ข่าว

'สุกำพล'ถก'เตียบันห์'ยันไร้วาระซ่อนเร้น

'สุกำพล'ถก'เตียบันห์'ยันไร้วาระซ่อนเร้น

26 ก.พ. 2556

"สุกำพล" บินถก "เตีย บันห์" เชื่อไร้วาระซ่อนเร้น ยันไม่ทำให้เสียเปรียบรูปคดีข้อพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร

          วันที่ 26 ก.พ.56  พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการเดินทางไปยังปราสาทเขาพระวิหาร เพื่อร่วมรับประทานอาหารกับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ว่า เป็นการพูดคุยปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ทั่วไป เกี่ยวกับพื้นที่ตามแนวชายแดนพร้อมยืนยันว่า ไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบรูปคดีข้อพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลโลก และเชื่อว่า ทางกัมพูชาไม่มีวาระซ้อนเร้น

          พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวถึงกระแสข่าวข้อท้วงติงของกระทรวงการต่างประเทศถึงความเหมาะสม ว่า เป็นความห่วงใยส่วนตัว ซึ่งตนเองก็รับฟังไว้ แต่คงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น พร้อมเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ ส่วนการเปลี่ยนแปลงสถานที่จากโรงแรมใน จ.สุรินทร์ มาเป็นสถานที่ดังกล่าวนั้น เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องของเวลา

 

"สว.คำนูณ"วอน"สุกำพล"ประท้วงกัมพูชา

           นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา กล่าวเรียกร้องไปยัง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ซึ่งเดินทางไปหารือกับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนนตรี และรมว.กลาโหม ประเทศกัมพูชาในวันนี้ ว่า หากพบเห็นการปักสัญลักษณ์ หรือการตั้งชุมชนในพื้นที่รอบตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างไทย และกัมพูชาอยู่ขณะนี้ อีกทั้ง มีคดีที่ขึ้นสู่ศาลโลก ขอให้ดำเนินการประท้วงทั้งการให้ข่าว หรือออกแถลงการณ์ประท้วง เพราะตนกังวลว่าหาก พล.อ.อ.สุกำพล เห็นแต่เพิกเฉย อาจทำให้ไทยเสียเปรียบการต่อสู้คดีพิพาทพื้นที่ในศาลโลกได้ เพราะเท่ากับการยอมรับดินแดนภายใต้อธิปไตยของกัมพูชาและอาจเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย พ.ศ.2472 สมัยที่ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย เสด็จไปที่ปราสาทพระวิหาร ได้พบเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสและการปักธงแต่ไม่ได้มีการทักท้วง เมื่อคดีปราสาทพระวิหารขึ้นสู่ศาล ทำให้นำไปอ้างอิงเสมือนว่า ประเทศไทยยอมรับ

             "พล.อ.อ.สุกำพล ถือเป็นผู้ใหญ่ของรัฐบาล ดังนั้นควรพิจารณาและไต่ตรองประเด็นเหล่านี้ให้ดี ผมไม่ได้คัดค้านการพูดคุย แต่สถานที่ที่เลือกไปคุยควรพิจารณาในแง่ประวัติศาสตร์ด้วย ผมมองว่า การเมืองระหว่างประเทศ ระหว่างไทยและกัมพูชา จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงต่อไปในอนาคต" นายคำนูณ กล่าว