
'ขยะพิษ'ปมดับ'ผู้ใหญ่จบ'
'ขยะพิษ'ปมดับ'ผู้ใหญ่จบ' : ตะลุยข่าว โดยสนทะนาพร อินจันทร์
ปัญหาจากขยะสารพิษหรือกากอุตสาหกรรม กลายเป็นชนวนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลายหมู่บ้านในตำบล รวมถึงในพื้นที่หมู่ 14 ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และอาจเป็นปมที่นำไปสู่ความสูญเสียของครอบครัว "เนาวโอภาส" เมื่อ "ประจบ เนาวโอภาส" ผู้ใหญ่วัยเพียง 42 ปี เสียชีวิตด้วยคมกระสุนปริศนา หลังจากเขาออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านและขับไล่โรงงานบำบัดน้ำเสียและสารเคมีจากภาคอุตสาหกรรม
เมื่อ 5 ปีก่อน ชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ เริ่มออกมาเคลื่อนไหว และมีความพยายามที่จะขับไล่โรงกำจัดกากของเสียแห่งหนึ่งนั้นออกไปให้พ้นจากพื้นที่ แต่ในการเคลื่อนไหวครั้งนั้นยังมีมวลชนไม่มากนัก ประกอบกับโรงงานบำบัดแห่งแรกนั้นเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตในการดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จนกลายเป็นคดีความฟ้องร้องระหว่างกันเกิดขึ้น
จากนั้นไม่นานพื้นที่ความขัดแย้งดังกล่าว กลายเป็นที่ทิ้งขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จนกระทั่งวันที่ 9 กรกฎาคม 2555 จึงได้เกิดการเคลื่อนไหวของชาวบ้านครั้งใหญ่ หลังจากหลายฝ่ายทนไม่ได้ต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทั้งกลิ่นเน่าเหม็นจากการบูดเน่าของน้ำเสียที่พัดโชยเข้าสู่หมู่บ้านมากับกระแสลม ทั้งมลพิษที่รั่วซึมลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะในชุมชน จนในที่สุด "ผู้ใหญ่จบ" พร้อมพี่ชาย คือ "จร เนาวโอภาส" ต้องออกมาเคลื่อนไหวในการต่อต้านเป็นหนที่ 2 จนกลายเป็นแกนนำชาวบ้านคนสำคัญในที่สุด
"เพราะชาวบ้านเดือดร้อนจากขยะพิษ ที่คนอื่นขนนำเข้ามาให้คนในชุมชน เราเป็นผู้นำชุมชนจึงต้องออกมาเป็นตัวแทนในการต่อสู้ เพื่อปกป้องสิทธิของลูกบ้าน" ผู้ใหญ่จบ เคยบอกกับครอบครัวขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าทุกคนเคยเตือนให้ถอนตัวจากการเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวต่อต้านครั้งนั้น
กระทั่งห้วงเวลาแห่งการต่อสู้ในสถานะผู้นำชุมชนของผู้ใหญ่จบก็ได้สิ้นสุดลง ในช่วงบ่ายโมงของวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะที่เขานำรถกระบะ 4 ประตู ยานพาหนะคู่ใจไปเข้าอู่ซ่อมบำรุง ภายในอู่ซ่อมรถก่วยเซอร์วิส ตั้งอยู่ด้านหลังตลาดศูนย์การค้าศิริพนม บริเวณริมถนนสายพนมสารคาม-บ้านสร้าง จังหวะนั้นเอง มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน ขับรถยนต์มาจอดเทียบ แล้วคนร้ายก็ลงจากรถยนต์ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงจนเสียชีวิต
