวิตเดินหน้าสานนโยบายหาเสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ผ่าน @Sukhumbhandp ว่า "ผมจะเร่งเดินหน้าเรื่องเร่งด่วนที่เสนอไว้ และเรื่องที่ดำเนินไว้แล้วต้องติดตามความคืบหน้า อีกทั้งสานต่อเรื่องที่ให้ทีมงานศึกษาไว้ ส่วนเรื่องนโยบายและโครงการต่างๆ ที่นำเสนอไป จะพัฒนาต่อเป็นแผนและงบประมาณ เพื่อนำเสนอร่าง ซึ่งต้องชัดเจนภายใน 1 ปี ขณะที่สวนสาธารณะได้เริ่มทำไว้แล้วที่บางบอน พื้นที่ 100 ไร่ บางแค 100 ไร่ บางเขน 21 ไร่ โดยจะเสร็จภายใน 1 ปี กล้อง CCTV 27,000 ตัวจะติดตั้งให้เสร็จ อุโมงค์ยักษ์ 3 แห่ง ระบบระบายน้ำ คลองด่วน อุปกรณ์ดับเพลิงอาคารสูงในซอย ที่ให้ทีมศึกษาไว้แล้วนั้นจะติดตามความคืบหน้าเพื่อเดินหน้า นอกจากนี้ งานในสมัยที่สองนี้จะเข้มข้น เห็นผลงานชัดเจนมากขึ้น และจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์งานที่ขับเคลื่อนไปแล้วให้พี่น้องได้ติดตามด้วย"
ระบุยังไม่ได้หารือเรื่องรองผู้ว่าฯเตรียมเดินหน้านโยบายหาเสียง
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ กล่าวถึงการเลือกบุคคลที่จะเข้ามาเป็นรองผู้ว่ากทม.ว่า ยังไม่ได้หารือเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใดแต่คงจะไม่ล่าช้า เนื่องจากเมื่อการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็ตั้งรองผู้ว่าฯภายหลังจากได้รับการรับรองจาก กกต. ซึ่งการตั้งรองผู้ว่าฯนั้นอำนาจตามกฎหมายก็อยู่ที่ตนแต่ก็ต้องมีการหารือกับทางพรรคก่อน ไม่มีฝ่ายไหนสามารถชี้ขาดได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวว่าคดีต่างๆที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ จะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือน นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่ากทม. หรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว ว่า กรณีนายอภิรักษ์ นั้น ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่กรณีนี้เป็นคนละเรื่องกันเป็นประเด็นเกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งดีเอสไอไม่มีอำนาจในการตรวจสอบแต่เป็นการทำเกินอำนาจหน้าที่
ลั่นปชป.เหมือนเรือบรรทุกน้ำมันที่ช้าเเต่หยุดยาก
ขณะเดียวกัน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวในรายการเจาะข่าวเด่นทางสถานีโทรทัศน์ช่อง3ว่า ภารกิจที่หาเสียงไว้นั้น 6 เดือนเเรกนั้นคงจะทำอะไรเห็นผลเลยได้ยาก เเต่ 1 ปีน่าจะเริ่มเห็นผล เเละตนต้องปรับกระบวนทัพเเละงบประมาณในการทำงาน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวด้วยว่า ขอให้คนกทม.ที่ไม่ได้เลือกตนมาร่วมงานเเละมีส่วนร่วมกัน เพราะผู้ว่าฯกทม.เป็นของคนกทม.ทุกคน ตนอยากสำรวจว่าคนในบางชุมชนที่ไม่ได้ลงคะเเนนเพราะตนเป็นเพราะอะไร เช่น ตนบกพร่องในการทำงานในพื้นที่นั้นๆก็ต้องเเเก้ไข ส่วนทีมรองผู้ว่าฯกททม.นั้นยังไม่ได้คิด แต่คงไม่ให้ตำเเหน่งรองผู้ว่าฯกทม.ให้นายสุหฤท สยามวาลา ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.เเบบอิสระ เพราะคงไม่เหมาะ เเต่ตนเคยย้ำกับนายสุหฤทเเล้วว่าชอบหลายนโยบายของนายสุหฤทเเละชวนให้มาช่วยกันทำงาน เเต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีตำเเหน่งเพียงเเค่มาช่วยกันทำงาน
"วันนี้ขอลบล้างข่าวลือว่าพรรคเเตกเเยก พรรคเหมือนเรือบรรทุกน้ำมันที่หนักเเละช้า เเต่เมื่อเคลื่อนตัวเเล้วยากที่จะหยุดจนกว่าจะถึงที่หมาย"ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว
"จารุพงศ์"รับต้องปรัปรุงฐานเสียงผู้ว่าฯกทม.
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พอใจกับผลคะแนนที่ได้ ต้องขอขอบคุณชาวกทม.ที่ให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยด้วยคะแนนเสียง 1,077,899 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่สูงเพิ่มขึ้นกว่า 4 ปีที่แล้วกว่า 400,000 คะแนน หรือร้อยละ 76 ถือว่าคุ้มค่าในการหาเสียงครั้งนี้ ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนเพิ่มจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว 340,000 คะแนน และเมื่อย้อนไปในปีที่ผ่านๆมา พบว่าพรรคได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากชาวกทม.มากขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่พรรคจะต้องพยายามต่อไป
นายจารุพงศ์ กล่าวว่า การพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นเพราะพื้นที่เขตที่แพ้พบว่า ไม่มี ส.ส. ส.ก. และ ส.ข.จากพรรค ซึ่งชี้ให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องแก้ไขปรับปรุงฐานเสียงระดับท้องถิ่นในกทม.ให้มากขึ้น เพราะถือว่าพรรคประชาธิปัตย์มีฐานเสียงที่เหนียวแน่นมีรากที่ลงลึก ซึ่งเป็นเหตุให้พรรคไม่สามารถชนะการเลือกตั้งศึกผู้ว่าฯกทม.ได้ จากไปนี้ไปทางพรรคจะวิเคราะห์เพื่อนำมาเป็นยุทธศาสตร์ในวันข้างหน้าต่อไป
“เรายอมรับความพ่ายแพ้แต่ไม่ท้อ ด้วยคะแนน 4 แสนเสียงก็มากพอสมควรถ้าเทียบจากครั้งที่ผ่านมา เราพอใจแต่ก็ยังไม่พอ และตั้งใจว่าจะรักษาฐานนี้ไว้เพื่อเขยิบต่อไป แม้ยุทธศาสตร์เราจะบอกว่าได้ 1 ล้านเสียงแล้วจะชนะ แต่ก็ยังไม่ชนะ ก็ต้องมาปรับปรุงกันใหม่ ผมไม่อยากจะบอกว่าเราแพ้เพราะอะไร แต่จะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม คนที่แพ้ก็ใช่ว่าจะหยุด แต่ก็ต้องทำต่อไป โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง การเลือกตั้งที่มีผลแพ้ชนะถือว่าเป็นกลไกที่งดงามของระบอบประชาธิปไตยที่จะต้องทำเพื่อประชาชน” นายจารุพงศ์ กล่าว



