
สมช.ต่อพรก.ฉุกเฉินใต้อีก3เดือน
สมช.ต่อพรก.ฉุกเฉินอีก 3 เดือน ส่วนอีก 5 อำเภอ 'กระพ้อ-เบตง-กาบัง-แว้ง-สุคิริน' เตรียมเปลี่ยนใช้ 'พรบ.มั่นคงฯ' เผยอีก2 สัปดาห์ไปมาเลย์อีกครั้ง วางกรอบคุยBRN
เมื่อเวลา 12.30 น. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ว่า ที่ประชุมมีมติให้บังคับใช้ พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปอีก 3 เดือน หลังจากที่จะครบกำหนดในวันที่ 19 มี.ค.นี้ ทั้งนี้จะมีการนำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ แต่เนื่องจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)ได้เสนอพื้นที่ที่สมควรยกเลิกการใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ จำนวน 5 อำเภอ ได้แก่ ที่จ.ปัตตานี คือ อ.กระพ้อ ส่วนจ.ยะลา คือ อ.เบตงและกาบัง จ.นราธิวาสคือ อ.แว้ง และสุคิริน ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นพ้องต้องกัน แต่ได้ขอให้ดำเนินการในลักษณะควบคู่กับกระบวนการที่สมช.กำลังจะพูดคุยกับขบวนการที่ประเทศมาเลเซีย รวมถึงพิจารณาว่าถ้าสถานการณ์ในพื้นที่ 5 อำเภอนี้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ก็อาจมีการประกาศยกเลิก พรก.ฉุกเฉินฯ แล้วใช้ พรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรแทน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ใช้สิ่งใดในการพิจารณาปรับระดับการใช้กฎหมายควบคุมพื้นที่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เรื่องของความพร้อมในพื้นที่นั้น เราดูจากสถิติและสถานการณ์ที่มีน้อยมาก รวมถึงดูจากความพร้อมของเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยและตำรวจที่จะมาชดเชยกำลังทหาร ตลอดจนพิจารณาจากเสียงของประชาชนในพื้นที่นี้เป็นหลัก ซึ่ง ศอ.บต.รายงานว่าทั้ง 5 อำเภอดังกล่าวสมควรยกเลิกการใช้ พรก.ฉุกเฉินฯแล้วมาใช้ พรบ.ความมั่นคงฯแทนได้
อีก2 สัปดาห์ไปมาเลย์อีกครั้งวางกรอบคุยบีอาร์เอ็น
พล.ท.ภราดร เปิดเผยก่อนการประชุมถึงการนัดหมายกับผู้แทนของกลุ่มบีอาร์เอ็นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าว่า คงยังไม่มีการลงนามใดๆเพิ่มเติม แต่จะมีการเปิดหัวข้อในการตั้งกลุ่มพูดคุย กรอบระยะเวลา และกฎเกณฑ์ในการพูดคุยกันต่อไป ส่วนที่มองกันว่าเป็นเพียงการสร้างภาพนั้น ขอยืนยันว่า เป็นการทำตามแนวนโยบาย และทุกฝ่ายมีส่วนร่วมตกผลึกผลักดันให้เกิดเวทีพูดคุยครั้งนี้ ไม่ได้มาจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเท่านั้น
“เรามีความมั่นใจ เพราะจะใช้การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ประชาสังคม วิชาการ และหน่วยความมั่นคง โดยจะดำเนินการตามมติของประชาชนเป็นหลัก” เลขาฯสมช.กล่าว
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าแกนนำบีอาร์เอ็นที่ สมช.ไปลงนามด้วยนั้นเป็นกลุ่มอิทธิพลเก่าที่ไม่มีอำนาจสั่งการในปัจจุบัน พล.ท.ภราดร กล่าวว่า คงต้องเดินหน้าพูดคุยต่อไป เนื่องจากบีอาร์เอ็นเป็นองค์กรใหญ่ มีต้องกลุ่มผู้นำทางความคิด กองกำลัง และแนวร่วม โดยในช่วงแรกต้องทำการพูดคุยตั้งแต่ผู้นำทางความคิด ก่อนที่จะขยายผลต่อไปในส่วนต่างๆ ส่วนกลุ่มอื่นยังอยู่ในระหว่างการประสานงาน ซึ่งหากกระบวนการกับบีอาร์เอ็นเดินหน้าไปได้ ก็คงมีผู้ออกมาแสดงตัวมากขึ้น