จากหลักฐานที่พบ วัตถุพยานที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ พ.ต.อ.วินัย จิตต์ปรุง รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ระบุว่า คนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงเข้าใส่เหยื่อกระสุน 4 นัด กระสุนปืนผ่านในจุดสำคัญของร่างกายเจาะทะลุจากชายโครงด้านซ้ายใต้รักแร้ไปออกที่ชายโครงข้างขวา และยังมีกระสุนเจาะเข้าที่ท้ายทอยทะลุออกกลางลิ้นปี่ รวมถึงยังมีกระสุนเจาะเข้าที่โคนแขนซ้ายอีก 1 นัด
หลังเกิดเหตุ ทีมสืบสวนได้แกะรอยคนร้ายจากทะเบียนรถยนต์ที่ได้ ตามที่พยานในที่เกิดเหตุพบเห็นในทันที คือ รถยนต์ฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ หมายเลขทะเบียน ษจ-9688 กรุงเทพมหานคร แต่หลังติดตามมาได้กลับพบว่าเป็นการสวมทะเบียนปลอม ที่เจ้าของตัวจริงได้นำรถไปจอดซ่อมทิ้งไว้ในอู่ย่านเขต จ.ปทุมธานี และขณะเกิดเหตุก็ยังคงจอดอยู่ภายในอู่ที่เดิม จึงทำให้การสืบสวนหาตัวคนร้ายนับจากวันเกิดเหตุมาจนถึงเวลานี้ก็ยังคงไม่มีความคืบหน้าใดๆ มากนัก
ด้าน พล.ต.ต.นิวัฒน์ รัตนาธรรมวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 ให้น้ำหนักไปในทิศทางเดียวกันว่า มูลเหตุการตามสังหารผู้ใหญ่จบในครั้งนี้ มาจากการเป็นแกนนำชาวบ้านในการขับไล่บ่อขยะสารพิษในพื้นที่ มากกว่าประเด็นทางด้านอื่นๆ ที่มีมูลน้อยกว่า รวมถึงยังมีความเกี่ยวโยงไปในทิศทางเดียวกันอีกหลายคดี จนเป็นเหตุที่ทำให้ผู้ตายต้องระมัดระวังตัว ด้วยการพกอาวุธปืนติดมาในรถถึง 2 กระบอก และขณะที่ถูกคนร้ายลงมือ ยังได้พยายามที่จะกระเสือกกระสนเข้าไปหยิบนำเอาอาวุธปืนออกมาจากในรถ เพื่อต่อสู้กับคนร้าย แต่สุดท้ายเรี่ยวแรงได้หมดลงเสียก่อน
นอกจากนี้ลักษณะของการก่อเหตุ ยังบ่งชี้ได้ว่าคนร้ายที่ลงมือนั้น เป็นมือปืนรับจ้าง อีกทั้งยังใช้อาวุธปืนชนิดร้ายแรง ขนาด 11 มม. และจากการประมวลเหตุการณ์ก่อนการลงมือยังพบอีกว่า มีทีมสังหารเข้ามาวนเวียนอยู่ในพื้นที่เป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว รวมทั้งยังคอยติดตามหาโอกาสที่จะลงมือต่อเหยื่ออยู่หลายครั้ง
เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ เคยเกิดขึ้นกับแกนนำหลายรายต้องมาจบชีวิต อย่างที่ หินกรูด บ่อนอก จึงถือเป็นการกล่าวย้ำถึงประเด็นการมุ่งสังหาร "ผู้ใหญ่จบ" ในครั้งนี้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
การลอบสังหารผู้นำชุมชนในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกคดีตัวอย่างหนึ่ง จากจำนวนหลายๆ คดี ที่มีมูลเหตุต้นกำเนิดมาจากความพยายามที่จะออกมาปกป้องสิทธิอันพึงชอบธรรมขั้นพื้นฐานของคนในชุมชน ที่หวงแหนผืนแผ่นดินถิ่นกำเนิด รวมถึงที่อยู่อาศัยให้เกิดความปลอดภัยไร้มลภาวะ แต่สุดท้ายกลับกลายมาเป็นจุดจบของบุคคลที่รักถิ่นฐานเหล่านั้นไปในที่สุด
...................
(หมายเหตุ : 'ขยะพิษ'ปมดับ'ผู้ใหญ่จบ' : ตะลุยข่าว โดยสนทะนาพร อินจันทร์)



