ข่าว

'ภราดร'ร่วมลงนาม'บีอาร์เอ็น'แก้ไฟใต้

'ภราดร'ร่วมลงนาม'บีอาร์เอ็น'แก้ไฟใต้

28 ก.พ. 2556

'ภราดร'เผยสมช.เซ็นลงนามร่วมกับ 4 ตัวแทน'บีอาร์เอ็น'ให้เข้าร่วมพัฒนา 3 จว.ชายแดนใต้แล้ว ด้าน'นายกฯ'เลี่ยงตอบ 'เลขาฯสมช.' เซ็นข้อตกลงกับ 'บีอาร์เอ็น'

                28 ก.พ. 56  เมื่อเวลา 10.00 น.พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.ท.สฤษดิ์ชัย เอนกเวียง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ได้ร่วมพิธีลงนาม “general consensus document to launch a dialogue process for peace in the border province of southern Thailand” กับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ได้แก่ นาย ฮัสซัน ตอยิบ หรือ นายอาแซ เจ๊ะหลง รองเลขาธิการฯ และ หัวหน้าสภาการเมืองของกลุ่มบีอาร์เอ็น พร้อมด้วย นายอาแว ยะบะ เลขานุการฝ่ายต่างประเทศ นายอับดุลเลาะห์ มาหะมะ ระดับนำฝ่ายอูลามา และ นายอับดุลเลาะห์มาน ยะบะ ระดับนำฝ่ายการเมือง โดยมี พล.อ ตันสรี ดาโต๊ะสรี บิน โมฮัมเหม็ด ซิน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย เป็นสักขีพยาน โดยการลงนามดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่คณะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในเวลา 10.45 น.

                 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์จากประเทศมาเลเซียว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันนี้ว่า ตนเป็นผู้นำคณะในการลงนามกับกลุ่มตัวแทนบีอาร์เอ็น จำนวน 4 คน โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องของประเทศมาเลเซีย เป็นสักขีพยาน โดยมีข้อตกลงที่จะร่วมกันพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนำไปสู่สันติสุข ทั้งนี้จะมีการพูดคุย และแสดงความคิดเห็นถึงปัญหาในพื้นที่ โดยจะเป็นการจัดเวทีพูดคุยเพื่อให้เกิดสันติภาพ สำหรับการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นในครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปิดกุญแจดอกแรก เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการพูดคุยครั้งนี้เป็นไปตามแผนนโยบายการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามแผนพัฒนาข้อ 8 ของ สมช.

               "ประเทศมาเลเซียพร้อมจะประสานให้ความร่วมมือดังกล่าว โดยหลังจากนี้อีก 2 สัปดาห์จะมีการหารือเพื่อติดตามการลงนามในเรื่องดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ส่วนการเดินทางมายังประเทศมาเลเซียของ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ในวันนี้ ตนไม่ทราบว่านายกฯ จะได้มีโอกาสพบปะเพื่อพูดกับกลุ่มตัวแทนทั้ง 4 คนของกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือไม่ เรื่องนี้คงจะต้องรอเช็คตารางเวลาของนายกฯอีกครั้งหนึ่ง" พล.ท.ภราดร กล่าว

                พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ โดยทางทหารได้เปิดช่องทางให้มีการพูดคุย รวมถึงการให้โอกาสผู้ก่อความไม่สงบเข้ามามอบตัวและต่อสู้คดีของตนเองตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งการก่อความไม่สงบในไทยที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทยและมาเลเซียนั้น เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องมีการพูดคุยกันกับประเทศเพื่อนบ้านและขอความร่วมมือ แต่การร่วมมือนั้นจะมาในรูปแบบใดเป็นเรื่องที่จะต้องรอดู ทั้งนี้คิดว่า มาตรการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างถูกทาง ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ยึดถือแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเป็นหลัก และพร้อมทำตามคำสั่งของรัฐบาล

               "การแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากประชาชนขณะนี้ปฏิเสธความรุนแรงจากการก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้ โดยเรามีแนวทางในการแก้ไขปัญหาชัดเจน คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างความเป็นธรรม ดูแลให้สิทธิด้านมนุษยชน สร้างภาพแวดล้อมให้ประชาชนเกิดความปลอดภัย" พล.ท.อุดมชัย กล่าว

               พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ( กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกองทัพ เป็นส่วนของนโยบายรัฐบาล ส่วนจะทำให้เกิดผลดี ผลเสียหรือไม่นั้น ก็ต้องดูกันต่อไป ถ้าหากกลุ่มคนที่รัฐบาลไปลงนามข้อตกลงสามารถควบคุมระดับปฏิบัติการในพื้นที่ได้ก็เป็นเรื่องดี แต่ในส่วนของกองทัพก็ยังต้องทำหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยต่อไป หากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังก่อเหตุอยู่ สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นนั้น แม้จะไม่มีการลงนามดังกล่าว ทางกองทัพก็ทำหน้าที่ตามปกติอยู่แล้ว

               
 

นายกฯเลี่ยงตอบ "เลขาฯสมช." เซ็นข้อตกลงกับ "บีอาร์เอ็น"

                เมื่อเวลา 10.45 น.  น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ  พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และนายสุรนันท์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ออกเดินทางไปเยือนสหพันธรัฐมาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีระหว่างไทยและมาเลเซีย (Annual Consultation) ทั้งนี้ เวลา 15.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะหารือทวิภาคีกับนายราจิ บาซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จากนั้นเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงว่า ด้วยเดินทางข้ามแดน และการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเยาวชนและกีฬา ก่อนร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ และเดินทางกลับถึงท่าอากาศยานทหาร บน.6 เวลาประมาณ 23.00 น.

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมหารือประจำปีไทย-มาเลเซีย จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 ที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกลไกระดับนโยบายสูงสุดเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของไทยและมาเลเซีย และติดตามความร่วมมือสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะความร่วมมือในการแก้ไขสถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้ และโครงการพัฒนาด้านเศรษฐกิจตามแนวชายแดน ในโอกาสนี้ถือเป็นการเยือนมาเลเซียเป็นครั้งที่ 2 ของนายกรัฐมนตรี ภายหลังการเยือนอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนก.พ.2555 และจะเป็นการพบหารืออีกครั้งภายหลังการหารือทวิภาคีในระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ที่สหพันธรัฐรัสเซียเมื่อเดือนก.ย.2555 ที่ผ่านมา

                ทั้งนี้ ก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะออกเดินทางผู้สื่อข่าวได้พยายามถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ไปลงนามข้อตกลงกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นที่เคลื่อนไหวก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามก่อนกล่าวว่า การเดินทางไปมาเลเซียครั้งนี้ มีการลงนามเอ็มโอยู 2 ฉบับ คือ ความร่วมมือเรื่องข้ามแดนและความร่วมมือเรื่องของด้านการกีฬา และที่เหลือเป็นเจตนารมณ์ที่จะมีร่วมกัน ซึ่งคงจะมีความคืบหน้าหลังจากที่ประชุมหารือกันเสร็จ

                เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการลงนามกับบีอาร์เอ็นจริงหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่สนใจคำถามดังกล่าว และเดินเข้าไปในห้องรับรองเพื่อออกเดินทางทันที