
'สมบัติ'แจงปปช.ปัดรู้จัก'เสถียร'
'สมบัติ'แจงปปช.ปัดรู้จัก'เสถียร' ยันรับฝากเงิน 18 ล้าน ไร้ปมแอบแฝง ยื่นใบลาออกอาจารย์ มธ.
28 ก.พ.56 กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติให้อายัดทรัพย์สินของ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และครอบครัว ทั้งเงินฝาก ที่ดิน และรถยนต์ รวมมูลค่า 65 ล้านบาท ฐานร่ำรวยผิดปกติ และให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วินิจฉัยกรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) โดยผลการตรวจสอบของ ปปช.พบว่า มีเงินไหลเข้าออกบัญชีของ พล.อ.เสถียร นางณัฐณิชาช์ ภรรยา และน.ส.ณิชาพัฒน์ บุตรสาว กว่า 100 ล้านบาท ขณะเดียวกันพบการนำเงิน 27 ล้านบาท ถ่ายเทไปยังบัญชีของนายสมบัติ จันทรวงศ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในลักษณะทำนิติกรรมอำพราง ถือครองทรัพย์สินแทน นั้น
นายสมบัติ จันทรวงศ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์รายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" ว่า เรื่องนี้เริ่มจากนางณัฐณิชาช์มาเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเกริก ที่ตนรับไปสอนอยู่ที่นั่น ซึ่งตนและนางณัฐณิชาช์ความรู้จักกันเป็นเวลานานกว่า 7 ปีมาแล้ว ส่วน น.ส.ณิชาพัฒน์ บุตรสาวของนางณัฐณิชาช์ นั้น ก็รู้จักกัน เพราะตนเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้ โดยเรื่องเงินดังกล่าวเริ่มประมาณปี 2554 ส่วนจะเป็นเดือนไหนนั้นจำไม่ได้
นายสมบัติ อธิบายว่า มีอยู่วันหนึ่งในช่วงเวลากลางคืน นางณัฐณิชาช์โทรศัพท์มาหา บอกว่า มีเรื่องสำคัญจะปรึกษา และทั้งนางณัฐณิชาช์และบุตรสาวได้เดินทางมาหาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี โดยนางณัฐณิชาช์บอกว่า ครอบครัวมีปัญหา เนื่องจากมีคนอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวภายในครอบครัว จึงไม่อยากให้ทรัพย์สินรั่วไหล ซึ่งขณะนั้นตนก็พอจะทราบข่าวมาก่อนหน้านี้บ้าง แต่เห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวจึงไม่อยากยุ่ง และวันนั้นนางณัฐณิชาช์ได้หอบเงินสดจำนวน 18 ล้านบาท มาฝากไว้กับตน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้องเก็บเงินสดไว้ที่บ้านพัก และช่วงนั้นตนมีธุระต้องเดินทางไปต่างจังหวัด เกรงจะมีขโมย จึงตัดสินใจเอาเงินทั้งหมดไปฝากธนาคารในละแวกบ้านพัก แต่ด้วยกลัวจะประเจิดประเจ้อหากหอบเงินสดไปทั้งหมด จึงตัดสินใจแบ่งฝากธนาคารในหลายแห่ง แห่งละ 1-3 ล้านบาท
นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ต่อมาไม่นานนางณัฐณิชาช์ได้ติดต่อกลับมาว่า ต้องการเงินคืนเพื่อไปลงทุนซื้อที่ดิน แต่บอกว่าจะขอชื่อตนเป็นผู้ร่วมหุ้นด้วยได้หรือไม่ โดยอ้างเหตุผลเหมือนตอนแรกเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว ซึ่งตอบตกลงไป เพราะเห็นว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และช่วงเดือนตุลาคม หรือพฤศจิกายน ปลายปี 2555 นางณัฐณิชาช์แจ้งมาว่า ที่ดินที่นำเงินไปซื้อสามารถขายได้แล้ว และมีการจ่ายเช็คที่มีชื่อตนรวมอยู่ด้วยจำนวน 27 ล้านบาท ซึ่งช่วงนั้นก็ตกใจไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ก็ต้องไปขอขึ้นเงินกับธนาคารเพื่อเอาเงินออกมา จึงทยอยเอาเงินออกมาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา จนมาถูก ปปช.เชิญไปให้ปากคำ ซึ่งได้ชี้แจงไป และวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จะนำหลักฐานเอกสารการเงินทั้งหมดไปมอบให้ ปปช.
