ข่าว

แฉกลเม็ด 'กะเทย'ลวงรูดทรัพย์

แฉกลเม็ด 'กะเทย'ลวงรูดทรัพย์

02 มิ.ย. 2552

ใครๆ ก็รู้ว่าเมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง หาได้ง่ายทั้งความเมา ผู้หญิง หรือกึ่งหญิง ผู้ชาย และกึ่งชาย แต่ก็มีอยู่หลายรายที่ตกเป็นเหยื่อให้ฉากหน้าที่ว่าง่ายๆ นี้

บ่อยครั้งที่มีข่าวนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกมอมยารูดทรัพย์ มีเพียงระยะหลังๆ มานี้เท่านั้น ที่สาวประเภทสองแก้ความเท่าทันของเหยื่อด้วยกลเม็ดเด็ดพรายใหม่ๆ นั่นคือ ลวงให้ซื้อบริการทางเพศ แล้วฉวยโอกาสขโมยทรัพย์สินในกระเป๋าเงินไปไม่ให้รู้ตัว !?!

 ซินกับซา (นามสมมติ) ทนายความจากแดนภารตวัย 27 และ 30 ปี เดินทางมาเที่ยวที่พัทยา ระหว่างเดินเล่นอยู่ที่ชายหาดพัทยากลางมีสาวประเภทสอง 3 คน แต่งกายคล้ายผู้หญิงมาก เข้ามาตีสนิทและชักชวนให้ซื้อบริการทางเพศ โดยชักชวนไปที่ห้องพักเพื่อนวดตัวแล้วร่วมหลับนอน ทั้งสองตอบตกลงจ่ายเงินค่าตัวแล้วจึงซ้อนรถจักรยานยนต์มากับ 1 ใน 3 ส่วนอีก 2 คนอ้างว่าจะตามมาภายหลัง

 เมื่อมาถึงห้องพักเธอพาซินกับซาเข้าไปในห้อง บอกให้ทั้งคู่ถอดเสื้อผ้ากองไว้ข้างเตียง ลงมือนวดแล้วร่วมหลับนอนจนสำเร็จความใคร่ แล้วจึงพากันกลับออกมา ระหว่างรอรถโดยสารกลับโรงแรมหยิบกระเป๋าออกมาเตรียมเงินค่ารถก็พบว่า ธนบัตรกว่า 2,000 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยกว่า 7 หมื่นบาท อันตรธานกลายเป็นกระดาษหนังสือพิมพ์ไปแล้ว จึงเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.พงษ์สวัสดิ์ วงษ์วาน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา และเข้าตรวจห้องเกิดเหตุก็ไม่พบสาวประเภทสองเสียแล้ว

 "คม ชัด ลึก" ได้พูดคุยกับ "ยะ" สาวประเภทสอง วัย 29 ปี ที่ยึดพัทยาเป็นแหล่งทำมาหากิน เกี่ยวกับเทคนิคของสาวประเภทสองที่ใช้ล่อลวงเหยื่อ ที่เธอได้รับรู้รับทราบจากเพื่อนๆ มีข้อห้ามที่ต้องท่องจำให้ขึ้นใจ นั่นคือ เหยื่อต้องเมาเต็มที่ ไม่จำเป็นอย่ามีเซ็กส์ โรงแรมม่านรูด หรือรถยนต์ คือสถานที่ปลอดภัยที่สุด !?!

 "ถ้าไม่จำให้ขึ้นใจโอกาสพลาด หรือไม่ได้ทรัพย์สินมีค่อนข้างสูง"

 ยะไม่ได้บอกว่า ที่ผ่านมาเธอเคยใช้วิธีเหล่านี้กับลูกค้าของเธอหรือไม่ แต่ก็จดจำเอาไว้ให้รู้และนำมาบอกเล่าในวันนี้ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นวิทยาทานไม่ให้คนตกเป็นเหยื่อ

