
ครั้งแรกในชีวิตพิชิตเลือกผู้ว่าฯกทม.
ฮอตอิชชู่ : ครั้งแรกในชีวิต พิชิตเลือกผู้ว่าฯกทม.
เมื่อเกิดมาในยุคประชาธิปไตย การใช้สิทธิใช้เสียงทางสังคมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เหล่าวัยรุ่นต้องพักเรื่องเล่นๆ มาจริงจังกันบ้าง ยิ่งถ้าเป็น "ครั้งแรก" กับศึกเฟ้นหาผู้ว่ากรุงเทพมหานครฯ ในวันที่ 3 มีนาคม แล้วล่ะก็ จึงต้องลองเอ่ยถามเหล่าคนเลือดใหม่ว่าพวกเขาตื่นเต้นกันแค่ไหน ยึดหลักอะไรมาเลือกคนที่ใช่ให้สังคมกัน โดยงานนี้มีหนุ่มสาวยกมือสแตนบายรอตื่นเช้าไปใช้สิทธิกันเพียบ พร้อมแนะให้ผู้ใหญ่ใจดีแก้ไขปัญหาบ้านเมืองที่ตัวเองต้องประสบพบเจอทุกวันอีกซะด้วย
เพราะคอยสังเกตเห็นปัญหาในเมืองใหญ่มาอยู่เสมอหนุ่มร่างสูงโปร่ง ภูมิ เตชะหรูวิจิตร นิสิตปี 3 คณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่บอกว่า ถึงแม้การเลือกผู้ว่ากทม.ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก แต่ก่อนหน้านี้เคยมีโอกาสเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรสำหรับการเดินทางไปใช้สิทธิมากนัก แต่เรื่องที่ต้องคิดหนักคือการพิจารณานโยบายที่ส่งผลดีกับกรุงเทพฯได้จริง
"สำหรับครั้งนี้ผมคิดไว้แล้วครับว่าจะเลือกใคร โดยพิจารณาจากนโยบายเป็นหลัก อยากได้อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อคนกรุงเทพฯ จริงๆ เมื่อเข้ามารับตำแหน่งแล้วต้องพัฒนาอย่างจริงจัง อีกอย่างที่ต้องพิจารณาประกอบการตัดสินใจก็คือประสบการณ์การทำงานที่ผ่านๆ มา อย่างบ้านผมอยู่แถวราชเทวี ปัญหาที่พบมากก็คือเรื่องจราจรที่คับคั่ง แต่ก็ไม่ใช่เฉพาะแถวนี้นะครับ ความจริงทุกที่ในกทม. ก็เจอปัญหานี้ทั้งนั้น อยากให้ผู้ว่าคนใหม่แก้ไขปัญหานี้เป็นอันดับแรกครับ" หนุ่มหน้าใสวัย 20 ให้ความเห็น
ขณะที่สาวสวยวัย 19 ปี ที่มีสิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในชีวิตอย่าง "เพลิน" ฑิพานันท์ วัลยะเสวี กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า เพิ่งจะคุยกับคุณแม่เมื่อไม่นานมานี้ด้วยความดีใจว่า ปีนี้จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่จะได้เข้าคูหาเพื่อเลือกตั้ง และยืนยันว่าหากในอนาคตไม่ติดภารกิจใดๆ จะต้องออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งอีกอย่างแน่นอน
"ตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะเป็นครั้งแรกที่จะได้เข้าคูหา เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกันก็เป็นการเลือกตั้งครั้งแรก แต่เราอาจจะไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เท่าไร เพราะกำลังเคร่งเครียดกับการอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ แต่เชื่อว่าเพื่อนๆ ก็คงจะออกไปใช้สิทธิกัน เพราะทุกคนมีสิทธิในการเลือกตั้งคงไม่มีใครจะสละสิทธิพิเศษนี้อย่างแน่นอน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกก็จริงแต่พี่ๆ ก็ไม่ได้ขู่หรือแนะนำว่า เข้าคูหาต้องทำอย่างไรบ้าง คาดว่าพรุ่งนี้พอไปถึงสนามเลือกตั้ง คงตื่นเต้นไปอีกแบบเหมือนกัน แต่ครั้งนี้คงจะเลือกตามคุณแม่เพราะที่ผ่านมา ไม่ได้ติดตามนโยบายเลือกตั้งของผู้สมัครแต่ละคนสักเท่าไร มัวแต่วุ่นกับการอ่านหนังสืออย่างเดียว และคาดว่าคุณแม่หรือคนในครอบครัวน่าจะศึกษาเรื่องนโยบายได้ถี่ถ้วนกว่าเราแน่นอน" เพลิน กล่าวเสียงใส
หันมาฟังความเห็นของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ "หนึ่ง" สานนท์ เจริญพันธุ์ วัย 22 ปี ที่ยอมรับว่าตนเองมีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ เพราะรู้สึกว่าตนเองอายุยังน้อยยังไม่รู้จักคุณสมบัติและนโยบายของบรรดาผู้สมัครดีพอ และกลัวว่าจะทำตามขั้นตอนการเลือกตั้งผิดพลาด จึงเสียสิทธิในครั้งแรกไป แต่มาครั้งนี้ตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้งอย่างแน่นอน
