ข่าว

'เฉลิม'ชี้คลิป'ขวัญชัย'ไม่ใช่เรื่องจริง

'เฉลิม'ชี้คลิป'ขวัญชัย'ไม่ใช่เรื่องจริง

26 ก.พ. 2556

'เฉลิม' ชี้คลิป 'ขวัญชัย' ไม่ใช่เรื่องจริง ยัน 'ทักษิณ' ไม่แทรกแซงแต่งตั้งตร. ด้าน 'ขวัญชัย' แจงไม่มีอำนาจสั่งการ เชื่อไม่ทำภาพลักษณ์ 'แดง' เสื่อมเสีย

                     26 ก.พ.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีคลิปวิดีโอที่ นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ พูดในลักษณะอวดอ้างว่ามีอำนาจในการโยกย้ายนายตำรวจระดับสูงในพื้นที่ภาคอีสานว่า "ไม่จริง จะไปตั้งอย่างไร นายขวัญชัยไม่ได้เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ภาพพจน์ตำรวจเสียหาย เพราะไม่ใช่เรื่องจริง ตอนตนอยู่ไม่มีใครมายุ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เคย" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

                     เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดนายขวัญชัย จึงระบุว่า มีอำนาจในการโยกย้ายผู้บังคับการจังหวัดในอีสานได้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "อาจจะครึ้มๆ นึกสนุกเล่นๆ" เมื่อถามว่าส่วนจะต้องโทรศัพท์สอบถามนายขวัญชัยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ถาม เพราะไม่ใช่เรื่องจริง สมมติเป็นตนอยากคุยบ้าง ตนก็คุยได้ว่าตนตั้งคนนั้นคนนี้ แล้วมันจริงที่ไหน คงไม่ต้องปรามนายขวัญชัย คงพูดสนุกๆ ครึ้มๆ เมื่อถามว่า แต่ในคลิปนายขวัญชัยได้มีการโยงไปถึงพ.ต.ท.ทักษิณด้วย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า แล้ววันนี้ใครไม่พูดถึงพ.ต.ท.ทักษิณบ้าง ยกเว้นตนเท่านั้น เพราะพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มาเกี่ยวข้อง เเละไม่เคยมายุ่ง เรื่องนี้ต้องดูข้อเท็จจริงที่ปรากฎ ตำรวจนั้นมีการแต่งตั้งเป็นระบบอาวุโส หรือหากไม่อาวุโสก็ต้องเก่งจริงๆ ซึ่งเป็นแนวคิดตน เรื่องฝีมือต้องเอาบ้าง ไม่เอาได้อย่างไร อย่างภาคเหนือตนชี้เลยว่าคนนี้ๆ ปราบยาเสพติดได้

 

'ขวัญชัย' แจงไม่มีอำนาจสั่งการ ยันไม่ทำภาพลักษณ์ 'แดง' เสื่อมเสีย

 

                    นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำชมรมคนรักอุดรฯ กล่าวถึงกรณีมีคลิปที่ระบุว่า นายขวัญชัยสามารถสั่งการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจในภาคอีสานได้ว่า คลิปดังกล่าวเป็นการคุยกันในที่ประชุมแกนนำเสื้อแดง 20 จังหวัด ที่ จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 11 ก.พ. แต่ไม่ทราบว่าหลุดออกมาได้อย่างไร เพราะเป็นการคุยกันภายใน และไม่อนุญาตให้นักข่าวเข้าไปในที่ประชุมด้วย แต่คิดว่าคลิปดังกล่าวหลุดออกมาได้เพราะนักข่าวจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งแฝงตัวเข้ามา และได้ทำการบันทึกวิดีโอเอาไว้

                    นายขวัญชัย กล่าวต่อว่า ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล ตนเคยขอตำแหน่งผู้บังคับการให้กับ จ.อุดรธานี แค่ครั้งเดียว และเป็นเพียงการเสนอผ่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เท่านั้น ยืนยันว่าตนไม่มีอำนาจในการแต่งตั้งนายตำรวจอย่างที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุ และในคลิปดังกล่าวก็นำเสนอเพียงบางส่วน พรรคประชาธิปัตย์ออกมาพูดโดยการต่อจิ๊กซอว์ไปเรื่อย ขอให้อย่าไปใส่ใจมาก เลอะเทอะพวกจ้องทำลาย

                    เมื่อถามว่าภาพที่ออกมาในคลิป ดูเหมือนนายขวัญชัยจะสามารถสั่งการได้จริง นายขวัญชัย กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่ เป็นเพียงการพูดในที่ประชุมเท่านั้น เนื้อหาในคลิปก็ไม่ใช่ประเด็นหลักในที่ประชุม และพูดให้แกนนำเสื้อแดง 20 จังหวัด ทราบว่าหากต้องการความช่วยเหลือก็สามารถร้องขอต่อผู้มีอำนาจในจังหวัดได้

                    "คลิปมันออกไม่ครบ แล้วยังจะทำลายกันด้วย ผมจะไปมีอำนาจอะไร สองปีมานี้ผู้กำกับสักคนยังไม่เคยได้ ขอได้แค่ผู้การคนเดียว ซึ่งในคลิปก็แค่พูดว่าหากมีอะไรก็ขอรับความช่วยเหลือจากพวกเขาได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคลิปดังกล่าวจะไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของคนเสื้อแดงเกิดความเสื่อมเสีย และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ก็ออกมายืนยันแล้วไม่ตนไม่มีอำนาจ แม้จะยอมรับว่าพูดจริง แต่ก็พูดในที่ประชุมของตน" นายขวัญชัย กล่าว

 

'เฉลิม' เผยลงใต้หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

 

                     ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) กล่าวถึงกรณีที่นายกัสตูรี มะห์โกตา ประธานขบวนการปลดปล่อยสหปัตตานี หรือพูโล ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งโดยต้องการพูดคุยกับภาครัฐว่า ตนไม่แสดงความเห็นเฉพาะเรื่อง แต่อะไรก็ตามหากใครจะพูดคุยแล้วก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ นำมาซึ่งความสงบสุขและสันติสุข ถือว่าดีทั้งนั้น แต่ต้องไม่มีเงื่อนไข ตนรับได้อย่างเดียวคือการเข้าสู่มาตรา 21 แห่งพ.ร.บ.ความมั่นคง ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาสนับสนุนให้มีการเจรจานั้น ตนขอยังไม่แสดงความคิดเห็น เพราะยังไม่มีใครติดต่อมา แค่ผ่านโทรทัศน์เพ้อเจ้อกันทั้งบ้านทั้งเมือง

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายงานว่าในการเดินทางไปมาเลเซียของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะมีการลงนามและพูดคุยโดยให้มาเลเซียเป็นตัวกลางในการพูดคุยกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ผอ.ศปก.กปต. กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และคงไม่ใช่ เพราะเท่าที่ฟัง น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปคุยกับนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเรื่องอื่นๆ คงไม่ไปคุยอย่างนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามข้อมูลขบวนการพูโลมีอำนาจหรือศักยภาพ ในการเคลื่อนไหวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ถ้าคนเป็นตำรวจและทหารมาแล้ว เขาไม่พูด มีแค่พลเรือนมาเป็นใหญ่บางคน โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ทำตัวอย่างกับนักลงพื้นที่"

                     เมื่อถามว่า ท่าทีของรัฐอยากจะพูดคุยหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ท่าทีของรัฐตราบใดที่ตนยังรับผิดชอบงานนี้อยู่ อะไรก็ตามที่ทำให้สงบเรียบร้อยเอาหมด แต่การพูดคุยจะต้องไม่มีเงื่อนไข จะมาแบ่งแยกดินแดนได้อย่างไร ใครคิดอย่างนี้เพ้อเจ้อ ขอเรียนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ว่าเป็นไปไม่ได้ อย่าไปหลงผิด อยู่อย่างนี้ก็สบายดีอยู่แล้ว ยืนยันว่าตนไม่ใช้ความรุนแรง เมื่อถามว่า นายกัสตูรีเคยออกมาหลอกในลักษณะนี้ครั้งหนึ่งแล้ว ผอ.ศปก.กปต. กล่าวว่า "หลอกผมไม่ได้ เพราะผมก็รู้จักเขาเหมือนกัน แต่ของอย่างนี้เขาไม่พูดกัน"

                     “ผมจะบอกให้ที่ผมยังไม่รีบลงพื้นที่ เพราะมีไอ้พวกอุบาทว์เตรียมฉลองถ้าผมกลับ จะระเบิด 40 - 50 จุด ทั้งระเบิดปิงปองหรือเอาไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ผมถามว่าอันตรายตรงไหน ก็ขึ้นเครื่องไปลง เอาเฮลิคอปเตอร์มายก ก็เข้าค่าย ถ้าจะค้างก็อยู่ในค่าย แต่มีคนรอจังหวะไง ถ้าร.ต.อ.เฉลิมล่ะเรียบร้อย ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย แต่เป็นผู้ก่อการดี ต้องยอมรับว่าในภาคใต้บางทีก็เป็นระเบิดการเมือง สำหรับผมนั้นเป็นประเด็นการเมือง หากผมไปแล้วเกิดบึ้มตรงนั้น บึ้มตรงนี้ กลับมาก็กลายเป็นว่าคนใต้เกลียดร.ต.อ.เฉลิม ไม่อยากให้มาภาคใต้ ทำไมผมจะรู้ไม่ทัน แต่ผมยังยืนยันว่าจะลงพื้นที่หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เสร็จสิ้น เพราะไม่ไปได้อย่างไร อยู่ในตำแหน่งนี้ แต่ต้องดูจังหวะ ผมรับราชการตำรวจมา 10ปี จะไปโง่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างไรเรื่องพวกนี้” รองนายกรัฐมนตรี

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยขอความร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนนี้ยังเป็นแนวทางเดิมหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้คุยกับนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ว่า จะเชิญมาประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อดูแนวทางที่บอกว่าทำแล้วเรียบร้อยทำกันอย่างไร โดยจะเชิญสองคนคือนายอภิสิทธิ์ และนายถาวร ซึ่งจะให้นั่งหัวโต๊ะและตนนั่งข้างๆ จะให้โชว์วิสัยทัศน์ไปเลย

 

'เฉลิม' ยันรวมสัญญาพีซีซีฯสร้างโรงพักขัดมติครม.