 ยะบอกว่า สาวประเภทสองส่วนใหญ่ที่หากินด้วยวิธีนี้ มักจะเลือกเหยื่อชาวต่างชาติมากกว่าคนไทย เพราะเวลาเกิดเรื่องจะตามเรื่องได้ยากกว่าคนไทย และไม่ต้องสนใจเรื่องอายุ เอาแค่พูด-ฟังภาษาอังกฤษพอสื่อสารกันได้เข้าใจ สิ่งสำคัญต่อมาคือคอยสังเกตทรัพย์สิ่งของมีค่า โดยดูจากการแต่งกาย เครื่องประดับจำพวกนาฬิกา สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน หรือบางรายอาจต้องเฝ้าดูถึงการใช้จ่ายเงินทองของเป้าหมายด้วย

 ยิ่งระวังตัวเก็บกระเป๋าสตางค์ไว้มิดชิดให้สันนิษฐานเอาไว้ก่อนได้เลยว่า มีเงิน !?!

 เมื่อครบองค์ประกอบก็มาถึงขั้นตอนการตีสนิทและหว่านเสน่ห์ ยะใช้คำว่าถึงเวลาใจกล้าหน้าด้าน ทำตัวเซ็กซี่ยั่วยวน พยายามเข้าไปตีสนิท ชวนเหยื่อดื่มเหล้า เต้นรำ ตระเวนไปตามสถานที่ต่างๆ นอกจากปากว่าแล้วมือยังต้องถึงด้วย ระหว่างพูดจาหว่านล้อมมือก็ลูบคลำอวัยวะส่วนต่างๆ ให้เหยื่อเคลิบเคลิ้มหลงคิดไปถึงความต้องการของ "หล่อน"

 พออารมณ์เหยื่อกระเจิงกู่ไม่กลับก็ดำเนินการขั้นต่อไป คือ การตกลงค่าตัวแล้วก็พากันไปโรงแรมม่านรูด แต่นั่นคือเมื่อก่อน ปัจจุบันสาวประเภทสองนิยมห้องเช่าตามอพาร์ตเมนต์ชั่วคราวคืนเดียว เพราะไม่เรื่องมากในการจดชื่อเข้าพักหรือขอดูบัตรประจำตัวประชาชน 

 ข้อห้ามที่เกือบจะเป็นกฎต่อมา คือ สั่งเบียร์ขึ้นมาดื่ม เพราะเบียร์เมื่อผสมกับยานอนหลับแล้วจะออกฤทธิ์ง่าย แต่ห้ามรินใส่แก้วเป็นอันขาด เนื่องจากจะสังเกตเห็นตะกอนยาได้ง่าย ให้สั่งเป็นกระป๋องหรือดื่มจากขวดแทน ในกรณีหลังต้องดื่มขวดของใครของมัน

 "ระหว่างรอยาออกฤทธิ์ให้พูดคุยยั่วยวนต่อไป กระทั่งเหยื่อหลับค่อยรื้อค้นทรัพย์สิน พอออกมาเจอพนักงานต้อนรับก็ให้ทิปเล็กน้อย พูดแซวทำนองว่านกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ พนักงานจะได้ไม่สนใจ และคิดเป็นเรื่องตลกไป"

 นั่นคือวิธีมอมยารูดทรัพย์ สำหรับวิธีใหม่ที่กำลังนิยมทำกัน คือ ขายแบบแพ็กเกจ หรือยกกลุ่ม ในลักษณะเซ็กส์หมู่ ยะอธิบายว่า ระหว่างเจรจาต่อรองจะมี 1 ในทีมเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในห้องก่อนแล้ว เมื่อเหยื่อเข้ามาปฏิบัติกามกิจโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เสื้อผ้าที่ถอดกองไว้จะถูกคนที่ซ่อนอยู่รื้อค้นเปลี่ยนทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิต เมื่อเซ็กส์จบลงก็ซ่อนตัวอยู่รอจนกระทั่งเหยื่อกลับออกไป ทิ้งระยะไว้สักพักแล้วจึงออกจากห้อง เหมือนกับที่สองหนุ่มจากอินเดียโดนเข้ากับตัวเอง 

 ยะ บอกด้วยว่า เหนือสิ่งอื่นใดปฏิบัติการจะไม่สำเร็จเลยหากว่าเหยื่อไม่ "เมา" สุดๆ !?!