
เล็กพริกขี้หนู
เล็กพริกขี้หนู : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งหมายเชิญให้สื่อมวลชนไปร่วมงานแถลงข่าวความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 1 ปีของกองทุนภายใต้การบริหารจัดการ โดยกองทุนนี้ ชื่อว่า “กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ เอเชียน สมอลแคป เอฟไอเอฟ” หรือเรียกย่อๆ แต่ค่อนข้างยากว่า MS-ASIAN SM
สรุปแล้วเรียกว่า “กองทุนเอเชียน สมอลแคป” น่าจะง่ายที่สุด และสะท้อนตัวตนของกองทุนได้มากที่สุด
ก่อนจะไปรู้จักว่า กองทุนเอเชียน สมอลแคป ของ บลจ.แมนูไลฟ์ รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ต้องย้อนกลับไปที่หมายเชิญ ซึ่งต้องบอกว่า น่าจะเห็นเป็น “ของแปลก” อยู่ไม่น้อย เพราะที่ผ่านมา ไม่น่าจะมีบริษัทไหนเชิญไปร่วมแถลงข่าวครบรอบ 1 ปีกองทุน ที่เห็นคุ้นเคยกันก็เป็นงานแถลงข่าวเปิดตัวกองทุนใหม่ทั้งนั้น ส่วนที่จัดเฉลิมฉลองครบรอบความสำเร็จในรอบ 1 ปีหรือ 5 ปีหรือ 10 ปี ส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าประเภทที่จับต้องได้เป็นชิ้นเป็นอัน อย่างรถยนต์ หรืออื่นๆ
ต้องยอมรับว่า บลจ.แมนูไลฟ์ ต้องมั่นใจมากๆ ว่า ประเด็นครบรอบ 1 ปีของกองทุนเก่าที่มีการดำเนินงานไปแล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นของแปลกใหม่ ต้องมีอะไรดีๆ ให้โชว์ได้
พอส่องเนื้อในถึงเห็นว่า มีของดีให้นำมาแสดงจริงๆ เนื่องเพราะในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดและกองทุนส่วนใหญ่ที่ลงทุนในแถบภูมิภาคเอเชียด้วยกัน โดยผลตอบแทนนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2555 จนถึงวันที่ 25 มกราคม 2556 สูงถึง 31.54% เทียบกับเอ็มเอสซีไอ เอเชีย แปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น) ที่ลงทุนหุ้นสมอลแคป ซึ่งหมายถึงหุ้นขนาดเล็กเหมือนๆ กัน ในช่วงเวลาเดียวกัน ปรากฏว่า ให้ผลตอบแทนเพียงแค่ 5.47% เท่านั้น
นอกจากผลตอบแทนที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานถึง 26% ซึ่งถือว่าโชว์ได้แล้ว กองทุน “เอเชียน สมอล แคป” ของ บลจ.แมนูไลฟ์ ยังประสบความสำเร็จในแง่ของยอดขาย เมื่อเทียบกับขนาดของกองทุนที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากปีที่แล้ว รวมทั้งสองปัจจัยก็ถือว่าสมเหตุสมผลกับการส่งหมายเชิญเพื่อให้ได้รับรู้เบื้องหลังของความสำเร็จของกองทุน
ในวันแถลงข่าว “คุณต่อ อินทวิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) ควงคู่มากับ “คุณลินดา เซลลัค” หัวหน้าทีมตราสารทุนเอเชียแปซิฟิก บลจ.แมนูไลฟ์ (เอเชีย) ที่ว่ากันว่า เป็นมือฉมังที่คว้ารางวัลยอดเยี่ยมในการจัดการกองทุน มาร่วมให้ข้อมูล
สำหรับกองทุนเปิด แมนูไลฟ์ เอเชียน สมอลแคป เอฟไอเอฟ เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นขนาดเล็กในตลาดเอเชียแปซิฟิก ซึ่งคุณลินดา บอกว่า กลยุทธ์สำคัญที่ใช้ในการบริหารกองทุนจนผลการดำเนินงานที่ชนะตลาดค่อนข้างมาก มาจาก “ความเชี่ยวชาญในการคัดเลือกหุ้นรายตัว” ที่เธอบอกว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลงทุนในตลาดหุ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนและเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้แก่กองทุน
