ข่าว

“น้องสุเทพ”ยื่นร้องศาลอุทธรณ์ขอยกเลิกใบเหลือง-แดง

“น้องสุเทพ”ยื่นร้องศาลอุทธรณ์ขอยกเลิกใบเหลือง-แดง

01 มิ.ย. 2552

“น้องสุเทพ” ยื่นร้องศาลอุทธรณ์ขอยกเลิกคำพิพากษาใบเหลือง แดง อ้างเปลี่ยนตัวผู้พิพากษากลางคัน แถมร้องกกต. ขอชะลอการเลือกตั้ง ย้ำไม่เกี่ยวกับ “ เทพเทือก ” ด้าน “ เลขาฯ ” กกต. สั่ง กกต.จังหวัดดำเนินคดี เชื่อทำงานได้ไม่มีปัญหา

 (1 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. นายธานี เทือกสุบรรณ อดีตนายก อบจ. สุราษฎร์ธานี ซึ่งถูกศาลสั่งให้ใบเหลือง พร้อมด้วยนายสุริญญา ยืนนาน ผู้สมัคร ส.อบจ.สมุย ซึ่งศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายเชน เทือกสุบรรณ ในฐานะทนายความ ได้มายื่นเรื่องร้องต่อกกต.เพื่อขอให้ยืดเวลาในการจัดการเลือกตั้งนายกฯอบจ. สุราษฎร์ธานีออกไป โดยนายธานีให้เหตุผลก่อนน้านี้ ตนและนายสุริญญา ได้ไปยื่นเรื่องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพื่อขอคัดค้านการพิพากษา เนื่องจากองค์คณะที่ตัดสินในคดีนี้กลับเป็นคนละองค์คณะ ที่รับฟังการไต่สวนคดีมาโดยตลอด และการยื่นคำร้องต่อศาลในครั้งนี้ สามารถกระทำได้ภายในแปดวันนับแต่วันตัดสินคดี ซึ่งเราเห็นว่าการเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะถูกต้อง

 นายธานี กล่าวต่อว่า การยื่นเรื่องคัดค้านคำสั่งศาลและขอให้กกต. เลื่อนการจัดการเลือกตั้งออกไปนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการดำรงตำแหน่งของ นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และยืนยันว่านายสุเทพไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว และในวันที่เกิดเหตุ ตนก็ไม่อยู่ในเหตุการณ์แต่อย่างใด ส่วนเรื่องการที่ตนจะลงสมัครอีกครั้งหรือไม่นั้น ต้องดูว่ากกต.จะตีความอย่างไร เพราะมีผู้ตีความตนอยู่ครบหนึ่งปีก็น่าจะนับเป็นหนึ่งวาระ และตามกฎหมายก็ห้ามดำรงตำแหน่งผู้บริหารเกินสองวาระ

 ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลกับกระแสสังคมในขณะนี้หรือไม่ นายธานี กล่าวว่า เราไม่กังวล เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ความจริง ครั้งนั้นนายสุเทพไปทำตามหน้าที่ และลงพื้นที่เยี่ยมราษฎรเท่านั้น และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้พูดคุยกับนายสุเทพแต่อย่างใด เนื่องจากนายสุเทพลงพื้นที่ที่จังหวัดทางภาคใต้

 ขณะที่นายเชน ได้เปิดเผยถึงเหตุผลในการร้องคัดค้านคำพิพากษาว่า ในวันที่ไปฟังคำสั่งเราก็เห็นว่าองค์คณะที่ออกนั่งอ่านคำสั่งเป็นคนละองค์คณะกับที่ไต่สวนพยานมาตลอด แต่ก็ไม่ได้คัดค้านในทันที เพราะอาจจะเข้าข่ายหมิ่นศาล ทั้งนี้การเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาครั้งนี้ปราศจากเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่น และผู้พิพากษาเดิมก็ยังไม่พ้นจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ อีกทั้งมิได้กระทำความผิด ไม่ถูกคัดค้านและถอนตัวออกไป รวมถึงไม่มีกรณีใดๆที่กระทบกระเทือนต่อความยุติธรรม ในระหว่างการพิจารณา ตามที่บัญญัติไว้ในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ประกอบกับกรณีดังกล่าวไม่ได้มีการประชุมใหญ่ของศาลอุทธรณ์ภาค 8 หรือที่ประชุมใหญ่ในคดีเลือกตั้ง ที่จะส่งผลให้เปลี่ยนผู้พิพากษาที่มานั่งอ่านคำสั่งมีอำนาจแต่อย่างใด

 นายเชน ระบุอีกว่า นอกจากนี้ยังเคยมีมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาที่ 99/2504 ระบุว่า “ การที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ไม่ได้ร่วมรับฟังแถลงการณ์มาร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ ย่อมไม่ชอบด้วยนัยแห่งประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 183 , 184 ประกอบมาตรา 215 และยังอาจทำให้มีการจูงใจเป็นเหตุให้ผู้พิพากษาที่นั่งรับฟังแถลงการณ์มีความเห็นปรวนแปรอย่างไรบ้างด้วยก็ได้ คำพิพากษานั้นจึงเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1205/2473 จึงให้ยกคำพิพากษาและให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ตามรูปคดี ” เมื่อดูเช่นนนี้จะเห็นว่าการลงนามคำพิพากษาขององค์คณะชุดใหม่ทั้งๆที่ไม่เคยนั่งพิจารณาคดีแม้แต่นัดเดียว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งเพิกถอนคำพิพากษาดังกล่าว

 ด้านนาย สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า ในวันนี้ได้ส่งโทรสารใบมอบอำนาจของกกต.กลางไปยัง กกต.จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อให้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายสุเทพ นายชุมพล กาญจนะ และนายประพนธ์ นิลวัชรมณี ตามมติของกกต. ส่วนที่นายธานีมายื่นคำร้องขอชะลอการเลือกตั้งนายกฯอบจ.และส.จ. เขตอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีออกไปนั้น ทางสำนักงานกกต.จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอที่ประชุมกกต.พิจารณา แต่เบื้องต้นเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำพากษา กกต.จะถือว่าคำสั่งศาลมีผลอยู่และจะดำเนินการในขั้นตอนต่างๆต่อไป อย่างไรก็ตามทางกกต.กลางไม่ได้กำนดระยเวลาว่ากกต.จังหวัดจะต้องแจ้งความดำเนินคดีเมื่อใด แต่โดยระบบแล้วกกต.จังหวัดจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้รับเอกสารต่างๆ อาทิ คำพิกษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 และมติจากกกต.กลางแล้ว

 เมื่อถามว่า นายสุเทพเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จะมีปัญหาความล่าช้าในการดำเนินคดีของกกต.จังหวัดและตำรวจหรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า ได้พูดคุยและกำชับกับผอ.กกต.จังหวัดว่า ให้ทำงานภายใต้กรอบอำนาจที่เรามีอยู่ อยู่ตรงไปตรงมาและอย่าหวั่นไหวกับอิทธิพลใดๆ ซึ่งก็คิดว่าเมื่อมีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ตำรวจก็ต้องปฏิบัติตามกฎกติกาที่มีอยู่

 เมื่อถามต่อว่า มีข่าวว่ากกต.จังหวัดต้องการให้กกต.กลางเป็นผู้ดำเนินการแจ้งความในคดีนี้ นายสุทธิพล กล่าวว่า ในระบบที่ปฏิบัติมาหากเหตุเกิดในพื้นที่ใดก็จะให้พื้นที่นั้นรับผิดชอบ ซึ่งก็ต้องยึดแนวนี้และไม่สามารถเลือกปฏิบัติได้ เว้นแต่จะมีปัญหาเกิดขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มีเหตุบ่งชี้ว่า กกต.จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะทำงานไม่ได้ เพราะจากการพูดคุยกับผอ.กกต.จังหวัดทราบว่า ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว