ข่าว

รวบแล้ว!3โจ๋รุมฟันเด็ก16นิ้วขาด

รวบแล้ว!3โจ๋รุมฟันเด็ก16นิ้วขาด

26 ก.พ. 2556

รวบแล้ว!3 นศ.เทคโนฯกรุงเทพรุมฟันเด็ก นร.พาณิชย์นิ้วขาด สารภาพรุมผิดคน พร้อมขอโทษผู้เสียหายไม่ได้ตั้งใจ อารมณ์ชั่ววูบ

               26 ก.พ.56 พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไฟจิตร์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พร้อมเจ้าหน้าที่ บช.ภ.1 ร่วมแถลงผลการจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นายบี (นามสมมติ) อายุ 18 ปี และ นายซี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ หลังร่วมกับพวก ที่ยังหลบหนี ก่อเหตุ รุมทำร้ายร่างกาย นายจักรชัย หรือ แบงก์ นุริตานนท์ อายุ 16 ปี นักศึกษา ของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท โดยการใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายจนนิ้วมือขาด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา พื้นที่ของ สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมของกลาง มีดอีโต้หัวตัด ความยาว 60 ซม. 2 เล่ม และชุดนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ 3 ชุด

                พล.ต.ท.นเรศ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 10 ม.ค.เวลาประมาณ 16.30 น. ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุนักเรียนทะเลาะวิวาท และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดปากซอยสำนักงานประปาสมุทรปราการ ถ.สุขุมวิท ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบพบว่า กลุ่มนักเรียนดังกล่าวได้แยกย้ายหลบหนีไปแล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ นายจักรชัย หรือแบ๊งค์ นุริตานนท์ อายุ 16 ปี นักศึกษาสถาบันวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวัฒนาบริหารธุรกิจฯ ได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะ ข้อนิ้วมือ และนิ้วมือขาด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า จากการสอบสวนทราบว่า มูลเหตุของเรื่องดังกล่าวเกิดจาก นักเรียนสถาบันวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพฯ มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับ นักเรียนโรงเรียนเทคโนโลยีสมุทรปราการ ส่วนผู้บาดเจ็บไม่ได้เรียนอยู่ทั้ง 2 สถาบัน แต่อยู่ในที่เกิดเหตุเท่านั้น

                 พล.ต.ท.นเรศ กล่าวต่อว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งคดีความไม่คืบหน้า จนทำให้ต้องออกมาร้องสื่อมวลชน จริงๆแล้วทาง สภ.เมืองสมุทรปราการได้ทำเรื่องแจ้งให้ทราบตั้งแต่วันเกิดเหตุ และหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนก็ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน และได้ให้พยานซึ่งเป็นผู้เสียหายมาชี้ตัวยืนยัน แต่ตอนนั้นผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส และจดจำใบหน้าผู้ก่อเหตุไม่ได้ จึงต้องมีการปล่อยตัวไปก่อนตามขั้นตอนของคดี กระทั่งมีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อ เหตุทั้ง 3 รายซึ่งเป็นนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ และยังมีคนร่วมก่อเหตุเป็นนักศึกษาสถาบันเดียวกันกับผู้ต้องหา ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวรู้ชื่อหมดแล้ว อีก 9 คน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ นอกจากนี้ ยังมีคนร่วมก่อเหตุที่อยู่ระหว่างสืบสวนอีก 5 คนด้วยกัน

                 พล.ต.ท. นเรศ กล่าวต่ออีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สังกำชับให้เร่งสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี เนื่องจากเหตุที่เกิดขึ้นเป็นพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมทารุณ ขนาดผู้เสียหายยกมือไหว้ร้องขอชีวิต กลุ่มคนร้ายก็ไม่ยอมลดละ ก่อเหตุอย่างอุกอาจ ไม่ว่าจะทำไปด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม เพื่อให้สังคมเกิดความสบายใจ อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มผู้ก่อเหตุที่เหลือซึ่งเป็นนักเรียนนักศึกษาให้รีบ เข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพ่อแม่ผู้ปกครองถ้ารู้ตัวก็ให้รีบนำบุตรหลานมามอบตัว เพราะยังไรก็หลบหนีไม่พ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่รู้ตัวหมดแล้ว และเรื่องหนักจะได้เป็นเบา

                  จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันใช้อาวุธมีดฟันผู้บาดเจ็บจริงเพราะนึกว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนคู่อริ โดยก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหาพร้อมพวกที่กำลังหลบหนีได้นั่งโดยสารรถประจำทางสาย 25 กลับบ้านพัก ระหว่างมาถึงที่เกิดเหตุได้ถูกนักเรียนโรงเรียนวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ ปาระเบิดปิงปองใส่ กลุ่มผู้ต้องหาจึงได้วิ่งลงจากรถโดยสารก่อนใช้อาวุธมีดไล่ฟันผู้บาดเจ็บ เพราะคิดว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนคู่อริ ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีไป กระทั่งถูกจับกุมตัวดังกล่าว และต้องขอโทษผู้เสียหายที่ทำลงไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ และอยากฝากถึงกลุ่มเพื่อนที่ร่วมก่อเหตุขอให้เข้ามามอบตัวเพราะเจ้าหน้าที่มีข้อมูลของทุกคนที่ร่วมก่อเหตุแล้ว

                   ด้าน นายจักรชัย ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ไม่ติดใจเอาความเพราะรู้ว่าเป็นเรื่องของอารมณ์ชั่ววูบของเด็กวัยรุ่น พร้อมให้อภัย และอยากให้กลุ่มผู้ก่อเหตุที่ยังหลบหนีเข้ามามอบตัวกับตำรวจ และอยากฝากเตือนว่า หากจะทำอะไรอยากให้คิดก่อน เพราะอาจเกิดเรื่องดังกล่าวได้ โดยยืนยันยังจะไปเรียนหนังสือตามปกติ ถึงแม้จะมีอาการตื่นกลัวอยู่บ้าง แต่หลังจากมีหลายหน่วยงานเข้าให้การช่วยเหลือ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้สภาพจิตใจก็เริ่มดีขึ้น

                   เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันพกอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

...................................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)