
น้ำท่วมนราฯร.ร.ปิด7แห่ง
น้ำท่วมจังหวัดนราธิวาส สถานการณ์ยังทรงตัว ตอนนี้โรงเรียนปิด 7 แห่ง และทหารได้ส่งกำลังเข้าพท. เพื่อแจกน้ำดื่มช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัย
วันที่ 28 ก.พ.56 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับสภาวะน้ำท่วมจากพื้นที่ จ.นราธิวาส ว่า บรรยากาศโดยทั่วไปบนท้องฟ้าเริ่มแจ่มใสแต่บางพื้นที่ยังคงมีฝนตกลงมาแบบเบาบางเป็นช่วงๆ ไม่เหมือนกับในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ที่ตกหนักถึงหนักมาตลอดทั้งวัน ทำให้ปริมาณน้ำท่วมขังพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของราษฏรที่ปลูกสร้างอยู่ในที่ราบลุ่มของ 7 อำเภอ คือ ศรีสาคร รือเสาะ แว้ง สุคิริน ตากใบ เจาะไอร้องและสุไหงโก-ลก อยู่ในระดับทรงตัว
ยกเว้นบ้านเรือนของราษฏรที่ปลูกสร้างอยู่แนวตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก จำนวน 5 ชุมชน คือ ชุมชนหัวสะพาน ท่ากอไผ่ ท่าโรงเลื่อย ท่าชมพู่และชุมชนท่าบือเร็ง ซึ่งมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 2 เมตร ซึ่งเป็นผลพวงของน้ำป่าบนเทือกเขาสันกลาคีรีในพื้นที่ อ.สุคิริน ไหลลงมาสมทบเพื่อระบายน้ำลงสู่ปากอ่าวด้าน อ.ตากใบ ซึ่งราษฏรทั้ง 6 ชุมชน จำนวนกว่า 100 คน ยังคงพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพโรงเรียนเทศบาล 4
นอกจากนี้ผลพวงของสภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้ยังส่งผลทำให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานพื้นที่การประถมศึกษานราธิวาสทั้ง 3 เขต มีระดับน้ำท่วมขังโรงเรียนต้องประกาศหยุดการเรียนการสอนแบบไม่กำหนดเพิ่มเติมจากวานนี้ อีกจำนวน 3 โรง รวมเป็น 7 โรง คือ โรงเรียนบ้านแกแม โรงเรียนบ้านมะนังกาหยี และโรงเรียนบ้านลำภู ส่วนถนนสายหลักและสายรองในพื้นที่ 7 อำเภอ จำนวน 24 สาย ซึ่งถูกน้ำท่วมขังจนยานพาหนะไม่สามารถสัญจรไปมาได้นั้น ล่าสุดถนนบางสายเริ่มมีระดับน้ำท่วมขังลดลง จนยานพาหนะสามารถสัญจรไปมาได้แล้วเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์
ด้านการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนนั้น ล่าสุด พ.อ.ชาญณรงค์ บุญชาติภัคดี รองผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้นำกำลังพลลงเรือท้องแบนไปตระเวนแจกจ่ายน้ำดื่มและอาหารแห้ง ให้กับราษฏรที่อาศัยอยู่แนวริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก ทั้ง 5 ชุมชนซึ่งถือว่าเป็นจุดที่น้ำท่วมวิกฤติที่สุดของ จ.นราธิวาสแล้ว
เล็งประกาศพื้นที่เขตภัยพิบัติ 9 อำเภอ ขณะที่สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย
นายสุวัฒน์ มุสิกพงศ์ หัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาส เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในพื้นที่ 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส ซึ่งได้รับผลกระทบจากผลพวงของพายุโซนร้อนซานซานเป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ว่า ขณะนี้ ปริมาณน้ำฝนที่วัดได้ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 27 ก.พ.ถึงเช้าของวันนี้ อยู่ที่ 12 มิลลิเมตร ขณะที่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วมขัง ได้แก่ สุไหงปาดี ศรีสาคร รือเสาะ แว้ง สุคิริน จะแนะ และสุไหงโก-ลกนั้น รวม 27 ตำบล 59 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน1,937 ครัวเรือน รวม 7,853 คน
โดยพื้นที่ อ.ตากใบและ อ.เมืองนราธิวาส เป็นจุดเสี่ยงที่น้ำซึ่งไหลจากเทือกเขาสันกาลาคีรีลงมาสมทบเพื่อลงสู่ทะเล และจะทำให้พื้นที่การเกษตรทั้ง 2 อำเภอได้รับผลกระทบโดยตรง
อย่างไรก็ตาม นายสุวัฒน์ กล่าวว่า จากการออกตระเวนสำรวจพบว่า ระดับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ เริ่มลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสภาวะฝนได้หยุดตกในหลายพื้นที่ แต่บางพื้นที่ยังคงมีฝนตกกระจายแต่ไม่หนักมาก ซึ่งคาดว่า หากฝนทิ้งช่วงระดับน้ำจะลดลงอย่างต่อเนื่องจนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งขณะนี้ทาง จ.นราธิวาส เตรียมประกาศเป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติแล้ว 9 อำเภอเพื่อที่จะได้จัดสรรงบประมาณในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป



