ข่าว

'เว่ยโปโฟเบีย' โรคใหม่ของขรก.จีน

'เว่ยโปโฟเบีย' โรคใหม่ของขรก.จีน

02 มี.ค. 2556

เวิลด์วาไรตี้ : 'เว่ยโปโฟเบีย' โรคใหม่ของขรก.จีน

                     "พีเพิลส์ ฟอรัม" นิตยสารในเครือพีเพิล เดลี่ กระบอกเสียงพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้สำรวจความคิดเห็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลจำนวน 2,156 คนทั่วประเทศ เกี่ยวกับเว็บไซต์สังคมออนไลน์เว่ยโป หรือทวิตเตอร์ในจีน เมื่อไม่นานมานี้ ผลออกมานับว่าน่าประหลาดใจ เมื่อกว่า 70% สนับสนุนการใช้เว็บไซต์เว่ยโป ต่อสู้กับการทุจริต แต่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น คือกว่าครึ่งของเจ้าหน้าที่ที่ถูกสำรวจ มีอาการหวาดกลัวเว่ยโป ที่ถูกเรียกขานว่า "เว่ยโปโฟเบีย"

                     เมื่อย้อนดูว่ามีเจ้าหน้าที่กังฉินกี่คนแล้วที่ถูกชาวเว่ยโปกระชากหน้ากาก ไม่น่าสงสัยว่าเว่ยโปกำลังส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมข้าราชการจีนเพียงใด ผลสำรวจนี้ยิ่งเพิ่มความหนักแน่นให้แก่มุมมองนี้มากขึ้นไปอีก

                     เจ้าหน้าที่จีนกลัวอะไรกับเว่ยโป... 92.8% กลัวว่า เจ้าหน้าที่ที่ต้องข้อครหา "บางคน" ทำให้ภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลทั้งหมดมัวหมอง ก่อความรู้สึกด้านลบทำให้สังคมร้าวฉาน รองลงมา 84.2% กลัวถูกรุกล้ำความเป็นส่วนตัว 80.3% กลัวข้อมูลผิดๆ ทำให้ผู้บริสุทธิ์เดือดร้อน 77.6% กลัวว่าเมื่อแสดงความเห็นส่วนตัวออกไปแล้วจะถูกตัดสินผิดๆ 58.3% กลัวความรับผิดชอบหากสื่อสารบนเว็บไซต์เว่ยโปได้ไม่ดีพอ (ปัจจุบัน ทางการท้องถิ่นบางเมืองเริ่มใช้เว่ยโป อาทิ จำนวนผู้ตาม จำนวนการโพสต์บนเว็บไซต์ และอื่นๆ ในการประเมินผลงานเจ้าหน้าที่)

                     สำหรับชาวเว่ยโปมองว่า เจ้าหน้าที่ขยาดชุมชนออนไลน์ใหญ่สุดแห่งนี้ เพราะพวกเขาไม่โปร่งใส และพวกเขากลัวเพราะไม่เคยมีประสบการณ์กับการตรวจสอบจากพลังประชาชน

                     นักเคลื่อนไหวในเว่ยโปมักกล่าวกันว่า ไม่ใช่ทุกคนที่มีศักยภาพในการเปิดโปงการทุจริตได้ ขอแค่เป็นเพียงผู้ชมก็มีส่วนร่วมได้ ด้วยการส่งต่อข้อความนั้นออกไป

                     ปัจจุบัน เว่ยโปมีผู้ใช้เกิน 500 ล้านคนแล้ว นั่นหมายถึงการมี "ผู้ชม" มหาศาล การคลิกเพื่อแบ่งปันเรื่องราวเท่ากับการหย่อนบัตรสนับสนุน และนั่นคือหนทางตะโกนดังๆ จากพลเมืองเน็ตจนเจ้าหน้าที่ในบ้านเมืองได้ยิน

                     การพึ่งสังคมออนไลน์ปราบทุจริต ไม่ใช่วิธีการที่สุดโดยหลักการ แต่ต้องยอมรับว่า เป็นเครื่องมือได้ผลที่สุดที่ชาวจีนมีอยู่ในมือเวลานี้

                     ขณะเดียวกันกำลังเกิดคำถามชวนคิดว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เคยคุมการโฆษณาชวนเชื่อแบบอยู่หมัด จะสร้างอิทธิพลต่อความคิดของผู้คนอย่างไรโดยไม่เป็นผลลบกลับมาในยุคเว่ยโป ไม่ให้เหมือนกับกรณีของนายพลคนหนึ่ง ที่เข้าไปเปิดบัญชีผู้ใช้เว่ยโปเมื่อไม่นานมานี้ โดยหวังจะเป็นช่องทางสื่อสารและปกป้องผลประโยชน์ของกองทัพ แต่กลับโดนชาวเว่ยโปขุดคุ้ยประวัติ รุมวิจารณ์และตั้งคำถามความเหมาะสมกับยศนายพลและความร่ำรวยของครอบครัว

                     สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน ยอมรับว่า เว่ยโปมีส่วนอย่างมากในสงครามต้านทุจริต ช่วยตรวจสอบและจับตาการลุแก่อำนาจ เจ้าหน้าที่ที่กลัวเว่ยโป คือผู้ที่กลัวว่าอำนาจของตนเองกำลังถูกจำกัด การใช้อำนาจอย่างถูกทำนองคลองธรรม เป็นหนทางเดียวที่จะแก้โรคเว่ยโปโฟเบียได้