เมื่อถามว่า เช็ค 27 ล้านบาท มีการระบุที่มาของคนสั่งจ่ายเช็คหรือไม่ นายสมบัติ กล่าวว่า มีการระบุผู้สั่งจ่ายเงินชัดเจน คือ บริษัทสยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ที่ซื้อที่ดินดังกล่าวไป ส่วนกรณีเงินจำนวน 27 ล้านบาท มีการเวียนต่อไปฝากที่สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ได้นำเงินไปฝากที่สหกรณ์ตั้งแต่ต้น และทยอยเบิกคืนให้นางณัฐณิชาช์ต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่บุตรสาวของนางณัฐณิชาร์จะเป็นผู้มารับเงินจากตน และมีการเซ็นชื่อรับเงินทุกครั้ง ปัจจุบันมีเงินเหลืออยู่ประมาณ 8 ล้านบาท
ส่วนที่นายวิชา มหาคุณ กรรมการปปช.ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมนางณัฐณิชาช์และบุตรสาวจึงไว้วางใจ กล้าที่จะเอาเงินสดจำนวนมากมายมาฝากไว้ นายสมบัติกล่าวว่า ไม่ทราบเหตุผล แต่คิดว่าช่วงที่เขาเดินทางมานั้น เป็นช่วงเหมือนหน้าสิ่วหน้าขวาน และส่วนตัวคิดว่านางณัฐณิชาช์ก็มีความเชื่อว่าตนคงจะไม่โกง
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาเคยสงสัยหรือไม่ว่าเงินที่นำมาฝากเอาไว้เป็นเงินร้อน นายสมบัติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยรู้ข่าวระแคะระคายเรื่องอะไรมาเลย ซึ่งกลับกัน หากมีเรื่องนี้มาก่อน จะไม่ยอมรับฝากอย่างแน่นอน
นายสมบัติ ยอมรับว่า หลังเกิดเรื่องขึ้นได้แจ้งไปยังนางณัฐณิชาช์ว่าถูก ปปช.เรียกไปสอบให้ปากคำ ซึ่งได้ชี้แจงไปตามความเป็นจริงทั้งหมด เรื่องทั้งหมดนี้ไม่อยากจะไปกล่าวหาอะไรใคร ถือเป็นคราวเคราะห์ที่ตัดสินใจไปโดยไม่มีความรอบคอบ จะไม่ไปโกรธแค้นใคร ทั้งนี้นางณัฐณิชาช์เองก็ได้ขอโทษตนที่ทำให้ต้องมาเดือดร้อนด้วย
ยื่นใบลาออกอาจารย์มธ.
นายสมบัติ ได้ขอลาออกจากทุกตำแหน่งทางวิชาการ โดยให้เหตุผลการลาออกว่า เนื่องจากเป็นอาจารย์ จึงต้องแสดงความรับผิดชอบทางจริยธรรม โดยเตรียมไปยื่นหนังสือลาออกต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 6 มีนาคมนี้
"สมบัติ"มั่นใจแจงปปช.รอบสองได้แน่ เปรยจะทำอะไรกับผมก็พร้อมรับ
นายสมบัติ กล่าวว่า ในวันนี้ตนจะเข้าชี้แจ้งกับคณะกรรมการการป้องกันและปราบปราม (ปปช.) เพิ่มเติม ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าได้รับฝากเงินจากภรรยาของพล.อ.เสถียร จริง แต่ไม่ทราบว่า เป็นเงินจากที่ใด เพราะเจ้าตัวอ้างเพียงมีปัญหาทางครอบครัว จึงต้องมาฝากเอาไว้ และในช่วงที่ฝากเงินในปี 2554 พล.อ.เสถียร ก็ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงหลาโหม ตนจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นข่าวเกิดขึ้นทั้งภรรยา และบุตรสาว พล.อ.เสถียร ได้โทรมาขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน ซึ่งตนก็พูดคุยด้วย แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ตนคงจะไม่ต้องไปโกรธใคร ซึ่งตนยืนยันว่า จะสามารถชี้แจงกับปปช.ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรในเรื่องนี้
นายสมบัติ กล่าวต่อว่า สำหรับการลาออกจากการเป็นอาจารย์นั้น ตนยืนยันว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบด้วยการยื่นจดหมายลาออกในวันที่ 6 มี.ค.นี้ แต่อยากให้มีผลในช่วงปลายเดือนเม.ย. เพราะติดภาระกิจเป็นที่ปรึกษา และนักศึกษายังต้องสอบอยู่ อย่างไรก็ตามการลาออกเป็นแค่ในฐานะอาจารย์ แต่ตำแหน่งศาสตราจารย์เกียรติคุณเป็นตำแหน่งพระราชทาน ซึ่งตนคงจะไม่ลาออกในตำแหน่งนี้ แต่ถ้าจะมีการดำเนินการอะไรกับตนก็พร้อมยอมรับ
แจง ปปช.ปัดรู้จัก"เสถียร" ยันรับเงิน 18 ล้าน ไร้ปมแอบแฝง
