ข่าว

เงินเฟ้อเดือนพ.ค.ต่ำสุดรอบ10ปีพาณิชย์เผยลดลง3.3%-ธปท.ไม่ห่วงเงินเฟ้อรอบสอง

เงินเฟ้อเดือนพ.ค.ต่ำสุดรอบ10ปีพาณิชย์เผยลดลง3.3%-ธปท.ไม่ห่วงเงินเฟ้อรอบสอง

02 มิ.ย. 2552

เงินเฟ้อเดือน พ.ค.ลดลง 3.3% ต่ำสุดรอบ 10 ปี พาณิชย์มั่นใจถึงจุดต่ำสุดแล้ว เชื่อไม่เกิดภาวะเงินฝืด ครึ่งปีหลังตัวเลขขยับขึ้น ตามราคาน้ำมันที่เริ่มพุ่งสูง ด้าน ธปท.เชื่อไม่เกิดเงินเฟ้อรอบสองในอนาคต

นางพิมพาพรรณ ชาญศิลป์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) ในเดือนพฤษภาคม 2552 ลดลง 3.3% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2551 เป็นอัตราลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ห้า สาเหตุสำคัญมาจากการลดลงของน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าโดยสารสาธารณะ ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวลดลงแรงนั้น นับว่าต่ำสุดในรอบ 10 ปี อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบจะต้องเทียบกับการปรับฐานดัชนีใหม่ของปี 2552 ดังนั้น จึงถือว่าเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมปีนี้ ต่ำสุดในรอบ 2 ปีเท่านั้น

 ขณะที่เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2552 พบว่าเงินเฟ้อลดลง 0.3% สาเหตุสำคัญมาจากการปรับตัวลดลงของสินค้าประเภทผักและผลไม้ ข้าวสารเจ้า หมวดการศึกษา ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมและอุปกรณ์การศึกษา รวมทั้งหมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ในกลุ่มเครื่องแบบนักเรียน เป็นผลจากรัฐบาลมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ทำให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายลดลง

 "เงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคมถือว่าต่ำสุดแล้ว และจะไม่ต่ำลงไปกว่านี้แล้ว เนื่องจากราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการปรับเพิ่มขึ้นของภาษีสรรพสามิตที่จะมีส่วนทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น" นางพิมพาพรรณกล่าวและว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงยืนยันเป้าหมายเงินเฟ้อไว้ที่เดิมคือ 0-0.5% และเชื่อว่าจะไม่เกิดภาวะเงินฝืด เพราะมองว่าทิศทางอัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะปรับสูงขึ้น หรือในเดือนสิงหาคมของปีนี้น่าจะเป็นบวกได้ เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพแก่ประชาชนระยะเวลา 6 เดือน ใกล้จะหมดอายุ รวมทั้งทิศทางราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น

 ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.2552) เทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนลดลง 1.1% สาเหตุสำคัญมาจากการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และผลจากมาตรการช่วยเหลือภาระด้านค่าน้ำ ค่าไฟ และมาตรการเรียนฟรี 15 ปี

 ดร.อัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จะไม่ทำให้เกิดเงินเฟ้อรอบ 2 แน่นอน แม้หลายคนจะเกรงว่าราคาน้ำมันสูงขึ้นจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็ตาม ดังนั้นยังสามารถใช้นโยบายการเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินนโยบายจะต้องดูด้วยว่าเงินเฟ้อในอนาคตปรับตัวสูงขึ้นมากน้อยแค่ไหนด้วย ซึ่งต้องชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียก่อน

 "เราห่วงเรื่องน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น แต่ยังเชื่อว่าไม่เกิดภาวะเงินเฟ้อรอบสอง เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจอยู่ในช่วงภาวะอ่อนแอ ผู้ผลิตไม่มีอำนาจต่อรองในการปรับขึ้นราคาสินค้ามาก และกำลังการผลิตก็ยังเหลืออยู่เยอะ" นางอัจนากล่าว