ข่าว

13ช่างกลรุมฟันเหยื่อนิ้วขาดโร่มอบตัว

13ช่างกลรุมฟันเหยื่อนิ้วขาดโร่มอบตัว

27 ก.พ. 2556

13 ช่างกลโหดฟันเหยื่อนิ้วขาด ทยอยเดินทางเข้ามอบตัว ปฎิเสธไม่ใช้คนฟัน ด้าน'ผบช.ภ.1'จัดโครงการฝากลูกไว้กับตำรวจ คอยเป็นพี่เลี้ยงแนะแนวทางและให้การช่วยเหลือ

               เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 กุมภาพัน 2556 พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.อก.บช.ภ.1 พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชา และ พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้นำนักเรียนช่างทั้ง 13 คน อายุ ระหว่าง 15-18 ปีที่ร่วมกันก่อเหตุทะเลาะวิวาทมาทำการอบรม ภายใต้โครงการฝากลูกไว้กับตำรวจ โดยมีผู้ปกครองของนักเรียนทั้งหมดเดินทางมาร่วมรับฟังด้วย และมีความยินดีที่จะให้ลูกหลานเข้าร่วมในโครงการ โดยได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาทำการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้

               พล.ต.ท.นเรศ กล่าวว่า นักเรียนอาชีวะทั้ง 13 คนที่ผู้ปกครองพามามอบตัวในครั้งนี้ ทั้งหมดให้การปฏิเสธว่า ไม่มีการร่วมกันทำร้ายร่างกายของผู้บาดเจ็บ แต่ยอมรับว่า ตนเองทั้งหมดร่วมอยู่ในกลุ่มของผู้ก่อเหตุด้วยจริง ส่วนทางด้านคดีก็ต้องมีการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงอีกครั้ง และทราบว่า ยังเหลืออีก 3 คน ที่อยู่ระหว่างการเดินทางเข้ามอบตัวเช่นกัน ในส่วนการแก้ปัญหานักเรียนอาชีวะใช้ความรุนแรงนั้น จากปัญหาที่เกิดขึ้นได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายส่วน จนได้ข้อสรุปว่า ในคดีดังกล่าวถือเป็นกรณีศึกษา จึงมอบหมาย ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 14 นาย คอยดูแลนักเรียนอาชีวะทั้ง 14 คน ที่เข้ามอบตัวในครั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ภายใต้โครงการว่า " ฝากลูกไว้กับตำรวจ "

               พล.ต.ท.นเรศ กล่าวต่อว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ดูแลในช่วงระยะเวลานี้ จะมีหน้าที่คอยสังเกตพฤติกรรมของเด็กนักเรียนอาชีวะคนดังกล่าวพร้อมกับพ่อแม่ ก่อนทำการละลายพฤติกรรม ไม่ให้เด็กดังกล่าวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงต่างๆ เพื่อลดภาระของพ่อแม่ผู้ปกครอง ตลอดจนอยู่ใกล้ชิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะให้ทำให้กลุ่มเด็กเหล่านี้ มีความเกรงกลัวการกระทำความผิดทางกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องการยกพวกเพื่อทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกับกลุ่มนักเรียนคู่อริ และยังต่อยอดไปถึงปัญหายาเสพติดต่างๆ จากการสอบถาม พบว่า พ่อแม่หรือผู้ปกครองบางรายไม่มีเวลาที่จะอยู่ดูแลลูกหลานได้ตลอดเวลา ซึ่งหากปล่อยปละละเลยเด็กนักเรียนอาชีวะเหล่านี้ จะใช้เวลาไปกับสิ่งยั่วยุ หรือกลุ่มเพื่อนที่มีพฤติกรรมไม่ดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจะเข้าร่วมในการแก้ปัญหา โดยคดีนี้ของ สภ.เมืองสมุทรปราการ ถือว่าเป็นกรณีศึกษาและโครงการนำร่อง

               ด้าน นางเอ (นามสมมติ) ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง กล่าวว่า มีอาชีพค้าขาย ยอมรับว่าในแต่ละวันต้องวุ่นวายอยู่กับการทำมาหากินทำให้มีเวลาให้ลูกน้อยมาก หลังทราบเรื่องว่า ลูกชายอยู่ในกลุ่มนักเรียนอาชีวะที่ก่อเหตุก็รู้สึกกลัว แต่ก็ยังชื่นชมที่ลูกกล้ายอมรับ จึงพาเข้าติดต่อขอมอบตัว ในส่วนของคดีหากรู้ลูกชายเกี่ยวข้องจริงก็คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนโครงการที่ ผบช.ภ.1 กล่าวมานั้น ยินดีและยอมเข้าร่วม เพราะเกรงว่าหากปล่อยให้ลูกอยู่ติดเพื่อนมากไป ก็จะมีพฤติกรรมรุนแรงตามเพื่อน ตีรันฟันแทงไม่จบสิ้น

               ขณะที่ พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า ในส่วนทางคดีนั้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา กับเยาวชนที่เข้าขอพบทั้ง 14 คน ซึ่งระหว่างนี้ กลุ่มเยาวชนดังกล่าวจะอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปก่อน ซึ่งหากการสอบสวนเสร็จสิ้นและมีหลักฐานชัดเจน ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

 

........................................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)