"ครั้งนี้ผมตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้ง และพอทราบถึงวิธีการเลือกตั้งคร่าวๆ ว่าต้องไปตรวจสอบรายชื่อว่าตนเองมีสิทธิหรือไม่เป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องของการตัดสินใจการเลือกผู้ว่าฯ หลักๆ จะมองที่นโยบาย ตามมาด้วยความชอบส่วนตัว แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ปัญหาหลักๆ ที่ส่วนตัวอยากให้เร่งแก้ไขเลยคือ ปัญหารื่องของน้ำท่วมและเรื่องของการจราจรติดขัด เพราะผมอาศัยอยู่เขตบางผลัด ซึ่งเป็นเขตที่น้ำท่วมขังหนักมากไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก และปัญหาการจราจรที่ติดขัด จากการก่อสร้างรถไฟฟ้าตลอดทั้งเส้นทางจรัญสนิทวงศ์ทำให้เหลือรถวิ่งแค่ 2 เลนส์ บางวันเหลือทางรถวิ่งเพียงเลนส์เดียว ทำให้รถติดหนักตลอดทั้งวัน" นักศึกษาหนุ่มเปรย
ด้านสาวใสวัย 20 ปี เฟรชชี่จากคณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาภาษาอังกฤษ แห่งรั้วจามจุรี "อ้อมแอ้ม" ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ เผยว่า รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสเข้าคูหาเลือกตั้ง ตอนนี้ก็มีการพูดถึงเรื่องนี้กันแทบทุกวัน ทั้งนี้เธอยังบอกอย่างชัดถ้อยชัดคำว่าจะไม่พลาดการใช้สิทธิเลือกผู้ว่ากทม.ในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน
"เรื่องขั้นตอนการใช้สิทธิ์ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่เวลาที่คุณพ่อกับคุณแม่ไปเลือกก็จะนั่งรอ และเห็นขั้นตอนต่างๆ แล้วว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ส่วนคนที่อยากให้เข้ามาบริหารกทม.ก็เลือกไว้ในใจแล้วเช่นกันโดยดูที่พรรคเป็นหลัก แล้วค่อยมาศึกษาในเฟซบุ๊กอีกที่ว่านโยบายของเขาเป็นอย่างไร และจะสานต่อนโยบายจากตนเก่าอย่างไรบ้าง อย่างปีที่ผ่านมาเขตวัฒนาที่บ้านแอ้มอยู่ยังไม่มีปัญหาอะไร แต่พักหลังมานี้แถวนี้มีการก่อสร้างคอนโดฯ กันเยอะมาก จึงอยากฝากถึงผู้ว่าคนใหม่ให้ช่วยดูแลด้วยเพราะกลัวว่าจะมีขยะตกลงไปในท่อ และเกิดปัญหาระบายน้ำไม่ทัน ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วมได้" เฟรชชี่สาวกล่าว
ปิดท้ายที่สาวผู้รักความเป็นไทย วัย 18 ปี “หนามเตย” ตติญา ทองบุญเหลือ นักศึกษาคณะศิลปศึกษา สาขานาฏศิลป์ไทยศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวถึงการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ที่แม้จะมีท่าทีที่ไม่ค่อยตื่นเต้นนัก เพราะทราบถึงวิธีการใช้สิทธิเลือกตั้งจากการที่เคยอ่านผ่านตามาบ้างจากสื่อต่างๆ เลยเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกคุ้นหูคุ้นตา
“ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพ ที่จะถึงนี้โดยส่วนตัวจะตัดสินใจเลือกเพราะนโนบายของผู้สมัครและการลงพื้นที่จริง อีกทั้งมีความตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมคนกรุงเทพฯ จริงๆ ค่ะ ครอบครัวอาศัยอยู่ที่พื้นที่เขตบางกอกน้อย อยากให้ผู้ว่าฯ คนใหม่เข้ามาเร่งแก้ไขปัญหาความสะอาดในพื้นที่บางกอกน้อยที่มีมาอย่างยาวนาน ทั้งขยะเยอะมากๆ บางครั้งรถขยะก็ไม่เข้ามาเก็บขยะในพื้นที่ออกไปทำให้ดูรก ไม่สะอาด และอีกเรื่องคือ จัดการปัญหาคนเร่ร่อนที่ไม่มีที่อยู่ บางคนอาจไม่ทำร้ายใคร แต่บางคนดูน่ากลัวมากเราไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไรเวลามองเราอยู่ อาจก่อเหตุทำร้ายเด็กและคนทั่วไปได้ค่ะ จึงอยากให้แก้ปัญหาที่กล่าวมาอย่างจริงจังและเร่งด่วน” สาววัย 18 กล่าว
นานาความคิดที่แม้ยังบอกไม่ได้ว่าบุคคลที่ทุกคนเลือกไปนั้นจะเป็นการ "เลือกถูก" หรือ "เลือกผิด" แต่ที่ถูกใจไปเต็มเปาคือการได้ออกไปใช้สิทธิใช้เสียง เพราะยิ่งได้เห็นคนเลือดใหม่ใส่ใจสังคมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมั่นใจได้ว่าอนาคตจะไม่ขาดคนดีมาพัฒนาบ้านเมืองแน่นอน...รุ่นใหม่ไฟแรงเข้าพร้อมแล้ว คุณผู้ใหญ่ก็ต้องรีบคว้าบัตรประชาชนเข้าคูหากาคนดีไม่ให้น้อยหน้านะคะ...