เมื่อเวลา 09.00 น.นายสมบัติ เข้าชี้แจงกับ ปปช.เพิ่มเติม และยอมรับว่า ได้รับฝากเงินจากนางณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์ ภรรยา พล.อ.เสถียรจริง แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับ พล.อ.เสถียร ส่วนสาเหตุที่รับฝากเงินเป็นเพราะนางณัฐณิชาช์ อ้างว่า มีปัญหาครอบครัว ในปี 2554 ซึ่งขณะนั้น พล.อ.เสถียร ก็ยังไม่ได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม จึงไม่ได้เอะใจว่าเงิน 18 ล้านมีที่มาจากอะไร เพราะสำหรับนักธุรกิจการมีเงิน 18 ล้านเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้ หลังจากที่ครอบครัว พล.อ.เสถียร นำเงิน 18 ล้านบาท มาฝากได้ถอนคืนไปลงทุนซื้อที่ดินโดยใช้ชื่อตนเป็นหุ้นส่วน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องสินสมรส หลังจากนั้นครอบครัว พล.อ.เสถียร ได้ขายที่ดินดังกล่าวในราคา 27 ล้านบาท นางณัฐณิชาช์ จึงนำเช็คสั่งจ่ายในนาม บริษัท สยามโกบอลเฮาส์ ผู้ซื้อที่ดินต่อ มาให้ตน เนื่องจากชื่อตนมีหุ้นอยู่ด้วย ตนจึงนำไปเข้าฝากบัญชีสหกรณ์ธรรมศาสตร์อีกทอดเพราะมันสะดวกที่สุด เพื่อจะได้นำเงินสดมาคืนให้และทยอยถอนเงินสดออกมาให้ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ภายหลัง ปปช.ได้เรียกไปสอบสวน ได้พูดคุยกับนางณัฐณิชาช์ ซึ่งก็ได้บอกไปว่าจะบอกข้อมูลกับ ปปช.ตามความเป็นจริง อีกทั้งเมื่อเป็นข่าวใหญ่หลัง ปปช.แถลงข่าวเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา นางณัฐณิชาช์และบุตรสาวได้โทรมาขอโทษตนที่ทำให้เดือดร้อน ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ตนคงไม่ได้ไปโกรธอะไรใคร อย่างไรก็ตามมั่นใจว่า จะชี้แจงกับ ปปช.ได้ทุกเรื่องจึงเชื่อว่า จะสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงกับทาง ปปช. ได้โดยในวันนี้ ได้นำหลักฐานที่เป็นสมุดเงินฝากบัญชี จาก 3 ธนาคาร จำนวน 4 เล่ม มาเป็นหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาของ ปปช. โดยส่วนตัวอยากให้เรื่องนี้ไปสู่การพิจารณาของศาลโดยเร็วเพื่อที่จะได้รู้ว่าคนในครอบครัวของ พล.อ.เสถียร หลอกลวงตนหรือไม่ แต่หากผลการตัดสินพบว่าหลอกตนจริงก็ขอชื่นชมทาง ปปช.ที่สามารถตรวจสอบจนพบข้อเท็จจริงได้
อ้อนขอเงินฝากคืน 6 แสน
ต่อมาเวลา 12.00 น. นายสมบัติ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งภายหลังชี้แจงข้อมูลกับคณะกรรมการไต่สวน ปปช.ว่า ได้ชี้แจงกับคณะอนุกรรมการไต่สวนถึงที่มาของเงินที่ถูกอายัดไว้ ซึ่ง ปปช.ไม่ได้ติดใจอะไร รวมถึงไม่ได้บอกว่าจะให้มาชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ จึงไม่ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมอีก อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวขอให้ ปปช.ยกเลิกการอายัดบัญชีเงินฝาก 1 บัญชี ซึ่งมีเงิน 607,736 บาท เพราะเป็นบัญชีเงินฝากส่วนตัวของตน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเงินฝากของ นางณัฐนิชาช์ ภรรยา พล.อ.เสถียร แต่อย่างใด ทั้งนี้ มีหลักฐานยืนยันได้ชัดเจนทั้งวันที่เงินเข้าบัญชี และเป็นเงินที่ไม่มีการเคลื่อนไหว คิดว่า ปปช.คงคืนเงินในส่วนนี้ให้โดยเร็วที่สุด หลังจากให้ข้อมูลเสร็จในวันนี้ รู้สึกสบายใจ ไม่มีความกังวลใดๆเพราะว่าไปตามข้อเท็จจริงทุกประการ
..................................
ข่าวเกี่ยวข้อง
- 'เสถียร'เงียบ!ป.ป.ช.อายัด65ล้าน : http://www.komchadluek.net/detail/20130226/152706/เสถียรเงียบ!ป.ป.ช.อายัด65ล้าน.html
- 'เสถียร'กบดานเงียบ!หลัง'ปปช.อายัดทรัพย์ : http://www.komchadluek.net/detail/20130227/152833/เสถียรกบดานเงียบ!หลังปปช.อายัดทรัพย์.html
- โอ้โห!ตั้ง65ล้านบาท : http://www.komchadluek.net/detail/20130228/152824/โอ้โห!ตั้ง65ล้านบาท.html



