
'ทวีศักดิ์'แนะอย่าเชื่อโพลล์ตามอารมณ์
ทวีศักดิ์ ตู้จินดา'อย่าเชื่อโพลล์ตามอารมณ์' : เกาะติดเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โดยชนิกานต์ พุ่มหิรัญ,สมถวิล เทพสวัสดิ์
โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร การลงพื้นที่และการปราศรัยหาเสียงของผู้สมัครแต่ละคนมีความเข้มข้นจนมีผู้สมัครและกลุ่มผู้สนับสนุนไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ "พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา" ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ซึ่งขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 9 เรื่อง บางเรื่องดูเนื้อหาที่ร้องแล้วไม่อยู่ในข่ายที่ กกต.จะรับผิดชอบ ก็รับเรื่องไว้เพื่อส่งต่อให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกต่อหนึ่ง
"พล.ต.ท.ทวีศักดิ์" บอกว่า ไม่รู้สึกหนักใจต่อเรื่องที่มีการร้องเรียน เพราะกฎหมายเลือกตั้งระบุไว้ชัดให้พิจารณาที่ผู้เสียหายเป็นหลัก ส่วนผู้อื่นที่ไม่ใช่ผู้สมัครทำผิดกฎหมายเลือกตั้งให้ไปร้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กกต.รับผิดชอบเฉพาะเรื่องการให้ใบเหลือง ใบแดงผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ทำฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งเท่านั้น
ส่วนที่ถูกมองว่า กกต.ไม่เป็นกลาง "พล.ต.ท.ทวีศักดิ์" ยืนยันว่า กกต.เป็นกลางเสมอ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้ กกต.ยังไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวผู้สมัคร เพราะกกต.ต้องวางตัวเป็นกลาง เนื่องจากคำพูดของกกต.มีผลต่อการชี้นำประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้นการเป็นกกต.ต้องอยู่ในสถานภาพมีความรู้สึกได้ แต่ต้องไร้อารมณ์ ต้องทำให้ได้ รักใครชอบใครได้ แต่ห้ามแสดงออกจะไปบอกชอบใครไม่ได้ต้องเก็บไว้ในใจ เพราะกกต.ก็ไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้ และขณะนี้มีหมายเลขอยู่ในใจแล้ว เราต้องเลือกมาบริหารกรุงเทพฯ
"สำหรับผมมีหลักในการพิจารณาเลือกผู้ว่าฯกทม. 4 อย่างคือ 1.เป็นคนมีความรู้ ความสามารถ 2.ซื่อสัตย์สุจริต สัมผัสได้ปรากฏต่อสาธารณะ สถาบันต้องมอบรางวัลให้ 3.ต้องมีความกล้าหาญให้ปรากฏแก่สังคมและสื่อมวลชน 4.ต้องมีจิตสาธารณะ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนส่วนตัว มีแล้วในใจ"
การทำหน้าที่ในฐานะกกต.ของ "พล.ต.ท.ทวีศักดิ์" ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ผ่านการเลือกตั้งในกรุงเทพฯ มาหลายครั้ง "ประธานกกต.กทม." เล่าว่า ผ่านการเลือกตั้งใหญ่มาสองรอบ เลือกตั้ง ส.ส., ส.ก., ส่วนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ถือเป็นรอบที่ 3 จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สามารถปิดจุดอ่อนได้เกือบทั้งหมด การซื้อเสียง ได้ส่งคนไปดักหมดแล้วทั้ง 50 เขตปกครอง มีอาสาจากคนในพื้นที่ 700-800 คน ฝ่ายข่าว กกต.อีก 150 คน ก็อยู่ในท้องที่เขตปกครองละ 30 คน มีฝ่ายป้องปรามที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 245 คน กระจายไปทั่ว รายงานตรงมายังกกต. มีกล้องถ่ายภาพ วิดีโอเทป และมีชุดทางลับที่ไม่แต่งเครื่องแบบอีกต่างหาก ติดตามผู้สมัครทั้ง 25 หมายเลข
