
บุกรวบไม้พะยูงซุกทับลานค่ากว่า10ล.
บุกยึดไม้พะยูงซุกชายป่าผืนป่ามรดกโลก ทับลาน-เขาใหญ่ รอขนไปปลายทาง มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ไม่มีใครรู้เห็นทั้งที่อยู่ห่างจากที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเพียง 10 เมตร
วันที่ 1 มี.ค.56 เมื่อเวลา 01.30 น. พ.ต.อ.พลอย พิมพิสาร ผกก.สส.2 บก.สส.ภาค3 พร้อมนายภัทรพล ซุ่นฮั้ว เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าเขตจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่3 (คลองน้ำมัน) สนธินำกำลัง เข้าตรวจยึดไม้พะยูง ที่ถูกขบวนการตัดไม้ทำลายป่าลักลอบตัดจากเขตผืนป่ามรดกโลกแห่งที่5 ทับลาน-เขาใหญ่ นำมาซุกซ่อนในชายป่าบ้านโปร่งสนวน หมู่ที่ 7 ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เขตรอยต่อกับผืนป่าทับลาน พบไม้พะยูง ถูกตัดเป็นท่อน ๆ ขนาดเส้นรอบวง 100 - 150 ซม. ความยาวประมาณ 2 เมตร รวม 11 ท่อน วัดปริมาตรไม้ ประมาณ 2.30 ลบ.ม. มูลค่าในตลาดต่างประเทศ มากกว่า 10 ล้านบาท พร้อมอุปกรณ์การชักลากหลายรายการ โดยไม่พบผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ จึงตรวจยึด โดยตีตราประทับ ก่อนขนย้ายนำไปเก็บรักษาไว้ที่ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ทล.1 (คลองน้ำมัน ) อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พร้อมกระจายกำลังซุ่มโป่งรอบพื้นที่พบไม้พะยูง ตลอดทั้งคืน แต่ไม่พบการเคลื่อนไหว
พ.ต.อ.พลอย ผกก.สส.2 บก.สส.ภาค 3 เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลทางลับ ระบุเส้นทางลำเลียงไม้พะยูง ที่ถูกลักลอบตัดในเขตผืนป่ามรดกโลก ฯ มาพักไว้แนวเขตชายป่าในพื้นที่ อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เพื่อรอการขนย้ายออกจากพื้นที่ จึงได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ โดยลาดตระเวนในเขตรอยต่อระหว่างผืนป่ากับหมู่บ้าน พบไม้พะยูงที่เพิ่งถูกตัดได้ไม่นาน เนื่องจากใบ และกิ่งไม้ที่นำมามาปกคลุมทับไว้อำพรางสายตายังสดอยู่ รวมทั้งไม้แต่ละท่อน ได้เลื่อยเปิดปีกไม้เบื้องต้นออกไปแล้วบางส่วน จึงคาดมีนายทุน ได้ตีราคารับซื้อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เตรียมการแปรรูปออกเป็นแผ่น เพื่อให้ง่ายต่อการขนย้ายออกจากพื้นที่
“ในระหว่างกำลังเจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดไม้พะยูงในเขตผืนป่า มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด โดยมีที่มาในหมู่บ้านที่ติดกับผืนป่า ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณให้กลุ่มขบวนการไหวตัวทัน และ เป็นการข่มขวัญ แต่ไม่มีเหตุการณ์เผชิญหน้าแต่อย่างใด จุดที่บริเวณพบไม้พะยูงซุกซ่อน แม้อยู่ในเขตผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน แต่ติดอยู่กับหมู่บ้านโปร่งสนวน หมู่ที่ 7 ต.ลำเพียก เพียงแค่มีถนนทางเข้าตัวหมู่บ้านกั้น และอยู่ห่างจากที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ประมาณ 10 เมตรเท่านั้น ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่องรอยการใช้เลื่อยยนต์ เพื่อเปิดปีกไม้ แต่กลับไม่มีใครรู้เห็นการนำไม้มาซุกซ่อนไว้ จึงขอวิงวอนให้ พี่น้อง ประชาชน ช่วยแจ้งเบาะแสให้กับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อติดตามตัวขบวนการทำลายป่าไม้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว ” พ.ต.อ พลอย หัวหน้าชุดจับกุม กล่าว
นรข. จับไม้พะยูง23ท่อน
อีกราย ที่หน่วยเรือเฉพาะกิจโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พล.ร.ต.รังสรรค์ โตอรุณ ผบช.นรข., นอ.ดุสิต จันทร์ราช ผบ.นรข.เขตหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวนายศักดา ศรีสวัสดิ์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 359 หมู่ 11 ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย พร้อมของกลางไม้พะยูงแบบท่อน 17 ท่อน และไม้แบบแปรรูปเป็นแผ่น 6 แผ่น รวม 23 ท่อน/แผ่น มูลค่าประมาณ 800,000 บาท บรรทุกมาในรถกระบะตอนเดียว โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บย 6593 เพชรบูรณ์ ที่มีใช้ถุงดิน 38 กระสอบทับอำพรางไว้และคลุมด้วยผ้าใบอย่างมิดชิด ซึ่งจากการตรวจสอบทราบว่ารถกระบะคันดังกล่าวเป็นของนางสมชา โมกคะลา อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 6 ต.น้ำหนาว อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์
ทั้งนี้ นอ.ดุสิต จันทร์ราช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้รับแจ้งจากสายว่าจะมีการลักลอบนำไม้พะยูงเข้ามาในพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ท้ายหมู่บ้านสีกาย หมู่ 2 ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย จึงรายงานให้ พล.ร.ต.รังสรรค์ โตอรุณ ผบช.นรข.เพื่อทราบและสั่งการให้ รต.พนาศักดิ์ พันธุ์พานิช หน.เรือเฉพาะกิจโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นำกำลังออกสกัดและจับกุม กระทั่งเวลา 22.30 น. วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา พบรถกระบะคันดังกล่าวขับเข้ามาจอดเทียบท่าริมแม่น้ำโขง โดยมีนายศักดา เดินถือไฟฉายนำทาง จากนั้นมีชายฉกรรจ์ 2 คนลงจากรถช่วยกันรื้อผืนผ้าใบคลุมหลังรถกระบะออก จึงเข้าแสดงตัวขอตรวจค้น ทำให้ชายฉกรรจ์ 2 คนอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้ แต่นายศักดา ถูกจับกุมตัวได้ทัน
จากการสอบสวนนายศักดา ให้การว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับไม้จำนวนดังกล่าว ไม่ทราบว่าเป็นของใคร ตนเป็นเพียงคนนำทาง และคอยตรวจสอบว่าจุดที่จะนำไม้ลงเรือมีเจ้าหน้าที่ซุ่มอยู่หรือไม่ โดยได้ค่าจ้างจากชายไม่ทราบชื่อ จำนวน 2,000 บาท ซึ่งระหว่างการจับกุมยังไม่มีเรือมารับไม้ จึงทำการตรวจยึดไม้พร้อมรถยนต์และจับกุมตัวนายศักดา ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย พื้นที่รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
......................................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)



