ข่าว

'เจรจาผิดฝาผิดตัว'ระวังไฟใต้ยิ่งกระพือ

'เจรจาผิดฝาผิดตัว'ระวังไฟใต้ยิ่งกระพือ

01 มี.ค. 2556

'เจรจาผิดฝาผิดตัว'ระวังไฟใต้ยิ่งกระพือ : ทีมข่าวความมั่นคง

              คณะของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประเดิมเปิดการ “พูดคุย” กับกลุ่มขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนกลุ่มแรกในช่วงสายของวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ในประเทศมาเลเซีย

              บริบทดังกล่าวถูกจับตามองอย่างมากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสื่อต่างชาติเกาะติดและวิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้อย่างใกล้ชิด

              พล.ท.ภราดร และคณะ เดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ตั้งแต่เมื่อบ่ายวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ ด้านหนึ่งเพื่อเตรียมการก่อนการเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมประชุมประจำปีของทั้งสองประเทศ (Annual Consultation) ครั้งที่ 5 ในวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยมีกำหนดเข้าพบหารือกับ นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ปุตราจายาด้วย

              ขณะที่อีกด้านหนึ่ง คณะของ พล.ท.ภราดร ได้เตรียมเปิดการพูดคุยกับแกนนำขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน จากการประสานงานและอำนวยความสะดวกของทางการมาเลเซีย ตามที่ได้ตกลงกันไว้ช่วงการเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างไม่เป็นทางการของ พล.ท.ภราดร และคณะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ให้ฝ่ายความมั่นคงมาเลเซียมีบทบาทเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” (facilitator) ให้เกิดการพูดคุย ขณะที่ พล.ท.ภราดร ในฐานะเลขาธิการ สมช. จะเป็นผู้แทนฝ่ายไทยในกระบวนการพูดคุยกับแกนนำขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนหรือกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐนับแต่นี้เป็นต้นไป

              สำหรับผู้นำขบวนการกลุ่มแรกที่เข้าพบปะพูดคุยกับคณะของเลขาธิการ สมช. นำโดย นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น โดยมีบุคคลสำคัญของไทยจากหลายฝ่ายเข้าร่วมในวงพูดคุย ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง

              นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น แต่ก็มีข้อมูลจากการตรวจสอบเรื่องราวเก่าๆ ระบุว่าเขาเป็นแกนนำองค์กรพูโลสายเก่า พำนักอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยมีข่าวบางแหล่งอ้างว่าเขาเป็นผู้ดูแลเรื่องที่พักให้กับแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนหลายคนระหว่างที่พำนักอยู่ในมาเลเซีย และเคยมีแผนเดินทางกลับมารายงานตัวต่อทางการไทยด้วย

              ที่สำคัญนายฮัสซัน ตอยิบ ผู้นี้ ได้ตกเป็นข่าวครึกโครมเมื่อปีที่แล้วว่าร่วมอยู่ในวงพูดคุยเจรจาระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ กับแกนนำขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนหลายคน ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในมาเลเซีย

              และคล้อยหลังจากนั้นไม่นาน ได้เกิดเหตุคาร์บอมบ์ครั้งใหญ่ที่โรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และที่ อ.เมือง จ.ยะลา ในวันที่ 31 มีนาคม 2555 มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

              อย่างไรก็ดี ไม่มีหลักฐานใดๆ ชี้ชัดว่าเหตุคาร์บอมบ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับข่าวการพูดคุยของอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยกับแกนนำขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน เพียงแต่มีบทวิเคราะห์หลายชิ้นระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ปฏิบัติการอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบัน ไม่พอใจการเปิดเวทีพูดคุยดังกล่าว จึงก่อเหตุรุนแรงครั้งใหญ่เพื่อส่งสัญญาณ ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยดังกล่าวเกิดขึ้น และ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

              รายงานจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายฮัสซัน ตอยิบ เคยติดต่อประสานงานกับทีมของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตั้งแต่สมัยที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ช่วงก่อนการรัฐประหารปี 2549 ด้วย ขณะที่ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มีข่าวว่าพยายามทาบทาม พล.อ.ชวลิต ให้กลับมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง หรือที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าเป็นจริง

              นอกจากนี้ น่าสังเกตว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาและการฟื้นฟูการพัฒนาตามวิถีวัฒธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ วุฒิสภา เมื่อวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ ได้เชิญ นาย Yasri Khan จากสวีเดน ลูกชายของ นายซัมซูดิน คาน แกนนำกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐในอดีต ซึ่งมีการระบุว่าเป็นแกนนำองค์กรพูโล เข้าชี้แจง จากการประสานงานของทีมงานสถาบันพระปกเกล้า

              นาย Yasri Khan ระบุว่า รัฐบาลไทยต้องเร่งจัดการพูดคุยกับกลุ่มที่เห็นต่างจากรัฐ ก่อนที่ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะถูกหยิบยกไปเป็นประเด็นนานาชาติ เพราะทั้งสวีเดน สหภาพยุโรป (อียู) และองค์กรความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ล้วนต้องการยื่นมือเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง
และหากย้อนมอง เมื่อช่วงวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ รายการข่าวโทรทัศน์ช่องหนึ่งได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ นายกัสตูรี มาห์โกตา ที่อ้างตัวว่าเป็นประธานองค์กรพูโลด้วย โดยนายกัสตูรีบอกว่าเขาและพูโลพร้อมเจรจากับรัฐไทย และแม้เขาจะมีเป้าหมายคือเอกราชรัฐปัตตานี แต่ก็พร้อมรับฟังข้อเสนออื่นๆ ของไทย การเผยแพร่ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากหลายฝ่าย ทั้งบุคลากรของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายต่างประเทศ นักวิชาการ รวมถึงในสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า สำนักสารสนเทศและประชาสัมพันธ์ ศอ.บต. ได้นำคลิปวิดีโอบทสัมภาษณ์นายกัสตูรี ไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ด้วย

              เมื่อพิจารณาถึงการขับเคลื่อน พบว่าบรรยากาศตอนนี้ ดูเหมือนกลุ่มขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนหรือกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐหลายกลุ่มจับทางรัฐบาลได้ว่าต้องการเปิดการพูดคุยเจรจา จึงเสนอตัวและมีความเคลื่อนไหวหลายด้านพร้อมกัน หรืออีกมุมมองหนึ่งก็อาจเป็นความพยายามของซีกรัฐบาลหรือเปล่าที่ไปจัดเตรียมการ เพื่อให้เห็นว่าปัญหาไฟใต้มีหนทางที่ใกล้บรรลุเป้าหมาย

              แต่เหตุใด...พลันที่ข่าวการลงนามของเลขาธิการ สมช.กับแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบปรากฏออกมา แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมาพูดทันควันว่า เรื่องไปเจรจาลงนามครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับทหาร เป็นนโยบายของรัฐบาล แถมยังส่งสัญญาณเตือนไว้ด้วย

              เรื่องนี้รัฐบาลต้องระมัดระวัง เพราะกลุ่มที่เสนอตัวพูดคุยส่วนใหญ่ อาจไม่ได้มีส่วนหรืออิทธิพลใดๆ เหนือกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ในปัจจุบัน หากมีการส่งสัญญาณผิด อาจทำให้เกิดการก่อเหตุสถานการณ์รุนแรงขึ้นอีก

              รัฐบาลจะเสียรังวัดโดยรู้ตัวเมื่อสายเสียแล้ว !

 

....................

 

(หมายเหตุ : 'เจรจาผิดฝาผิดตัว'ระวังไฟใต้ยิ่งกระพือ : ทีมข่าวความมั่นคง)