
หลักการสงครามกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.
หลักการสงครามกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
วันนี้พอดีที่ชาวกรุงเทพฯ ได้สิทธิเหนือกว่าประชากรภูมิลำเนาอื่นของประเทศ ยกเว้นพัทยา คือการมีโอกาสเลือกผู้บริหารเมืองของตนเองโดยตรง เสียงข้างมากโหวตให้ใครคนนั้นได้สิทธิควบคุมงบหลายหมื่นล้าน บวกกับงบที่รัฐบาลสมทบให้อีก ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของคนในมหานครแห่งนี้ ด้วยผลตอบแทนที่สูง ทำให้การยุทธ์ของผู้สมัครแต่ละคนแต่ละค่ายเป็นไปอย่างเต็มที่ บทความชิ้นนี้หลีกเลี่ยงในการชี้นำว่าใครเหมาะสมกับการเป็นผู้ว่าราชการ แต่อยากให้สังเกตวิธีการที่พวกเขานำมาใช้หาเสียง โดยการเอา หลักการสงคราม 10 ข้อ เข้ามาจับ เพราะศึกครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ศึกส่วนตัวของใคร แต่ในสายตาของคนจำนวนมาก มันเป็นการชิงบ้านป้องเมืองกันเลยทีเดียว
หลักการสงครามเป็นหลักแห่งการกำหนดชัยชนะ กำหนดให้ทุกองคาพยพของทีมหาเสียงตระหนักว่าต้องไม่ละเลยกรอบนี้เพื่อชัยชนะสูงสุดคือ หัวหน้าของตนชนะเลือกตั้ง หลักแรกเลยก็ต้องดำรงความมุ่งหมาย ทุกอย่างที่กระทำต้องมุ่งไปจนสุดทาง ให้แตกหัก ให้ชนะให้ได้ คนที่สักแต่ว่าเสียเงิน 5 หมื่นบาทแล้วไม่ทำอะไรเลย ก็ทำใจได้เลยว่าแพ้แน่ หลักที่สองคือ หลักการรวมกำลัง คือการรวมอำนาจกำลังรบไว้ในตำบลที่แตกหัก นั้นคือ การรณรงค์ของบางพรรคให้เลือกเชิงยุทธศาสตร์ กาเบอร์ที่มีโอกาสชนะคู่แข่งที่เข้มแข็ง โดยไม่ให้ประชาชนเลือกผู้สมัครอื่นที่เฉดสีเดียวกัน หลักการต่อมาคือ หลักการดำเนินกลยุทธ์ ที่ปรับเปลี่ยนกระบวนท่า ทำอุบายได้ทุกอย่างเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามเสียเปรียบนั้นก็เห็นกันอยู่
หลักการระวังป้องกัน ไม่ให้คู่แข่งได้เปรียบโดยไม่คาดคิดนั้นก็มักใช้การชิงฟ้องต่อสังคมไว้ก่อน จริงเท็จพิสูจน์ทีหลังแต่ได้ผลในการสกัดจังหวะศัตรู แต่ละผู้สมัครใช้ หลักความง่าย ในการทำให้ประชาชนเข้าใจสิ่งที่พวกเขาจะสื่อ ไม่ใช่แค่การใช้ป้ายหาเสียงแต่สื่อความหมายชัดเจน แต่แสดงภาพลักษณ์คนทำงานด้วยชุดปกติ บุคลิกเข้ากับคนทั่วไป โดยไม่ต้องประดับเหรียญตรายศศักดิ์ใดๆ ด้วย มีการใช้ หลักการรุก ชิงความริเริ่ม ขยายผลและรักษาความริเริ่มนั้นไว้ในหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะในการลงพื้นที่ในห้วงเวลาเหมาะควร หลักการออมกำลัง ก็คือไม่ต่อกรในสมรภูมิที่เป็นรอง เช่น เลี่ยงการดีเบตในเวทีที่ฝ่ายตรงข้ามมีมากกว่าฝ่ายตน การทำการยุทธ์ใดๆ ต้องมีเอกภาพในการบังคับบัญชา จึงเห็นการทำงานที่เป็นระบบสอดประสานในทางเดียวกัน ไม่ขัดกันเองในทีม มีหลักการจู่โจม รุกในที่ที่ฝ่ายตรงข้ามนึกไม่ถึง เช่น เก็บป้ายคู่แข่งแล้วแทนที่ด้วยป้ายตนเอง
หลักประการสุดท้ายก็คือ หลักต่อสู้เบ็ดเสร็จ งานนี้ไม่ใช่แค่ทีมผู้สมัครแข่งกัน แต่ผนึกกำลังสู้พร้อมกับแนวร่วมมากมาย เอาคนดัง คนมีระดับจากหลายวงการมาช่วยรบทั้งบนถนน บนสื่อ ยันไซเบอร์ ผลออกมาใครจะชนะก็แล้วแต่ แต่ไม่เชื่อว่าคนกรุงเทพฯ จะเลือกโดยใช้อารมณ์ ไม่ใส่ใจอดีตและไม่ฟังเหตุผล