 

                     ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคดีการก่อสร้างโรงพัก (ทดแทน) 396 แห่งล่าช้า ซึ่งพบว่าอาจมีการขัดมติครม.ในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ให้มีการกระจายการจัดซื้อจัดจ้าง การก่อสร้างโรงพักไปยังหน่วยงานในพื้นที่ แต่ต่อมาในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งมีพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็นรักษาการผบ.ตร. กลับมีการให้รวมสัญญาการก่อสร้างโรงพักมารวมไว้ที่บริษัทเดียวว่า เรื่องนี้ชัดเจน แต่ที่ตนไม่อยากพูดเพราะไม่อยากซ้ำเติม ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายหลีกเลี่ยงไม่ได้ การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)สามารถจ้างรวมได้ แต่สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังบอกไม่ได้

                     รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อะไรก็ตามที่มีมติครม.ไว้ หากจะทำโดยไม่ปฏิบัติตามมติครม.ต้องยกเลิกมติครม.เดิม อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ความผิดเกิดแล้ว ไม่ต้องเสนอเรื่องเข้าครม.ใหม่เพื่อยกเลิกมติครม.เดิม หากจะทำต้องทำก่อนอนุมัติ เรื่องนี้ใครจะไปแกล้งพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพราะเป็นพรรคเทวดา

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)รายงานหรือไม่ว่าคดีจะเสร็จเมื่อไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่กล้าถาม แต่ตนดูรายละเอียดเรื่องนี้แล้ว ชัดเจน มีปีกก็บินไม่ได้ ไปไหนไม่ได้หรอก ส่วนที่มีนายตำรวจออกมาพูดให้สับสนตนก็รู้ที่มาที่ไป บริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด สนิทกับพ่อตานักการเมืองคนไหน และนักการเมืองคนนั้นก็สนิทกับเพื่อนสมาชิกในพรรค เพื่อนสมาชิกในพรรคก็มีพ่อตาเป็นอดีตตำรวจเก่า คนที่ออกมาพูดก็คือนายเวรของอดีตนายตำรวจเก่า ตนเป็นตำรวจอย่ามาทำอย่างนี้เลย

                     "สตช.ไม่ควรพูดจาอะไร เพราะดีเอสไอเขาสอบสวน หากเขาขออะไรมาคุณก็ส่งให้ ถ้าคุณไม่เสียหายก็ไม่ต้องมาร้องทุกข์ ถ้าเสียหายก็มาร้องทุกข์ ถามว่าไม่เสียหายอย่างไรแบบนี้ "รองนายกฯ กล่าว

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่พล.ต.อ.เจตน์ มงคลหัตถี ที่ปรึกษา (สบ.10) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบความผิดฐานฉ้อโกงโครงการสร้างโรงพัก (ทดแทน) 396 แห่ง ยืนยันว่าไม่พบการทุจริจ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ตนคุยกับพล.ต.อ.อดุลย์ เเสงสิงเเก้ว ผบ.ตร.แล้วว่าเราอยากเพิ่งไปพูด งานนี้ถ้าสตช.ไม่เสียหายแล้วใครจะเสียหาย ถามว่าบริษัทพีซีซีฯรู้อยู่แล้วว่าจะสร้างไม่เสร็จ แล้วคุณไปรับเงินเขาได้อย่างไร ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 คือ ฉ้อโกง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย ตนไม่ยอม และไม่แกล้ง

                     ส่วนสตช.จะชดเชยให้ประชาชนอย่างไร เพราะงบประมาณที่สร้างโรงพักเป็นภาษีประชาชน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ชดเชยไม่ได้ต้องเอาคนทำผิดมาลงโทษ เพราะเหตุการณ์ผ่านมาแล้ว

                     “ฉากเผาบ้านเผาเมืองมันจบแล้วตั้งแต่ 3 ก.ค.54 ฉากต่อไปเขาจะดูว่าใครสั่งฆ่าผู้บริสุทธิ์ และหลังจากนั้นก็จะดูกันว่าใครที่ทุจริตโรงพัก เดี๋ยวรู้หลัง 3 มี.ค.ก็จะชัด เขาไม่กล้าทำกันตอนนี้ เดี๋ยวจะหาว่าไปใส่ร้ายตอนเลือกตั้ง” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว