ข่าว

มติวุฒิฯรับรอง'แจ็ค ลูว์'ขุนคลังมะกัน

มติวุฒิฯรับรอง'แจ็ค ลูว์'ขุนคลังมะกัน

28 ก.พ. 2556

วุฒิสมาชิกลงมติรับรองแต่งตั้งนายแจ็ค ลูว์ เป็นรัฐมนตรีคลังคนใหม่ ผู้ที่จะต้องแบกรับภาระหนักในช่วงที่มีการต่อสู้กันทางการเมืองดุเดือดเรื่องการตัดลดงบประมาณ

                         28 ก.พ. 56  วุุฒิสภาลงมติด้วยคะแนนเสียง 71 ต่อ 26 เสียงรับรองการแต่งตั้งนายจาค็อบ เจ ลูว์ หรือ แจ็ค ลูว์ อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว วัย 57 ปีเป็นรัฐมนตรีคลังคนใหม่แทนนายทิโมธี ไกธ์เนอร์ เขาได้รับเสียงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกเดโมแครตทั้งหมดและวุฒิสมาชิกรีพับลิกันอีกจำนวนหนึ่ง แม้สมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนวิจารณ์เรื่องที่เขาได้รับโบนัสก้อนโตสมัยเป็นผู้บริหารในบริษัทซิตี้กรุ๊ปในช่วงที่ประเทศประสบวิกฤติการเงิน

                         ลูว์ เคยเป็นอดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณทำเนียบขาวในสมัยแรกของประธานาธิบดีบารัค โอบามาและสมัยอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน และการที่โอบามาเลือกลูว์ดำรงตำแหน่งสูงสุดในทีมเศรษฐกิจ สะท้อนถึงความพยายามที่จะใช้ความรู้ความสามารถของเขาในการเจรจากับรัฐสภาเพื่อหาทางลดยอดขาดดุลงบประมาณจำนวนมหาศาลและลดหนี้สาธารณะที่จะพุ่งทะลุเพดานครั้งใหม่ 19 พ.ค.

                         และภารกิจท้าทายแรกที่เขาต้องเผชิญขณะนี้ คือ การตัดลดงบประมาณแบบอัตโนมัติ 85,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 มี.ค.นี้และมีระยะเวลา 7 เดือน หากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหลีกเลี่ยงวิกฤติครั้งนี้่ และเขาจะต้องหาเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายของรัฐบาลก่อนที่งบจะหมดลงใน 27 มี.ค.

                         ขณะที่ประธานาธิบดีโอบามา กล่าวต่อนักธุรกิจเมื่อวานนี้เตือนว่า หากมีการตัดงบประมาณเมื่อไหร่ ก็จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐดิ่งหัวลง และยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะบรรลุข้อตกลงหลีกเลี่ยงปัญหาครั้งนี้ได้ เขาบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเทคนิค แต่เป็นปัญหาการเมือง จึงขึ้นอยู่กับว่าแต่ละฝ่ายจะยอมประนีประนอมเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมร่วมกันได้หรือไม่

                         แกนนำวุฒิสมาชิกและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของทั้งสองพรรคจะหารือร่วมกันที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์นี้ แต่โอกาสตกลงกันได้มีไม่มากนัก และหน่วยราชการต่างๆ เริ่มแจ้งให้ข้าราชการเตรียมพร้อมสำหรับมาตรการที่จะบังคับให้หยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง เช่น กระทรวงกลาโหมเตรียมให้ข้าราชการราว 8 แสนคนหยุดงานสัปดาห์ละ 1 วันรวม 22 สัปดาห์

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)