
เปิดใจ'รอยาลี'อดีตแนวร่วมกลับใจ
เปิดใจ'รอยาลี บือราเฮง'อดีตแนวร่วมกลับใจ : รายงานพิเศษ โดยสุพิชฌาย์ รัตนะ
ปัตตานี-“รอยาลี บือราเฮง” อดีตแนวร่วมกลับใจบนเส้นทาง ม.21 พรบ.ความมั่นคง เผยชีวิตเหมือนวันหลังฝนซาฟ้าใสเพราะได้กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัว เชื่อหากรัฐขยายพื้นที่ใช้ พ.ร.บ.มั่นคง นอกจากพื้นที่ 4 อำเภอสงขลา และ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี มีผู้กลับใจขอเข้ามอบตัวอีกหลายราย
"รอยาลี บือราเฮง" อายุ 28 ปี อดีตผู้ต้องหาในคดีความมั่นคง ที่ศาลจังหวัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ได้มีคำสั่งระงับการฟ้องคดีและสั่งปล่อยตัวผู้เข้ารับการอบรมตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 หรือ (พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ) หลังจาก ยอมเข้ารับการอบรมแทนการฟ้องคดีตามหลักสูตรสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง ร่วมกับ "ยาซะ เจะหมะ" ผู้ต้องอีกราย ซึ่งนับเป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคง 2 คนแรกที่ผ่านกระบวนการตามมาตรา 21 และศาลสั่งให้ระงับการฟ้องคดีอาญาทั้งหมด และมีคำสั่งปล่อยตัวเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2555
"รอยาลี" เล่าว่า หลังจากได้รับโอกาสในชีวิตเพื่อกลับสู่สังคมปกติอีกครั้ง ได้มาอาศัยอยู่ที่ภูมิลำเนาเดิม ในพื้นที่หมู่ 1 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังจากต้องหลบหนี จากหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ที่ 244/2554 ลงวันที่ 28 ก.ย.2554 ในคดีร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กรณีร่วมกับพวกโจมตีฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองหมู่บ้านเกาะแลหนัง ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อค่ำวันที่ 24 ส.ค.2554 ทำให้อาสาสมัครทหารพรานเสียชีวิต 2 นาย
"รอยาลี" บอกว่า ระหว่างหลบหนีคดีและติดตามจากเจ้าหน้าที่มีแต่ความยากลำบาก และเป็นห่วงสมาชิกในครอบครัว เมื่อทราบข่าวเรื่องของการบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง โดยเฉพาะ ม.21 จึงตัดสินใจขอวางอาวุธและเข้ามอบตัวเพื่อเข้าสู่การอบรมแทนการฟ้องคดีตามหลักสูตรสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งช่วงนั้นมีกังวลมากว่า ไม่มั่นใจว่าจะกลับมาอยู่ในสังคมปกติได้อีกหรือไม่
“ผมเครียดมากเพราะไม่รู้ว่าออกมาแล้วคนภายนอกจะให้อภัยกับความคิดหลงผิดได้หรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหากเราขออภัยและขอกลับใจทุกคนคงให้โอกาส ที่เหลืออยู่ที่เราจะพิสูจน์ตัวเอง และต้องเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเข้ามาให้ได้”
รอยาลี เล่าว่า ในช่วงที่เข้ารับการอบรมเลือกศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้และคำสอนตามที่ต้องการโดยไม่มีหลักสูตรที่เป็นการบังคับจากทางราชการ และที่สำคัญได้มีโอกาสศึกษาด้านศาสนามากขึ้น โดยมีผู้รู้และผู้นำศาสนาอิสลามมาพูดคุยอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เข้าใจหลักของการใช้ชีวิตที่ถูกต้องตามหลักคำสอนขององค์ศาสดาแห่งศาสนาอิสลามอย่างถ่องแท้
นายรอยาลี กล่าวต่อว่า หลังจากปลายเดือนตุลาคม ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติในสังคมอีกครั้ง โดยมีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง และเก็บเงินเพื่อลงทุนเปิดร้านอินเทอร์เน็ตภายในหมู่บ้าน เขามีภรรยา และลูกสาว อายุ 2 ขวบ และอีกคนยังอยู่ในครรภ์ของภรรยา
“ผมออกจากเส้นทางนั้นมาแล้วก็ไม่เคยรับรู้และยุ่งเกี่ยวอีกเลย เพราะอยากเป็นเจ้าของร้านคอมพิวเตอร์เล็กๆ ในหมู่บ้าน โดยขณะนี้นอกจากเก็บเงินจากการรับจ้างก่อสร้าง เพื่อมาต่อเติมบ้านที่อยู่อาศัยให้เป็นร้านบริการอินเทอร์เน็ตให้คนในชุมชนได้มีโอกาสเชื่อมโยงกับโลกแห่งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญคือมีความความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัว"
ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเพื่อคลี่คลายความรุนแรงสิ่งที่ต้องดำเนินการคือกระบวนการสร้างความเชื่อมั่นในทุกด้าน "รอยาลี" บอกว่า คนในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่าทางการยังสามารถสร้างความไว้วางใจได้ เช่น กระบวนการยุติธรรมจากคดีหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่ยังรู้สึกเป็นปมคาใจ
สำหรับตัวของ "รอยาลี" เชื่อว่า มาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 หรือ (พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ) หากมีการขยายพื้นที่ยังคับใช้จากเดิมที่ใช้ใน 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา คือ นาทวี เทพา จะนะ และสะบ้าย้อย รวมถึง อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ดังนั้นหากมีพื้นที่อื่นประกาศใช้เพิ่มอาจจะช่วยให้มีผู้หลงผิด หรือแนวร่วมตัวสินใจเข้าสู่กระบวนการตามแนวทางสันติมากขึ้นแน่นอน
“ที่นราธิวาสมีเข้ามอบตัวหลายราย เช่นเดียวกับที่จ.ยะลา แต่ปัญหาคือหลายคนไม่มั่นใจว่าจะสามารถเข้าสู่ ม.21 ได้หรือไม่ เพราะพื้นที่เหล่านั้นยังไม่ประกาศหรือบังคับใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง เหมือนกับผมที่เคยได้รับโอกาส ดังนั้นจึงอยากให้พิจารณาและทบทวนเรื่องนี้ให้ถี่ถ้วน” รอยาลี กล่าว
.................
(หมายเหตุ : เปิดใจ'รอยาลี บือราเฮง'อดีตแนวร่วมกลับใจ : รายงานพิเศษ โดยสุพิชฌาย์ รัตนะ)



