ข่าว

'กห.'ชี้'พูโล'ไม่เกี่ยวไฟใต้เต็ม100%

'กห.'ชี้'พูโล'ไม่เกี่ยวไฟใต้เต็ม100%

26 ก.พ. 2556

'สุกำพล'ชี้'พูโล'ไม่เกี่ยวไฟใต้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เชื่อโจรใต้บึ้มรายวันเหมือนดิ้นเฮือกสุดท้าย ด้าน'เลขาฯสมช.'ชี้ความร่วมมือ'ไทย-มาเลย์'ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

                26 ก.พ.56 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ นายกัสตูรี มะห์โกตา ซึ่งอ้างตัวว่า เป็นประธานองค์กรปลดปล่อยสหปัตตานี หรือพูโล ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งของไทยว่า พร้อมเจรจากับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า "เท่าที่ได้ติดตามคิดว่าไม่ได้มีอะไร เป็นเพียงคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐบาล ซึ่งเราก็ฟังไว้ และเขาไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถือว่าเขามีประสบการณ์ในพื้นที่เช่นกัน ซึ่งเราได้ฟังความเห็นจากหลายฝ่ายและหลายด้าน ทั้งนี้ในฐานะที่ตนดูแลงานด้านความมั่นคง มั่นใจว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เดินทางถูกทางแล้ว โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาอย่างนุ่มนวลและพร้อมพูดคุย เราพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้พื้นที่ภาคใต้สงบสุข อะไรที่คิดว่า ทำให้สงบได้ก็จะทำ เป้าหมายหลักคือ ทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความสงบสุข และเกิดสันติสุขในพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ ส่วนการปฏิบัติการด้านความมั่นคงต้องดำเนินการต่อไป ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือกับรัฐมากขึ้น จึงทำให้ฝ่ายตรงข้ามพยายามตอบโต้ เมื่อเราไม่ใช้กฎหมายรุนแรงในพื้นที่ก็ทำให้เกิดช่องโหว่ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา บางครั้งมีการลอบวางระเบิดหลายจุด แต่เกิดขึ้นน้อยมาก เพราะชาวบ้านช่วยกัน เป็นสิ่งที่น่าชื่นใจที่ประชาชนให้ความร่วมมือ"

                “การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่ามาถูกทางแล้ว แต่อุปสรรคในระหว่างการแก้ไขปัญหาเพื่อไปสู่เป้าหมายก็มีบ้าง แต่เราก็แก้ไข เพื่อให้เดินต่อไป ไม่เปลี่ยนทิศทาง ซึ่งขณะนี้มีการปรับแผนเพื่อการแก้ไขเล็กน้อยในระดับยุทธวิธีเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันได้ อย่าคิดว่า มีระเบิดแล้วมีปัญหาทุกวัน ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นทุกวัน การตอบโต้ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก็เหมือนเป็นเฮือกสุดท้าย ส่วนเรื่องการเจรจากับกลุ่มพูโลนั้น ผมไม่มีหน้าที่เจรจา แต่คิดว่ามีหน่วยงานที่รับผิดชอบและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานคงจะไปหารือร่วมกัน”รมว.กลาโหม กล่าว

 

"เลขาฯสมช."ชี้ความร่วมมือฝ่ายความมั่นคง"ไทย-มาเลย์"ร่วมแก้ปัญหาไฟใต้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

               สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ รายเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ สัมภาษณ์ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการเดินทางไปประเทศมาเลเซียของนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ว่า  การเดินทางไปของคณะนายกฯยิ่งลักษณ์ และคณะในวันดังกล่าวถือว่า เป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งของการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ที่จะมีการนั่งโต๊ะแถลงข่าวในเรื่องการป้องกันปัญหาดังกล่าวร่วมกัน ซึ่งในการแถลงข่าวดังกล่าวนี้อาจจะมีการพูดถึงปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยด้วย โดยในประเด็นนี้ถือว่า มติของเรื่องความมั่นคงที่หน่วยงานความมั่นคงของประเทศไทยและมาเลเซียจะต้องมานั่งหารือ และประสานความร่วมมือให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีหากมีการเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ร่วมกันจะต้องมีการพูดคุยถึงประเด็นว่าการเดินตามแนวทางดังกล่าวนี้ให้เกิดขึ้นนั้นจะต้องเริ่มกระบวนการพูดจะต้องเริ่มต้นจากตรงไหน

                "การเข้ามาของประเทศมาเลเซียในประเด็นนี้ ถือว่ามาในฐานะของคนกลางที่คอยอำนวยความสะดวก เรื่องนี้ทั้งหมดผมคิดว่า ทางฝ่ายประเทศมาเลเซียเองก็คงจะต้องพอทราบว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้หน่วยงานความมั่นคงของทั้งฝ่ายไทยและมาเลเซียหารือเพื่อหาข้อสรุปในเรื่องให้ออกมาตรงกัน หลังจากนั้นจึงจะสามารถที่จะขยายผล และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้ " พล.ท.ภราดร กล่าว

