ข่าว

โลกหลากสี

โลกหลากสี

04 มี.ค. 2556

โลกหลากสี : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล

              นักวิทยาศาสตร์บอกว่า สัตว์บางชนิดมองเห็นโลกมีแค่สองสีเท่านั้นคือ ขาว กับดำ ไม่ได้เห็นโลกที่หลากสีอย่างมนุษย์ ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ เหมือนกับเราดูภาพยนตร์หรือทีวีขาว-ดำในสมัยก่อน ทั้งๆ ที่ตอนถ่ายทำนั้นทุกอย่างก็มีสีสันตามปกติ และถ้าไม่มีคนคิดระบบเทคนิคคัลเลอร์หรือทีวีสีขึ้นมา มนุษย์เราก็คงจะเห็นแต่หนังและทีวีขาวๆ ดำๆ เท่านั้น

              ถ้าจะพูดว่า คนเราโชคดีกว่าสัตว์บางชนิดที่มองเห็นแค่สีขาว-สีดำ ก็คงได้ แต่นักวิทยาศาสตร์อีกนั่นแหละครับ ที่บอกว่ายังมีสัตว์บางชนิดที่สามารถมองเห็นและเก็บรายละเอียดของสีได้มากกว่าสายตาของมนุษย์หลายเท่า สมมุตินะครับ สมมุติว่าเราเป็นสัตว์ที่มีสายตาพิเศษเช่นพวกนั้น เราก็อาจจะเห็นแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณเพริศแพร้วพรรณรายมากกว่านี้ เห็นสายรุ้งมากกว่า 7 สี หรือเห็นความงดงามและความน่าเกลียดของสิ่งต่างๆ แจ่มชัดถนัดตากว่าเดิม

              แล้วหากถามว่า จะมีประโยชน์อย่างไรหรือไม่ ถ้าสายตาของมนุษย์จะคม ชัด ลึก อย่างสายตาของสัตว์ที่มีสายตาพิเศษ ผมก็คิดว่า ธรรมชาติน่าจะมีเหตุผลที่เหมาะสมในการกำหนดให้สัตว์บางชนิดเห็นแค่สองสี ให้มนุษย์เห็นมากสีขึ้นมาหน่อย และให้สัตว์บางชนิดเห็นสารพัดสี และเป็นเหตุผลที่มนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆ ท่านๆ หาคำตอบให้ไม่ได้หรอกครับ

              อย่างไรก็ตาม มีคนที่ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์บอกว่า แม้มนุษย์จะไม่มีสายตาพิเศษ แต่บ่อยครั้งที่มนุษย์ก็ไม่ได้มองโลก มองคนอื่น หรือมองสิ่งอื่น ด้วยสายตาของตน หากมองด้วยความรู้สึกนึกคิดและมโนคติในใจ ซึ่งการมองด้วยใจนี้ น่ากลัวและอันตรายกว่าการมองด้วยสายตาเป็นไหนๆ เพราะไม่ได้มองเพียงแค่สิ่งที่เห็น หากแต่มีภาพอื่นๆ มาประกอบอีกมากมาย ทั้งภาพหลอน ภาพลวง ภาพที่ถูกสร้างขึ้น หรือภาพที่ได้รับการตัดต่อดัดแปลงให้ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง ซึ่งมนุษย์ก็มักจะชอบภาพเหล่านี้มากกว่าภาพจริงๆ และจิตของมนุษย์เองก็จะช่วยชักนำ หรือแต่งเติมภาพในใจไปล่วงหน้าอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้นบางครั้งความงดงามหรือความขี้เหร่ ความน่ารักหรือน่าชัง จึงเป็นสิ่งที่ถูกร่างขึ้นไว้ก่อนที่มนุษย์จะมองเห็นด้วยสายตาแล้ว

              ครับ โลกเราไม่ได้มีแค่สีขาวกับสีดำ และสายตาของเราก็มองเห็นสีต่างๆ มากกว่าสัตว์บางชนิด ซึ่งถ้าไม่ปล่อยให้ใจเราระบายสีล่วงหน้า เราก็คงจะมองเห็นโลกตามความเป็นจริงมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้สีสันที่สมบูรณ์ครบถ้วนก็ตาม-วันไหนสักวัน ถ้าคุณมีโอกาสตื่นแต่เช้าในยามที่อากาศแจ่มใส ก็ลองมองโลกด้วยสายตาที่บริสุทธิ์ มองเพื่อนมนุษย์ซึ่งมีทั้งชั่วดีถี่ห่างตามที่เขาเป็น มองประวัติศาสตร์ของเราและเพื่อนบ้านด้วยจิตใจที่สงบนิ่ง มองความเป็นไปของโลกและสรรพสิ่งด้วยการุณยธรรม และที่สำคัญอย่ามองอะไรแค่ขาวกับดำ แล้วคุณก็จะเห็นโลกที่กว้างใหญ่ขึ้น และมีสีสันสดใสขึ้น และน่าอยู่ขึ้นกว่าเดิมตั้งเป็นกอง

              เชื่อผมเต๊อะ

              ท้ายคอลัมน์วันนี้ ขอแนะนำหนังสือดีๆ สัก 2-3 เล่ม เล่มแรก คือ “ความภักดีแห่งศรัทธา” หนังสือขนาดมหึมา ที่รวบรวมความในใจของบุคคลในวงการต่างๆ 99 คน ที่ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อพสกนิกร  ประกอบพระบรมสาทิสลักษณ์งามวิจิตร ฝีมืออาจารย์ชูศักดิ์ วิษณุคำรณ จำนวน 99 ภาพ จัดพิมพ์อย่างประณีต (บ.มิตมายา จก. [email protected]  <mailto:[email protected] >  /ราคาเล่มละ 999 บาท) เล่มที่สอง ได้แก่ “เก้าอี้ว่าง” ผลงานล่าสุดของ เจ.เค. โรลลิ่ง (สนพ.นานมีบุ๊คส์/ปกอ่อน ราคา 595 บาท) และเล่มสุดท้าย “คนอยู่วัด” ผลงานสร้างชื่อของ ไมตรี ลิมปิชาติ (สนพ.บ้านไมตรี/ราคา 125 บาท)