“เราได้ให้ความสำคัญในจุดนี้เป็นอย่างมาก จึงใช้เวลาในการค้นหาหุ้นขนาดเล็กของบริษัทที่ยังอยู่ในช่วงต้นๆ ของธุรกิจและมีศักยภาพในการเติบโตสูง และที่สำคัญ คือ การเข้าลงทุนในหุ้นเหล่านี้ก่อนเป็นที่รู้จักของนักลงทุนรายใหญ่ หรือยังไม่มีการทำบทวิเคราะห์ซึ่งทำให้ราคายังต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน จึงมีโอกาสในการทำกำไรเมื่อราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่ได้รับความสนใจในวงกว้าง ซึ่งตอนนั้นจะเป็นจังหวะที่เราจะพิจารณาขายทำกำไรและหาหุ้นขนาดเล็กตัวใหม่เพื่อลงทุนต่อไป”
งานนี้เรียกว่า คุณลินดาเปิดกลยุทธ์ให้เห็นกันแบบไม่ปิดบังอำพราง เพราะไม่เพียงแต่คนที่สนใจลงทุนผ่านกองทุนจะได้ประโยชน์ แต่คนที่ลงทุนในหุ้นโดยตรง ถ้านำกลยุทธ์นี้ไปใช้ และสามารถทำได้ตามนั้น ก็ต้องบอกว่า มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ไม่แพ้มืออาชีพเหมือนกัน
ขณะที่คุณต่อ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปีที่ผ่านมา หุ้นหลายตัวที่ผู้จัดการกองทุนหลักเลือกลงทุนให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดค่อนข้างมาก เนื่องมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและดีกว่าตลาดคาดการณ์ รวมทั้งได้รับความสนใจจากนักลงทุนทำให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นมาก เป็นผลให้กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ เอเชียน แคป มีผลการดำเนินงานที่เหนือกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
คุณต่อยังย้ำถึงกลยุทธ์ในการหาหุ้น เพื่อเข้าลงทุนที่ต้อง “ไม่แพง”
“แม้ว่า อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ของหุ้นขนาดเล็กในบางตลาดจะสูงขึ้น แต่ผู้จัดการกองทุนได้พยายามค้นหาหุ้นคุณภาพที่ยังไม่แพง ทำให้พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักมีค่าพีอีเฉลี่ยประมาณ 12.5 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าตลาดที่ประมาณ 15 เท่า”
อย่าเพิ่งสับสนหรืองงว่า พีอีคืออะไร อธิบายง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่ได้คุ้นเคยกับเรื่องอัตราส่วนพวกนี้เท่าไหร่ว่า พีอีก็เป็นอัตราส่วนที่เอาไว้ใช้หรือเอาไว้สะท้อนว่า ราคาหุ้นที่เราเข้าไปลงทุนนั้น “แพง” หรือ “ถูก”
คราวนี้ลองดูว่า สิ่งที่กองทุนนี้จะเข้าไปลงทุนในอนาคตนั้น จะสดใสหรือมีแนวโน้มเป็นอย่างไร เพราะสุดท้ายจะย้อนกลับมาที่ผลการดำเนินงานของกองทุนนี้อยู่ดี
คุณลินดา บอกว่า จากการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินในหลายประเทศหลักๆ ทั่วโลกทำให้เชื่อว่า สภาพคล่องในแถบภูมิภาคเอเชียยังคงสูงมากอย่างต่อเนื่องในปี 2556 ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นในแถบนี้ได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้า
“แนวโน้มตลาดหุ้นเอเชียในปีนี้ยังมีทิศทางที่ดี โดยคาดว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเอเชียจะเติบโตเฉลี่ย 15-25% สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งเติบโตในอัตรา 10-15% อีกทั้งตลาดยังได้รับอานิสงส์จากเงินทุนไหลเข้า โดยมองว่าหุ้นขนาดเล็กมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่”
ทั้งนี้ สถิติ 10 ปีย้อนหลัง พบว่าในช่วง 7 ปีที่หุ้นขนาดเล็กให้ผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นใหญ่
แต่คำว่า “หุ้นขนาดเล็ก” โดยนัยของ บลจ.แมนูไลฟ์ หมายถึงหุ้นที่มูลค่าตลาด 150-1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง “หุ้นเล็ก” ของไทยที่แมนูไลฟ์เลือกลงทุน คือ หุ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส
เล็กพริกขี้หนูจริงๆ !!!
..........................................
(เล็กพริกขี้หนู : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected] )



