ข่าว

'คุณชาย'น้ำตาซึมขอโอกาสสานงานต่อ

'คุณชาย'น้ำตาซึมขอโอกาสสานงานต่อ

28 ก.พ. 2556

'สุขุมพันธุ์'น้ำตาซึมโค้งสุดท้าย ขอโอกาสสานงานต่อ 4 ปี ลั่นยอมหยุดหายใจ ปลื้มทำงานเพื่อคนกรุง

               เมื่อเวลา 09.45 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หมายเลข 16 แถลงเปิดใจที่พรรคประชาธิปัตย์ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 3 มี.ค.นี้ โดยมีแกนนำพรรค สส. สก. ร่วมงานอย่างคึกคัก ว่า ตนได้เชิญทุกตนมาในวันนี้เพื่อเปิดอกว่าใจตนหล่อแค่ไหน และอยากพูดความในใจบางเรื่องให้ประชาชนประกอบการพิจารณา ขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสทำงานในตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. 4 ปีที่ผ่านมา และขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ให้โอกาสได้ลงสมัครผู้ว่าฯกทม. ตนจะทำงานให้ดีที่สุดหากมีโอกาสอีก 4 ปีข้างหน้า ที่ผ่านมางานที่ทำมา 4 ปีที่ผ่านมาเป็นความฝันอันสูงสุด ถ้าจะหยุดหายใจนาทีนี้คิดว่าชีวิตของตนก็คุ้มค่าที่ได้ทำงานรับใช้คนกรุงเทพฯ

               “ผมได้ไปเมืองนอกตั้งแต่ 10 ขวบ เมื่อกลับมาเมืองไทยครั้งแรกที่ลงที่สนามบินดอนเมือง เห็นกรุงเทพฯอยากร้องไห้ ที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯทุกข์จากการเมือง ทุกข์จากน้ำ แต่ตนได้เห็นความสง่างามการมีน้ำใจของคนกรุงเทพฯ เห็นจากเหตุการณ์การทำความสะอาดที่แยกราชประสงค์ทั้งที่รู้ล่วงหน้าไม่กี่ชั่วโมง จึงเป็นความรักของคนกรุงเทพฯ ผมจะไม่ลืมวันนั้น เพราะคนที่รักกรุงเทพฯต้องสร้างกรุงเทพฯด้วยกัน” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ และมีน้ำตาไหลคลอเป็นระยะ

               ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า 4 ปีที่ผ่านมาตนได้ทำงานอย่างทุ่มเทเสียสละ ซื่อตรง และไม่ย่อท้อกับอุปสรรค ส่วนจะทำงานเข้าตาใครหรือไม่อีกเรื่อง แต่ตนทำงานเกินร้อยในช่วง 4 ปี ขณะเดียวกันต้องขออภัยประชาชน และพรรคประธิปัตย์ หากได้ทำอะไรบกพร่องและไม่ถูกใจใคร รวมถึงไม่ได้ประสัมพันธ์เรื่องต่าง ๆ แต่ตนก็ดีใจในระดับหนึ่งนโยบายที่สัญญาไว้ในปี 2552 ได้ทำไปหมดแล้ว ทั้งเรื่องคอมพิวเตอร์ โรงพยาบาลผู้สูงอายุที่บางขุนเทียน อีกทั้งยังมีการเติมนโยบายอีกหลายเรื่อง อาทิ สนามหลวง หลักสูตรโตไปไม่โกง อาหารเช้าเด็กนักเรียน หรือเอาช้างออกจากกรุงเทพฯ แต่ที่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ เพราะตนไม่ชอบพูด ชอบทำ ถ้าให้เลือกเดิน 10 กิโลเมตร กับเดิน 10 นาที ขอเลือกเดินดีกว่า

               ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่ออีกว่า ตนไม่ได้เข้ามาเป็นผู้ว่าฯกทม.ตามขั้นตอนปกติ แต่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประสบอุบัติเหตุทางการเมือง ตนจึงเข้ามาแทนเพื่อสานต่อนโยบาย และเมื่อทำแล้วคนอย่างตนไม่อวดดีอวดเก่ง ขณะที่เพื่อนร่วมพรรคประสบอุบัติเหตุทางการเมือง จึงไม่ควรมาร้องรำทำเพลง แต่ควรจะทำสิ่งที่ดีก่อน 4 ปีก่อนหน้าที่นายอภิรักษ์ได้ทำ เพราะรู้อะไรควรทำหรือไม่ควรทำ หรือไม่ควรจะร้องเพลง เต้นรำ มีความสุข บนความทุกข์ของคนอื่น ซึ่ง 4 ปีจากนี้ไปก็หวังว่าจะไม่เกิดวิกฤติที่ทำให้งานกทม.ชะลอตัว โดยสิ่งต่าง ๆ ที่นำเสนอไปเป็นนโยบายที่สะท้อนสิ่งที่ตนต้องการทำ ส่วนหนึ่งจะสานต่อ และขยายผล อีกส่วนจะเริ่มใหม่ แต่ต้องขอฉันทานุมัติจากประชาชน ทั้งเรื่อง โมโนเรล อุโมงค์รอดทางรถไฟ โครงการไม่ป่วยเราดูแล เป็นต้น

               ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ความเป็นผู้สมัครอิสระมีเสน่ห์ เห็นคนทะเลาะกันอยากให้อะไรใหม่ๆเป็นทางเลือก แต่การเป็นผู้สมัครของพรรคก็มีเสน่ห์เหมือนกัน ถ้า 4 ปีจากนี้ถ้าตนไม่ทำงานอย่างที่พูดไว้ ถึงตนจะหนีไปสุดขอบฟ้า ความรับผิดชอบก็คงอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ แต่ผู้สมัครอิสระ ทำแล้วทำเลย ไม่รู้จะไปหาตัวที่ไหน พรรคประชาธิปัตย์เป็นสิ่งที่ค้ำประกันว่าคนอย่างตนจะทิ้งประชาชนไม่ได้ จึงเป็นหลักประกันที่ดีที่สุด เมื่อบวกกับประสบการณ์น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชน เชื่อว่าชั่วโมงนี้ประชาชนตัดสินใจแล้ว อาจไม่ชอบตน หล่อก็ไม่หล่อ พูดก็ไม่เป็น แต่เรื่องทุ่มเทไม่มีปัญหา เพราะเอาคนกรุงเทพฯเป็นที่ตั้งในการทำงาน ความซื่อตรงในสายเลือด มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา กษัตริย์ เป็นเสาหลักในชีวิต

               “ไม่ชอบพูดก็จะพูด ถึงเวลาเปิดตัวแล้ว วันที่ 3 มีนาคม ประชาชนต้องตัดสินใจจะเลือกใคร การเมืองภาพรวมมีความสำคัญ สมการเป็นอย่างไร ถ้าประชาชนมองเป็นเรื่องสำคัญก็ถูกต้อง แต่ที่สุดแล้วสิ่งที่ประชาชนพิจารณาจะเลือกคนที่ดูแลปกป้องผลประโยชน์ท้องถิ่น ไม่ให้คนอื่นมาครอบงำ มาบังคับให้ท้องถิ่นทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ ประชาชนจะเลือกคนที่ทำงานได้ และตั้งใจ ไม่เคยทิ้งประชาชน ผมคิดว่า 4 ปีที่ผ่านมาผมได้พิสูจน์แล้วว่าผมทำงานได้ ผมปกป้องผลประโยชน์คนกรุงเทพฯแม้แต่ครั้งเดียว”ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการเปิดใจก็มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค บรรดา สส. สก. สข. เข้าไปแสดงกำลังใจ และอวยพรให้ชนะการเลือกตั้ง โดยในเวลา 15.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เตรียมลงพื้นที่หาเสียงที่ห้างฟูดแลนด์ รามอินทรา กม. 4 เขตบางเขน จากนั้นเวลาจะแสดงวิสัยทัศน์ “กรุงเทพฯ (เรา) ออกแบบได้” ที่ลานพาร์คพารากอน เขตปทุมวัน