ข่าว

'อดุลย์'เล็งส่งตำรวจลงใต้อีก3พันนาย

'อดุลย์'เล็งส่งตำรวจลงใต้อีก3พันนาย

27 ก.พ. 2556

'ผบ.ตร.'เตรียมส่งตำรวจลงใต้อีก 3 พันนาย ด้าน'แม่ทัพภาค4'เล็งเสนอครม. ประกาศใช้'พรบ.มั่นคง'เพิ่ม 5 อำเภอพื้นที่ภาคใต้

               27 ก.พ.56  พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เปิดเผยถึงการเตรียมกำลังตำรวจลงไปในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ว่า ขณะนี้จากการรายงานทราบว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ดีขึ้น และมีข่าวว่าจะมีการปรับกำลังบางส่วน และให้ตำรวจลงพื้นที่ดูแลประชาชนมากขึ้น ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการจัดกำลัง แต่ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดี ทั้งนี้ ตำรวจประเมินสถานการณ์ภาคใต้ดูแลกำลัง คือ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นลดลง ประชาชนในพื้นที่ใช้ชีวิตตามปกติได้ดีขึ้น และคาดว่าในปี 2556 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะส่งกำลังตำรวจลงไปพื้นที่อีกประมาณ 3 พันนาย แต่คงไม่ใช่เร็วๆ นี้

 

"แม่ทัพภาค 4"จ่อเสนอครม.ใช้พรบ.มั่นคงเพิ่ม

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นพ.เหวง โตจิราการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ได้มีการพิจารณาศึกษาการบังคับใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 (พรบ.มั่นคง) มาตรา 21 ว่าด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ที่หลงผิด ได้กระทำความผิดซึ่งกระทบต่อความมั่นคงซึ่งสมัครใจกลับตัวสร้างประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง

               พล.ท.โชค เพิกโสภณ ที่ปรึกษาแม่ทัพภาค 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า การบังคับใช้ มาตรา 21 ของ พรบ.มั่นคงนั้น ขณะนี้มีการประกาศใช้ในพื้นที่ 5 อำเภอ ใน 2 จังหวัด ได้แก่ จ.สงขลา คือ อ.จะนะ, อ.เทพา. อ.สะบ้าย้อย และอ.นาทวี, จ.ปัตตานี คือ อ.แม่ลาน โดยที่ผ่านมาพบว่า ในพื้นที่ จ.สงขลา มีผู้ที่ก่อความไม่สงบมาแสดงตัวและเข้าสู่กระบวนการตาม มาตรา 21 ของ พรบ. มั่นคงฯ แล้ว3 รุ่น รวม 7 คน โดยทั้งหมดเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา ทั้งนี้ พบว่า จำนวน 4 คนแรกนั้น ปฏิเสธที่จะเข้าอบรมและปฏิบัติตามเงื่อนไขศาล จึงทำให้ 4 คนแรกที่เข้ามามอบตัวต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป ส่วนอีกจำนวน 2 คน ซึ่งเข้าอบรมในรุ่น 2 ผ่านการอบรมเป็นที่เรียบร้อยและเข้ามาเป็นเครือข่ายให้กับหน่วยงานรัฐในการทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอีกจำนวน 1 คนอยู่ระหว่างการอบรมและปฏิบัติตามเงื่อนไข

               "สำหรับการประกาศใช้ พรบ.มั่นคง ในพื้นที่ 3 จังหวัด จากการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่แล้ว เบื้องต้นทาง กอ.รมน.ภาค 4 เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณายกเลิกการใช้ พรก.ฉุกเฉิน และกลับมาใช้ พรบ.มั่นคงฯ ในพื้นที่ 5 อำเภอ ใน 3จังหวัดคือ จ.ยะลา ได้แก่ อ.เบตง, อ.กาบัง , จ.ปัตตานี ได้แก่ อ.ไม้แก่น และ จ.นราธิวาส ได้แก่ อ.แว้ง และ อ.สุคิริน" พล.ท.โชค กล่าว

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม กรรมาธิการฯ ได้มีการซักถามถึงการประเมินผลการบังคับใช้ มาตรา 21 ของ กฎหมายมั่นคงที่ผ่านมา โดย พล.ท.โชคชี้แจงว่า จากการประเมินการบังคับใช้กฎหมายพิเศษพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ พรบ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และ พรก.ฉุกเฉิน พบว่า เป็นเพียงการเพิ่มเครื่องมือให้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่ โดยเฉพาะการควบคุมตัวและการสอบสวน ส่วน พรบ.มั่นคงฯ นั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่หลงผิดกลับตัวเป็นแนวร่วมของรัฐ ดังนั้นหากพิจารณาความไม่สงบที่ผ่านมา จะพบว่า เกิดจาก 3 ขบวนการ คือ 1.กลุ่มพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.), 2.กลุ่มโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา ซึ่งโดย 2 กลุ่มดังกล่าวได้ปราบปรามหมดแล้ว และ 3.ขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.) ซึ่งถือว่า เป็นขบวนการที่มีการจัดตั้งเป็นองค์กรลับ ไม่สามารถโยงไปถึงตัวแกนนำได้ และได้สร้างเครือข่ายที่มีความเข้มแข็ง แต่ไม่ตั้งฐานที่มั่น จึงถือเป็นปัญหาที่ทหารไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติการปราบปรามได้ อีกทั้งกลุ่ม ขจก. มีชาวบ้านในพื้นที่ให้ความร่วมมือ

               "สถานการณ์ปัจจุบันพบว่า กลุ่มขจก.ที่ใช้การทำสงครามศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป้าหมายแบ่งแยกดินแดน พยายามยั่วยุให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปปฏิบัติการปราบปราม เพื่อดึงองค์กรสหประชาชาติเข้ามาเกี่ยวข้องฐานะเป็นหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน เนื่องด้วยกำลังของกลุ่มขจก. ไม่สามารถต่อสู้กับทหารได้ แต่ขณะนี้กลุ่มทหารไม่ได้หลงกล และพยายามใช้กระบวนการพลเรือนนำยุทธศาสตร์ หรือที่เรียกว่า การเมืองนำการทหารมาใช้ และใช้กฎหมายมั่นคง มาตรา 21 มาช่วยดำเนินการ" พล.ท.โชค กล่าว