ข่าว

พล.อ.สนธิโผล่อบรบหลักสูตรกกต.-นปช.เมินสังฆกรรม

พล.อ.สนธิโผล่อบรบหลักสูตรกกต.-นปช.เมินสังฆกรรม

01 มิ.ย. 2552

หลักสูตรกกต.“บิ๊กบัง ” โผล่ร่วมเรียนด้วย พธม.ไม่พลาด ด้านนปช. เมินสังฆกรรม“จตุพร”ถอนตัว รมว.กลาโหมไม่ขัดเสื้อแดงชุมนุมแต่ต้องอยู่ในกฎหมาย

 นายสุทธิพล  ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาการเมือง เพื่อคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษาอบรมหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 1 ว่า จากการที่มีการเปิดรับสมัครมีผู้สนใจรับสมัครถึง 298 คน ทำให้คณะกรรมการกองทุนฯมีมติที่รับบุคคลเข้าอบรมเพิ่มจากเดิม 80 คน เป็น 85 คน  

โดยในสัดส่วนของพรรคการเมืองที่มีส.ส.และไม่มีส.ส.ในสภา จำนวน 40 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 9 คน พรรคประชาธิปัตย์ 7 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 5 คน พรรคภูมิใจไทย 5 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 3 คน พรรคประชาราช 2 คน ส่วนพรรคประชากรไทย พรรคกิจสังคม พรรคไทยเป็นไทย พรรคกสิกรไทย พรรรคชีวิตที่ดีกว่า พรรคทางเลือกใหม่ พรรคชาติสามัคคี พรรคร่วมใจไทยชาติพัฒนา พรรคมาตุภูมิ พรรคละ 1 คน

 นายสุทธิพล กล่าวต่อว่า สำหรับในสัดส่วนที่มาจาก ส.ว. องค์กรอิสระ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกจำนวน 45 คน ซึ่งมีผู้เป็นที่มีชื่อเสียง อาทิ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. นายคำนูน สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา นายสันติ วิลาศศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ที่ปรึกษาสภาหอการค้าไทย พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ รองจเรตำรวจ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย

 นายปานเทพ พัวพงศ์พันธุ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิไตย นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ นายอรรณพ  ลิขิตจิตถะ รองเลขาฯป.ป.ง. นายเรวัตร จันทร์ประเสริฐ อธิบดีอัยการฝ่ายคดียาเสพติด เป็นต้นขณะที่ตัวแทนของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการหรือนปช. นั้นไม่มีการส่งมาแต่อย่างใด อีกทั้ง นายจตุพร  พรหมพันธ์ ที่ตอนแรกยื่นใบสมัครมาในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็ได้ขอถอนตัวออกไป

รมว.กลาโหมไม่ขัดเสื้อแดงชุมนุมแต่ต้องอยู่ในกฎหมาย

 พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่ามีกลุ่มจ้องสร้างความวุ่นวายเหมือนช่วงสงกรานต์ขึ้นในขณะนี้ว่า นายกรัฐมนตรียังไม่ได้พูดคุยกับตน ส่วนจะมีกลุ่มหรือไม่ก็ตาม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ คิดว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อความสงบสุข

 ส่วนกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 27 มิถุนายนนั้น ต้องดูกันต่อไป เรื่องการเตรียมพร้อมรับมือยังไม่มีการพูดคุย ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมจะทำอะไรต้องอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย หากอยู่ในกรอบกฎหมายและให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ประชาชนอยู่ในความสงบเรียบร้อยประเทศก็เดินไปได้ ปัญหาการเมืองก็ต้องแก้ทางการเมือง เรื่องขอร้องให้หยุดการชุมนุม ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล พิจารณาว่าสมควรหรือไม่ คงไม่ต้องขอร้อง