
เผาดะ!ชาวไร่อ้อยเมินปัญหาหมอกควัน
เผาดะ! ชาวไร่อ้อยพิษณุโลกเมินปัญหาหมอกควัน ด้าน 'ปภ.' ประกาศภัยแล้งแล้ว 9 อำเภอ เผยมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายกว่า 4 พันไร่
28 ก.พ.56 นางวรรณา บางยิ้ม อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/2 หมู่ 1 ต.บึงกอก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ตนทำไร่อ้อย ทั้งสิ้น 25 ไร่ ในการปลูกแต่ละรอบก็จะต้องมีการเผาเศษใบอ้อยที่ตกหล่นจากการเก็บเกี่ยว เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้ รถไถที่จะมายกร่อง หรือทำแปลงอ้อย จะไม่สามารถทำงานได้ เพราะใบอ้อยจะเข้าไปพันตัวเครื่องรถจนได้รับความเสียหาย จากนั้นเมื่อถึงอายุต้นอ้อยตัดได้ก็จะต้องมีการเผาอีกครั้ง เพื่อให้คนงานและรถตัดอ้อยสามารถเข้าไปตัดได้สะดวก
ในพื้นที่ตำบลบึงกอก อำเภอบางระกำ เกษตรกรส่วนใหญ่ทำไร่อ้อย เป็นพื้นที่หลายพันไร่ อายุการเก็บเกี่ยวจะใกล้เคียงกัน ดังนั้นจึงทำให้ปัญหาหมอกควันจากการเผา จะมีมากในระยะเวลาดังกล่าว เนื่องจากเกษตรกรทุกราย เลือกใช้วิธีการเผาเหมือนกัน
นางวรรณา กล่าวอีกว่า การเผาไร่อ้อยเป็นวิธีการที่เกษตรกรทำอยู่เป็นประจำ ซึ่งสะดวกและรวดเร็วกว่าวิธีอื่น แต่ในช่วงเวลาการเผาเจ้าของไร่ก็จะต้องคอยดูแลไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่น หมอกควันที่เกิดขึ้นก็เป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น อีกทั้งไร่อ้อยของตนเอง ก็อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่ใช่ในเมือง หรือ ในชุมชน หมอกควันที่เกิดขึ้น จึงไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด
ปภ.พิษณุโลก ประกาศภัยแล้งแล้ว 9 อำเภอ
นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดพิษณุโลก ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติภัยแล้งไป ทั้งหมด 9 อำเภอจังหวัดพิษณุโลกแล้ว เบื้องต้นได้ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมประสานหน่วยงาน นำน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายในพื้นที่ที่ขาดแคลน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ห่างไกล ระบบประปาหมู่บ้านมีปัญหาไม่เพียงพอ
ด้านพื้นที่การเกษตร ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งไปยังเกษตรกร งดทำนาปรังรอบ2 อย่างเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้ผลผลิตเสียหาย จากการขาดแคลนน้ำได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก ได้รับรายงานพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากภัยแล้งหนัก ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือที่ อำเภอเนินมะปราง อำเภอพรหมพิราม และอำเภอวัดโบสถ์ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือในเบื้องต้นไปแล้วกว่า 3ล้านบาท ส่วนที่เหลือ จะได้หางบประมาณในการช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบต่อไป
ขณะที่เขื่อนสิริกิติ์ เริ่มลดการระบายน้ำออกจากเขื่อน ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยจากเดิมระบายน้ำออก วันละ 23 ล้านลูกบาศก์เมตร จะลดลงเหลือ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน ต่ำลงกว่าปกติ อาจจะทำให้ แพที่อยู่อาศัย แพร้านอาหาร และผู้เลี้ยงปลากระชังได้รับผลกระทบ เกิดความเสียหายได้ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชน เตรียมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว



