ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'ขอบคุณ'รมต.'ประหยัดไฟ

'ยิ่งลักษณ์'ขอบคุณ'รมต.'ประหยัดไฟ

27 ก.พ. 2556

'นายกฯ' ขอบคุณ 'รัฐมนตรี' ร่วมกันรณรงค์ประหยัดพลังงาน พร้อมสั่งจัดทำแผน-มาตรการระยะยาว เผยเตรียมเชิญ 'ปธน.เกาหลี' เยือนไทย

                      27 ก.พ.56 นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบ โดยได้ขอบคุณรัฐมนตรีทุกคนที่ได้ร่วมกันรณรงค์ประหยัดพลังงาน ซึ่งเห็นได้จากการเริ่มทำแผนและกำหนดมาตรการต่างๆไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเกี่ยวกับความยั่งยืนของการใช้พลังงาน จึงขอให้ดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยจะต้องจัดทำแผนและมาตรการระยะยาว การกำหนดแนวทางการใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสม การรณรงค์ให้หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ เป็นต้น

                      นอกจากนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ผ้าไทยให้สอดรับกับการประหยัดพลังงาน นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมพิจารณานำผ้าไทยมาใช้เป็นเครื่องแต่งกายสุภาพสำหรับรัฐมนตรีด้วย

                      นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้แจ้งต่อที่ประชุมฯ รับทราบเกี่ยวกับการเดินทางเยือนสาธารณรัฐเกาหลีที่ผ่านมาว่า ได้หารือกับประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับการดำเนินการเพิ่มปริมาณการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ และประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ได้แสดงความสนใจในเรื่องความร่วมมือแลกเปลี่ยนกับประเทศไทย ทั้งเรื่องการพัฒนาเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ โดยอาจจะมีการเรียนเชิญประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีให้เดินทางมาเยือนประเทศไทยในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้

                      พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามลำดับต่อไป ส่วนการเดินทางเยือนฮ่องกงนั้นการหารือก็ยังเน้นเรื่องของการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ อีกทั้งฮ่องกงมีความสนใจในการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของไทย รวมทั้ง พืชเกษตรที่เป็นหลัก เช่น ข้าว และผลไม้ ตลอดจน การทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นต้น

                      ทั้งนี้จากการที่นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางเยือน Hong Kong Station ซึ่งเป็นสถานีให้บริการเชื่อมโยงการคมนาคมในลักษณะเดียวกันกับแอร์พอร์ต เรียลลิงค์ ที่ประเทศไทยนั้น พบว่าสถานีดังกล่าวสามารถอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เดินทางได้อย่างมาก ทั้งการเชื่อมต่อรถโดยสารประจำทาง รถไฟ สายการบิน รวมทั้งมีร้านค้าต่างๆ ที่มีความหลากหลายที่มีวิธีการบริหารจัดการที่น่าสนใจและแตกต่างจากประเทศไทย นายกรัฐมนตรี จึงได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาศึกษาออกแบบการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยเฉพาะการให้บริการในการเชื่อมต่อการเดินทางในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับแอร์พอร์ต เรียลลิงค์ ในประเทศไทย ขณะเดียวกัน จากการที่นายกรัฐมนตรี ได้พบปะหารือกับผู้แทนสมาคมนักท่องเที่ยวในฮ่องกงนั้น ผู้แทนดังกล่าวก็ได้ขอให้ประเทศไทยแก้ไขปัญหาการจราจรในเมืองใหญ่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดด้วย

                      ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาทิศทางการรองรับตลาดนักท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ในอนาคตโดยให้เชื่อมโยงกับแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคตโดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินงานต่อไป รวมทั้งพิจารณาเกี่ยวกับการให้ข้อมูลและรายการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆ เป็นต้น

 

'นายกฯ' เปิดงาน 'รวมพลังคน D.A.R.E. สู้ภัยยาเสพติด'

 

                      น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการจัดกิจกรรม “รวมพลังคน D.A.R.E.สู้ภัยยาเสพติด” พร้อมด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้การอบรมเยาวชนให้ห่างไกลจากยาเสพติด

                      นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่ายินดีและภาคภูมิใจที่เห็นกลุ่ม D.A.R.E. มีการรวมพลังกันอย่างเข้มข้นในการสู้กับภัยยาเสพติด ทั้งนี้ต้องขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่องมา 13 ปี และเป็นที่น่าภูมิใจว่าเรามีครูที่เป็นตำรวจ D.A.R.E. 3,500 คน มีเยาวชนและนักเรียนที่ผ่านการอบรมแล้ว 8 แสนคน และน่ายินดีว่าไม่มีประวัติกลับไปยุ่งเกี่ยวเสพยาเสพติดอีก โครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ดีและสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่ตั้งไว้ เพราะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาของชาติและเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน

                      อย่างไรก็ตามขอฝากไปยัง ร.ต.อ.เฉลิม พล.ต.อ.ประชา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งรัดโครงการฝึกอบรมนี้ให้ครอบคลุมโรงเรียนทั่วประเทศ และเร่งพัฒนาให้ก้าวหน้าเพื่อดูแลปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชนของชาติต่อไป

 

'นายกฯ'เปิดคลังข้อมูลน้ำ-ภูมิอากาศแห่งชาติ

 

                     น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติอย่างเป็นทางการ บริเวณสะพานแดง คลอง2 รังสิต-นครนายก โดยประกาศความพร้อมด้านข้อมูลแก้ปัญหาน้ำท่วมของประเทศ โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา

                     นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โครงการจัดตั้งคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์อุทกภัยปี 2554 ภายใต้งบประมาณ 1.9 พันล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยในช่วงเร่งด่วน โดยพัฒนาเทคโนโลยี เฝ้าระวัง ตรวจสอบและเก็บข้อมูลในพื้นที่ที่ประสบปัญหา นำมาวิเคราะห์และบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

                     นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีระบบบริหารจัดการน้ำที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 12 หน่วยงาน เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ และหน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาน้ำในภาพรวมของประเทศ ทำให้ไทยมีศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำในฐานะผู้นำของภูมิภาคอาเซียน

                     ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) เปิดเผยว่า คลังข้อมูลน้ำฯ แห่งชาติประกอบด้วย ระบบติดตามหรือมอร์นิเตอร์ริ่ง อาทิ เซ็นเซอร์วัดระดับน้ำ กล้องวงจรปิด และระบบควบคุมการเปิดปิดประตูระบายน้ำในกรณีฉุกเฉิน โทรมาตรที่พัฒนาประสิทธิภาพครอบคลุมการใช้งานที่มากขึ้น สามารถวัดระดับน้ำต้วยเรดาร์

                     รวมถึงระบบฐานข้อมูล ที่มีการเชื่อมโยงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสิ้น 12 หน่วยงาน ซึ่งจะเป็นส่วนเติมเต็มของระบบการพยากรณ์อากาศ ระบบพยากรณ์น้ำในลำน้ำ และความสมดุลย์น้ำ เพื่อเป็นข้อมูลส่งต่อให้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ และช่วยคำนวนว่าได้ว่าการบริหารน้ำอย่างไรจึงจะดีที่สุด

                     "บทเรียนจากอุทกภัย และภัยแล้งในอดีต ทำให้รู้ว่าการบริหารจัดการน้ำไม่ใช่เรื่องของการป้องกัน แต่ต้องสร้างระบบที่มีีความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศ โดย ณ วันนี้ การบริหารน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์ สิ่งที่ต้องการเพิ่มเติมคือระบบไอทีในระดับภาค เพื่อสนับสนุนการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ไปจนถึงระบบจัดการน้ำในระดับจังหวัด" ดร.รอยล กล่าว

                     คลังข้อมูลน้ำฯ จะเป็นศูนย์เดียวที่บริหารจัดการน้ำในภาพรวม ในส่วนงบประมาณต่อเนื่อง 5 พันล้านบาท ภายใต้งบ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการประมูลนั้น จะเป็นส่วนเสริมที่ทำให้ระบบคลังข้อมูลฯ มีความพร้อมมากขึ้นในอนาคต

                     "ระบบของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปิง วัง ยม น่าย ณ เวลานี้ถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์ กว่า 90% แต่ยังมีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อ อาทิ การแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ ซึ่งยังต้องดำเนินการแก้ไขทั้งในเชิงพื้นที้ และการสร้างแบบจำลองเพื่อพยากรณ์น้ำในภาพรวม" ผู้อำนวยการ สสนก.กล่าว และว่า รูปแบบของฝนที่เปลี่ยนไปในภาคอีสาน การที่ฝนตกท้ายเขื่อนทำให้การแก้ปัญหาน้ำในภาคอีสานต้องเน้นการบริหารน้ำที่ฝาย ใช้โทรมาตรในการเก็บข้อมูลมากขึ้น โดยเฉพาะในลำน้ำที่สำคัญ เช่น ลำมาตร ซึ่งเป็นลำน้ำสายใหญ่ที่แม่น้ำมูล ตลอดจนลำตะคอง เพื่อบริหารน้ำในแม่น้ำชีและมูล

                     การบริหารน้ำทั้งระบบ ต้องรู้ว่าในแต่ละพื้นที่จะบริหารจัดการอย่างไร เช่นในภาคเหนือมีอ่างขนาดใหญ่ ต้องบริหารจัดการน้ำในอ่างให้ดีขึ้น ส่วนภาคอีสานอ่างขนาดใหญ่ในภาคอีสานเก็บน้ำได้ 7 พันกว่าล้าน ลบ.ม ขณะที่คนอีสานต้องการใช้น้ำ 4.5 หมื่นล้าน ลบ.ม. ทำให้ต้องหันไปบริหารฝายแทน

                     ดร.รอยล กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องทำเพิ่มคือ แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่ช่วยบริหารน้ำ รวมถึงระบบไอทีซึ่งเป็นส่วนช่วยเติมเต็มระบบคลังข้อมูลให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี เนื่องจากต้องสำรวจลำน้ำใหม่ทั้งหมด

                     ในอนาคตสิ่งที่ต้องรับมือ คือการประสานงานข้อมูลจากแต่ละหน่วยงาน การสร้างคนให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเร็ว อย่าลืมว่าอายุของไอที 4 ปี ล้าสมัย ดังนั้นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างคน โดยแต่ละหน่วยงานต้องจัดทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างชาติเพื่อแก้ปัญหา

                     สำหรับการเปิดคลังข้อมูลน้ำฯ อย่างเป็นทางการในวันนี้ได้เลือกพื้นที่คลองซึ่งเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างอ่อนไหวในการจัดการปัญหาน้ำท่วมในปี 2554 และเป็นจุดสำคัญที่แบ่งน้ำไปทางฝั่งตะวันตกและตะวันออก ซึ่ง ดร.รอยลมองว่าถ้าการแก้ปัญหาที่จุดนี้ผ่านพ้นไปได้ การจัดการน้ำในฝั่งตะวันออกจะทำได้ง่ายขึ้น

 

'ปู' ชี้ 'แผนพัฒนาจว.-กลุ่มจว.' ต้องเชื่อมโยงแผนอนาคตปท.

 

                     นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลง ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบแผนพัฒนาจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดทั้ง 18 กลุ่มจังหวัด โดยเห็นว่าในภาพรวมแผนพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัดมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับนโยบายรัฐบาล แผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาภาพรวม ยุทธศาสตร์รายสาขาและยุทธศาสตร์ประเทศ รวมทั้งมีความสอดคล้องกับศักยภาพ โอกาส โครงสร้าง ปัญหาและความต้องการของประชนในพื้นที่

                     รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีข้อสังเกตว่า ขณะนี้รัฐบาลเตรียมเสนอ พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งวงเงิน 2.2 ล้านล้านบาท รวมทั้งพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงคลังกู้เงิน เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ 2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท และจัดโซนนิ่ง ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้มีการบูรณาการข้อมูลและมีแผนการปฏิบัติเดียวกัน ซึ่งจะมีผลต่อการเพิ่มศักยภาพของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ดังนั้นจึงเห็นว่าควรมีการทบทวนแผนพัฒนาดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดต่อไป

 

'กต.'แถลง'นายกฯ'เตรียมหารือประจำปีไทย-มาเลย์ ครั้งที่5

 

                     นายดำรง ใคร่ครวญ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ในวันที่ 28 ก.พ. 2556 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมเดินทางร่วมประชุมหารือประจำปี ระหว่างไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ 5 ที่เมืองปุตราจายา ประเทศมาเลซีย เป็นเวทีความร่วมมือสูงสุดระหว่างไทย - มาเลเซีย ซึ่งนายกรัฐมนตรี จะหารือข้อราชการกับนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ต่อด้วยการหารือแบบเต็มคณะ ที่จะเป็นโอกาสเสริมสร้างความสัมพันธ์ และกำหนดทิศทางความร่วมมือของ 2 ประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายกรัฐมนตรีจะได้แจ้งให้ทางมาเลเซียทราบถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ และเข้าใจว่า ไม่ได้ใช้วิธีการทางทหารแก้ไขปัญหาความรุนแรง แต่เราดำเนินการสันติวิธี มุ่งแก้ไขปัญหาโดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ให้โอกาสด้านการศึกษา เคารพอัตตลักษณ์ และปฏิบัติต่อชาวไทยมุสลิมอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ จะย้ำว่าการใช้กำลังทหารในพื้นที่ก็เพื่อความปลอดภัยของคนในพื้นที่เป็นสำคัญ

                     นายดำรง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ คาดหวังว่า จะได้รับความร่วมมือของมาเลเซีย ที่จะช่วยสอดส่องดูแล และได้รับความเกื้อหนุนจากทางมาเลเซีย ในการแก้ไขปัญหาบุคคล 2 สัญชาติ การฟอกเงิน ค้ายาเสพติดและอาวุธเถื่อน รวมทั้งมาเลเซียได้มีบทบาทผลักดันให้เกิดการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทย กับกลุ่มผู้มีอุดมการณ์แตกต่างจากรัฐ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะมีส่วนเร่งรัดในที่ประชุม เพื่อให้เจ้าหน้าที่เทคนิคหารือได้ข้อยุติในเรื่องการวางระบบคัดกรอง และป้องกันบุคคล 2 สัญชาติ ซึ่งในทางกฎหมายไทยและมาเลเซีย ได้อนุญาตให้ประชาชนได้ถือ 2 สัญชาติจนกว่าอายุ 18 ปี หากเกินกว่านั้น จะถือว่าผิดกฎหมาย ในเรื่องนี้มีความจำเป็นที่ต้องวางหลักเกณฑ์ตรวจสอบร่วมกัน และวิธีการถอดถอนสัญชาติ อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังนี้ ทางนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียได้แสดงความสนใจ และมีท่าทีให้ความร่วมมือกับไทยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งอยากให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว ไม่อยากให้คาราคาซัง และดูเหมือนว่า ทางมาเลเซียต้องการอุดช่องโหว่ เพื่อไม่ต้องการให้ผู้ก่อความไม่สงบได้นำมาใช้ปฏิบัติการในประเทศไทย

                     อย่างไรก็ตาม การประชุมดังกล่าว จะมีการลงนามเอกสารความร่วมมือ 4 ฉบับ ได้แก่ 1) ความตกลงว่าด้วยการเดินทางข้ามแดนระหว่างไทย - มาเลเซีย ฉบับใหม่ เป็นผลจากการแก้ไขความตกลงฉบับเดิม ที่ชื่อ ความตกลงว่าด้วยการสัญจรข้ามแดนระหว่างไทย - มาเลเซีย ที่ไทยใช้เป็นต้นแบบกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ 2) การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย - มาเลเซีย เรื่องเยาวชนและกีฬา ที่เน้นการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมเยาวชน และนักเรียนใน 3 จ.ชายแดนภาคใต้ 3) การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างภาคเอกชนไทย - มาเลเซีย ให้มีการจัดตั้งสภาเศรษฐกิจไทย - มาเลเซีย และ4)บันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการพัฒนาเอกชนในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้ โดยนายกรัฐมนตรีของ 2 ประเทศจะเป็นผู้ลงนาม แสดงถึงการให้ความสำคัญต่อภาคเอกนที่จะเป็นอีกกลไกสำคัญแก้ไขปัญหาใต้