                เมื่อถามว่า แกนนำกลุ่มพูโล นายกัสตูรี ที่ออกมาเปิดใจผ่านรายทีวีล่าสุด คิดว่าเป็นแกนนำตัวจริงหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวอีกว่า คนๆนี้ถือว่าเป็นตัวหลักอีกคนหนึ่ง ซึ่งคนๆ นี้ที่ผ่านมาก็เคยมีการพูดคุยกันมานานแล้ว แต่เนื่องจากคนๆนี้เป็นแกนนำขององค์กรทางความคิดไม่มีกองกำลัง จึงไม่มีผลในทางปฎิบัติอะไรมากนัก แต่ทั้งนี้สิ่งที่เขาพูดออกมานั้นเราคงจะต้องรับฟังเอาไว้ด้วย

                เมื่อถามว่า การที่นายกัสตูรีออกมาในครั้งนี้มีความต้องการอะไร หรือว่าเขาทราบมาว่าทางฝ่ายไทยและมาเลเซียจะมีการหารือเพื่อหาทางยุติปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช่หรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าที่ผ่านมานายกัสตูรีถือว่า มีส่วนร่วมในการหารือและพูดถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด มาถึงในครั้งนี้เขาคงคิดว่าไม่อยากจะตกขบวน หรืออยากจะมีบทบาทด้วย

                เมื่อถามว่า กลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเวลานี้ ที่เรียกว่ากลุ่มจูแว ที่เป็นกลุ่มไร้สังกัดไม่มีใครสั่งได้ใช่หรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตามความจริงแล้วตนเชื่อว่าน่าจะมีคนสั่งการได้ เพราะตนเชื่อว่า กลุ่มนี้น่าจะมีหัวหน้ากลุ่มของขบวนการอยู่ เพราะกลุ่มนี้ก็ถือว่าเป็นกองกำลังอีกกลุ่มหนึ่ง ในกลุ่มกองกำลังหลายๆกลุ่ม เพียงแต่กลุ่มนี้มีความเข้มแข็งจึงมีความดื้ออยู่บ้าง แต่ตนเชื่อว่าสุดท้ายแล้วการสื่อสารเพื่อพูดคุยก็น่าจะทำได้ สำหรับการเข้าถึงกลุ่มของคนกลุ่มนี้ตัวจริงๆนั้น ตนคิดว่าคงจะไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้ เนื่องจากข้อมูลที่เรามีตอนนี้แต่ยังไม่ทราบเป็นตัวจริงหรือไม่

                เมื่อถามว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เดินทางไปประเทศมาเลเซีย ทางฝ่ายมาเลเซียได้ให้ข้อมูล หรือมุมคิดอะไรมาบ้าง พล.ท.ภราดร กล่าวว่า สิ่งที่มีการหารือร่วมกันว่าหากข้อมูลโดยเฉพาะตัวบุคคลที่มีของทั้งสองฝ่ายตรงกัน ก็จะช่วยให้การเคลื่อนไหวทางยุทธวิธีของกลุ่มกองกำลังต่างๆ ก็จะถูกจำกัด เนื่องจากกลุ่มกองกำลังต่างมักจะใช้การเคลื่อนไหวข้ามไปมาระหว่างสองประเทศ ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เกิดบีบสภาวะแวดล้อมของฝ่ายตรงกันข้ามให้หันกลับมาพูดคุยกับเรา

                เมื่อถามว่า ข้อมูลของกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆ ที่มีอยู่นั้น คิดว่าจะต้องพูดคุยกับกลุ่มไหนแล้วจะจบลงได้ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าข้อมูลที่เรามีอยู่นั้นมีหลายกลุ่ม ซึ่งตนคิดว่า หากเราสามารถพูดกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้สักกลุ่มก่อน ตนเชื่อว่าหลังจากนั้นจะต้องมีการขยายตัวออกไปเอง โดยตนเชื่อว่า การพูดกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้นคงจะไม่สามารถทำให้เหตุการณ์ยุติลงได้ การพูดคุยจะต้องมีการพูดคุยกับทุกกลุ่ม อย่างไรก็ตามสิ่งที่ประเทศมาเลเซียยื่นไมตรีจิตให้กับเราในครั้งนี้ถือว่า เป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากวงรอบของความสัมฤทธิ์หากไม่ได้ความร่วมมือจากเพื่อนบ้านนั้น ตนเชื่อว่าปัญหาเรื่องนี้จะเดินหน้าต่อไปยาก เรื่องนี้ก็เหมือนกับการแก้ไขปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์ (จคม.) ที่ในอดีตที่ผ่านมา หากประเทศไทยไม่ยื่นไมตรีจิตไปให้การแก้ไขปัญหาจคม.ของประเทศมาเลเซียก็คงจะไม่สำเร็จ