ที่มีข่าวการวางตัวไม่เป็นกลางของข้าราชการ กทม.เนื่องจากเป็นลูกน้องเก่าของ "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร" ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ในเรื่องนี้ "พล.ต.ท.ทวีศักดิ์" ยืนยันว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะระบบครอบคลุมหมดไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่เชื่อว่าข้าราชการ กทม.จะเป็นอย่างที่คนกล่าวหา เพราะชีวิตข้าราชการคงไม่มีใครเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ เนื่องจากมีโทษสูงและเป็นคดีอาญาแผ่นดิน ยอมความไม่ได้
"ประธานกกต.กทม." บอกว่า การหาเสียงของผู้สมัครแต่ละคนหาเสียงใช้ถ้อยคำสุภาพ ส่วนคำเสียดสี ต้องดูว่าเข้าหลักผิดกฎหมายเลือกตั้ง หรือกฎหมายหมิ่นประมาทใส่ร้ายหรือไม่ ส่วนการปราศรัยที่อาจผิดกฎหมายเพราะเข้าข่ายสัญญาว่า ต้องดูว่าถ้าการหาเสียงโดยเสนอเป็นนโยบายใช้งบกทม. ไม่ถือว่าเป็นสัญญาว่าจะให้ หรือเรื่องนายกรัฐมนตรีไปช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงก็ต้องดูว่าเวลานายกฯ ขึ้นเวทีแล้วบอกว่ามาหาเสียงในฐานะส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย หรือมาในนามของนายกรัฐมนตรี ต้องดูที่ตัวนายกฯ พูด ไม่ใช่คนแนะนำพูด ขอฝากร้านค้าสุราห้ามจำหน่วยจ่ายแจกสุราตั้งแต่ เวลา 18.00 น.ของวันที่ 2 มีนาคม ถึงเวลา 24.00 น.วันที่ 3 มีนาคม
สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งครั้งนี้ "พล.ต.ท.ทวีศักดิ์" บอกว่า อาจมองได้ว่ามีความดุเดือดเข้มข้นกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2552 เพราะการเลือกตั้งครั้งนั้นคุณสมบัติของผู้สมัครโดดเด่นกว่าคู่แข่ง หรือเรียกง่ายๆ ว่า ห่างชั้น แต่การแข่งขันในครั้งนี้ผู้สมัครคุณสมบัติสูสีกันมาก กกต.กทม.ตั้งยอดการใช้สิทธิปีนี้ไว้เกิน 70% อย่างน้อยมาใช้สิทธิ 3 ล้านคนขึ้นไป
ส่วนโพลล์ที่ถูกมองว่าเป็นการชี้นำคนใช้สิทธิ "พล.ต.ท.ทวีศักดิ์" บอกว่า อย่าเชื่อโพลล์ การเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่เป็นไปตามโพลล์ อย่าไปมองโพลล์พื้นราบ เพราะสำรวจเฉพาะคนตามถนน ไม่ได้ถามในบ้าน หรืออาจมีบางโพลล์มีกลุ่มลูกค้าอยู่ในมือส่งแบบสอบถามไปแล้วให้ส่งกลับมา อย่าเชื่อโพลล์ตามอารมณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยไปสำรวจคนกรุงเทพฯ มีทั้ง 11 ล้านคน มีลงทะเบียน 5 ล้านกว่าคน อีก 4-5 ล้านคนเป็นคนต่างจังหวัดใช้สิทธิไม่ได้ แต่คนไม่รู้ โพลล์ทำมากยิ่งดี ทำให้คนตื่นตัว แต่ต้องเป็นโพลล์ตามหลักวิชาการ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์จึงไม่ไปกดดันโพลล์เท่าไหร่
ช่วงท้ายการสัมภาษณ์ "ประธานกกต.กทม." ได้ฝากข้อความถึงคนกรุงเทพฯ ที่มีสิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ว่า "อย่าอยู่รอความตายที่บ้าน ให้ออกมาใช้สิทธิเพื่อลูกหลานในอนาคต"
.............
(หมายเหตุ : ทวีศักดิ์ ตู้จินดา'อย่าเชื่อโพลล์ตามอารมณ์' : เกาะติดเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โดยชนิกานต์ พุ่มหิรัญ,สมถวิล เทพสวัสดิ์)



