ข่าว

ครม.ไฟเขียว!รฟท.กู้เงินกว่า5.8หมื่นล้าน

ครม.ไฟเขียว!รฟท.กู้เงินกว่า5.8หมื่นล้าน

27 ก.พ. 2556

ครม.อนุมัติ รฟท.กู้เงินปี 56 กว่า 5.8 หมื่นล้านบาทปฏิรูประบบขนส่งทางราง

               27 ก.พ.56 นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติอนุมัติกู้เงินประจำปีงบประมาณ 2556 ของการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย(รฟท.) จำนวน 58,972 ล้านบาท ตาม พรบ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 มาตรา 39 วรรค 4 โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน รวมทั้งพิจารณาวิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดตามความเหมาะสม พร้อมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียมการค้ำประกันให้ รฟท. ทั้งนี้สำนักงบประมาณเห็นชอบอนุมัติผ่าน ครม.จำนวน 45,000 ล้านบาท และอีก 13,000 ล้านบาท จะนำเงินกู้ที่ชำระแล้วกลับเข้ามา เพื่อให้ครบตามที่ รฟท. เสนอ

                โดยมีสาระสำคัญซึ่งรัฐบาลจะจัดทำแผนการปฎิรูปใหม่ให้ รฟท.กู้ต่อจำนวน 12,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินการระบบขนส่งทางรางในพื้นที่กรุงเทพ-ปริมณฑลสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต, โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา คลอง 19 แก่งคอย และทางคู่เลี่ยงเมือง, การติดตั้งรั้วสองข้างทางตามแนวเขตทางรถไฟ ปรับปรุงทางที่ไม่ปลอดภัย 8 สาย และเงินกู้ที่จะให้ในโครงการตามระบบขนส่งรถไฟช่วงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมืองหรือแอร์พอร์ตลิ้งค์อีก 1,280 ล้านบาท, แผนเงินกู้เพื่อดำเนินการตามกิจการทั่วไป เพื่อบรรเทาการขาดสภาพคล่อง หรือเงินกู้เพื่ออุดหนุนบริการสาธารณะ เช่น รถไฟฟรี รถเมล์ฟรี และเงินกู้ระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง รวมถึงเงินกู้ชดเชยมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

                นายภักดีหาญส์ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกแผนเป็นแผนเงินกู้เพื่อการลงทุน 12,500 ล้านบาท ซึ่งมีแผนการก่อหนี้ใหม่ทั้งในและต่างประเทศ เช่น โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า โครงการจัดหารถโบกี้ บรรทุกตู้สินค้า แผนการก่อหนี้ใหม่จากในประเทศ เช่น โครงการจัดหารถจักรโดยสารรุ่นใหม่ โครงการปรับปรุงทางระยะ 5-6 และแผนการปรับโครงสร้างหนี้ 17,000 ล้านบาท เช่น สัญญาเงินกู้ของธนาคาร รวมถึงพันธบัตรต่างๆ

 

ไฟเขียว 168 ล้านให้คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินชดเชยค่าปฏิบัติการ

                นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า ครม.เห็นชอบตามที่ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินเสนอมติของคณะกรรมการแพทย์ฉุกเฉิน โดยขออนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับชดเชยค่าปฏิบัติการฉุกเฉินที่สูงกว่าเป้าหมายที่ได้รับจัดสรรชดเชยการปฏิบัติการในพื้นที่เฉพาะวงเงินทั้งสิ้นกว่า 311 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเป็นการปฏิบัติการฉุกเฉินที่ออกปฏิบัติการไปแล้ว และผลงานสูงกว่าเป้าหมายงบประมาณในปี 2553-2554 ซึ่งได้ทำไปทั้งหมดกว่า 7.1แสนครั้ง รวมเป็นเงิน 287 ล้านบาทเศษ และงบชดเชยปฏิบัติการในพื้นที่เฉพาะอีก 24 ล้านบาทเศษ ทั้งนี้สำนักงบประมาณเห็นชอบให้ใช้งบกลาง 168 ล้านบาท ส่วนที่เหลือให้ใช้ของกองทุนแพทย์ฉุกเฉินต่อไป

 

