ข่าว

'ปู'ชี้ลงนามบีอาร์เอ็นไร้การเมืองเอี่ยว

'ปู'ชี้ลงนามบีอาร์เอ็นไร้การเมืองเอี่ยว

01 มี.ค. 2556

'นายกฯ'ย้ำ'สมช.'ลงนาม'บีอาร์เอ็น'เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันไม่มีผลผูกมัด ยินดีขอฝ่ายค้านร่วมมือแก้ปัญหา พร้อมปฏิเสธข่าวเพื่อไทยเสนอ 'จตุพร'เป็นรองผู้ว่าฯกทม.

               1 มี.ค.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาคัดค้านการลงนามแสดงเจตนารมณ์ระหว่างสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)กับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ว่า ต้องขออนุญาตเรียนทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง การไปพูดคุยวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นการแสดงเจตนารมณ์ไม่ได้เรียกว่าการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น เป็นการเริ่มขั้นตอนแรก ของการพูดคุย เรียนว่า การที่มีการแถลงเจตนารมณ์ร่วมกันนั้น ยังไม่มีผลผูกพันใดๆ เราเริ่มแค่การพูดคุย แต่ถ้าพูดคุยแล้วไม่ได้ผลไปในทางที่บวกขึ้นเราอาจจะหยุดเท่านี้ก็ได้ แต่ถ้าพูดคุยแล้วดีขึ้นก็เข้าสู่กระบวนการทำงานต่างๆเราก็ต้องเข้าสู่ขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

                ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์มองว่าการไปพูดคุยกับบีอาร์เอ็นเป็นเรื่องของการเมืองเท่านั้นที่ทั้งฝ่ายไทยก็เป็นการเมือง และนายกฯมาเลเซียก็จะมีการเลือกตั้งจึงนำเรื่องนี้มาชูเป็นประเด็น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ต้องเรียนว่าการเมืองอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องระดับประเทศแล้วต้องขอความกรุณาว่า ไม่อยากเห็นการตอบโต้ไปมาในประเด็นที่มองเป็นเจตนารมณ์ไปอย่างอื่นเพราะจริงๆแล้วเจตนารมณ์นี้คงอยากเห็นการแก้ไขปัญหา เพราะสุดท้ายรัฐบาลต้องดูแลแก้ไขปัญหาความไม่สงบ เราจะมาเอาเป็นประเด็นการเมืองนำโดยที่ผลไม่ได้เป็นอย่างที่หวังผล มันไม่มีใครแลกหรอก”

                เมื่อถามว่า นายกฯจะเชิญฝ่ายค้านเข้ามาร่วมแก้ปัญหาเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยินดีค่ะ เพราะทางฝ่ายค้าน อาจจะมีข้อมูลในพื้นที่ซึ่งก็ได้รับฟังมาครั้งหนึ่งแล้ว และได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เชิญฝ่ายค้านมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพราะถือว่าวาระนี้เป็นวาระของทุกคน อย่ามองเป็นประเด็นการเมืองเลย อยากให้มองเป็นประเด็นว่าเราจะทำอย่างไรร่วมกันแก้ไขปัญหาดีกว่า

                ต่อข้อถามว่า นายกฯเพิ่งไปหารือมาเมื่อวาน แล้ววันนี้ก็เกิดเหตุการณ์มอเตอร์ไซต์บอมบ์ที่ จ.ยะลาขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องเรียนว่า ต้องขอความกรุณาว่าจริงๆแล้วการเริ่มพูดคุย ไม่ได้หมายความว่าเป็นการหยุดเหตุได้ทันที ซึ่งวันนี้ก็เป็นเหตุที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องดูแล แต่การพูดคุยนั้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้นยังไม่ได้บอกว่าเริ่มพูดคุยแล้วจะหยุดเหตุได้ ต้องขอความกรุณา

                เมื่อถามว่า นายกฯมองว่าเป็นการตอบโต้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่ใช่หรอกค่ะ เท่าที่เช็คแล้วก็เป็นปัญหาในพื้นที่ปกตินะคะ” เมื่อถามต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถือเป็นการรองรับสถานภาพของบีอาร์เอ็นด้วยหรือไม่ นายกฯปฏิเสธว่า “ไม่ใช่ค่ะ อย่างที่เรียนว่าภาครัฐต้องทำในเรื่องของการพูดคุยทุกกลุ่ม ไม่ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และการพูดคุยนี้ก็เพื่อที่จะทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริงและหาทางออก ไม่ได้มีการเลือกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง"

                ต่อข้อถามว่า วันนี้ทาง สมช.ให้ความมั่นใจได้แค่ไหนว่าการเริ่มต้นพูดคุยมาถูกทางแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องไปถามสมช. เพราะขั้นตอนในการพูดคุยนั้นเป็นขั้นตอนของสมช. ในส่วนของรัฐบาล เราจะมีระดับของนโยบายและระดับของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติ ซึ่งทางสมช.มีหน้าที่โดยตรงในการที่จะพูดคุย คงอยากให้ สมช.ให้ข้อมูลมากกว่านี้

                เมื่อถามว่าที่นายกฯไปหารือเป็นในส่วนของฝ่ายการเมืองแต่ฝ่ายปฏิบัติจะทำอย่างไรให้เป็นรูปธรรมเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ฝ่ายปฏิบัติเป็นฝ่ายของสมช.ที่เขาจะเป็นผู้ปฏิบัติ เมื่อถามว่านายกฯกลัวหรือไม่ว่าถ้าพูดคุยกับบีอาร์อ็นแล้วไม่ประสบความสำเร็จจะทำให้เป็นการโหมปัญหาความรุนแรงขึ้นมาอีก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรายังไม่ได้พูดคุยที่จะไปทำอะไร เราคุยเพื่อรับฟังปัญหา และการฟังเราก็ฟังทุกกลุ่มอยู่แล้วเป็นขั้นตอนที่เราจะต้องฟังอยู่แล้ว และอยู่ในยุทธศาสตร์ที่แถลงไว้

 

ปฏิเสธข่าวเพื่อไทยเสนอ "จตุพร" เป็นรองผู้ว่าฯกทม.

                น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นทีมงานรองผู้ว่าฯ กทม.หากพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯกทม. ว่า วันนี้เรามองแต่เรื่องของการหาเสียงอยู่คงยังไม่ได้มองเรื่องอื่น รอให้ผลการเลือตั้งในวันที่ 3 มี.ค.ออกมาชัดเจนก่อนดีกว่า