อนุมัติงบ 56 จำนวน 862 ล้านบาทให้ตำรวจชั้นประทวน

                นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ได้พิจารณางบประมาณกลางปี 2556 เพิ่มเติมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นโครงการจัดหาครุภัณฑ์ อาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องมือพิเศษ และอาคารที่พักอาศัยของข้าราชการชั้นประทวน ที่จะมีการบรรจุใหม่ ในปีงบประมาณปี 2556 นี้ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขออนุมัติงบประมาณไว้ กว่า 4,600 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติให้ 862 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลือนั้นให้จัดทำเป็นงบประมาณประจำปี 2557

 

มีมติให้คง“กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน”โยน มท.ปรับปรุงกฎหมายปกครองท้องที่

                นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า ครม.มีมติรับทราบรายงานผลการตรวจร่างพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเทศบาล(ฉบับที่...)พ.ศ. ... และพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่...)พ.ศ. ... รวม 2 ฉบับ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอและมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย รับไปดำเนินการปรับปรุง พรบ.ลักษณะปกครองท้องที่ ฯให้เหมาะสมต่อไป โดยสรุปคือ ให้คงกำนันและผู้ใหญ่บ้านไว้ต่อไป แต่ต้องมีการแก้กฎหมายบางส่วน และกำหนดอำนาจหน้าที่กำนันและผู้ใหญ่บ้านให้ชัดเจน

               


มอบ“ปลอดประสพ”ดูแลสํานักงานพัฒนาพิงคนคร

                 นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า ที่ประชุมครม.โดยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติราชการแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการกำกับดูแลการดำเนินกิจการของสํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)

        

       
คลอดแผนแม่บทเร่งด่วน 9 ข้อ ปราบปรามการค้ามนุษย์

               นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ เรื่องแผนแม่บทเร่งด่วนเพื่อขับเคลื่อน การดำเนินการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ประจำปี 2556 โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งดำเนินงานตามแผนแม่บทเร่งด่วนและรายงานให้ พม.ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอครม.ต่อไป

                "สาระสำคัญของแผนแม่บทมี 9 หัวข้อ คือ 1.การค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงาน 2.การดูแลแรงงานที่เสี่ยงต่อการถูกค้ามนุษย์ 3.การปรับปรุง พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 2551 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ 4.ระบบการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ 5.การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดี 6.การอนุญาตให้ผู้เสียหายอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานได้ชั่วคราว 7.การค้ามนุษย์กับการท่องเที่ยว 8.การให้ข้อมูลภาพลักษณ์ของประเทศไทย และ 9.ทรัพยากรในการดำเนินงานตามแผนแม่บทเร่งด่วน" นายชลิตรัตน์ กล่าว

               
 

อนุมัติความร่วมมือเยาวชนและกีฬาไทย-มาเลเซีย

                นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า อนุมัติตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอดังนี้ 1.อนุมัติการจัดทำและลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเยาวชนและกีฬา ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ทั้งนี้ หากก่อนการลงนามมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขร่างความตกลงฯในส่วนที่ไม่ใช่ สาระสำคัญให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯพิจารณาดำเนินการในเรื่องนั้น ๆ แทนคณะรัฐมนตรีได้เลย 2.อนุมัติให้รมว.ท่องเที่ยวฯหรือผู้ที่รมว.ท่องเที่ยวฯรับมอบหมาย เป็นผู้บันทึกความเข้าใจฯระหว่างการหารือประจำปีครั้งที่ 5 ระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยกับมาเลเซีย ในวันที่ 28 ก.พ.56 ที่เมืองปุตราจายา และ 3.อนุมัติให้กระทรวงการต่างประเทศ จัดทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ลงนาม

 

               
เห็นชอบไทยจัดเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียนครั้งที่ 2

                นายภักดีหาญส์  กล่าวว่า ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ ดังนี้ 1.ให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมืออาเซียน (Asia Cooperation Dialogue Summit-ACD Summit) ครั้งที่ 2 และการประชุมที่เกี่ยวข้องในปี 2558 ระหว่างวันที่ 8-12 มี.ค.58 โดยจะมีการประชุมระดับผู้นำในวันที่ 12 มี.ค.58 ทั้งนี้การเสนอช่วงเวลาดังกล่าวพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ วันหยุดประเพณีและวันสำคัญของประเทศสมาชิก ACD ตลอดจนการเลือกตั้งทั่วไปที่กำหนดจะมีขึ้นภายในปี 2558   , 2.ให้มีการจัดตั้งกรรมการและคณะทำงานต่าง ๆ ประกอบด้วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อเตรียมการสำหรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ACD Summit ครั้งที่2 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง