
4ยุทธศาสตร์10ภารกิจ
4ยุทธศาสตร์10ภารกิจ : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
ดูจากหน่วยงานของรัฐที่เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ น่าจะดำเนินการรับมือได้เร็วกว่าส่วนราชการอื่น
เนื่องจากสตช.มีภารกิจสำคัญหลายด้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคงภายในด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรม ที่มีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงตัวอาชญากรที่มีธรรมชาติแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ
ดังนั้นเกือบทุกหน่วยงานในสตช.จึงต้องเข้ามามีส่วนร่วม
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้กำหนดแผนและนโยบายในการรับมือเป็นยุทธศาสตร์ 4 ด้าน และอีก 10 ภารกิจที่ต้องทำให้เสร็จก่อนหรือทำให้เร็วที่สุดเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง
โดยมีพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร. เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิบัติเพื่อเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) เป็นรองประธาน ในการดูภาพรวมทั้งหมด
ที่เน้นย้ำคือการนำกฎบัตรอาเซียนและนโยบายรัฐบาลเช่น การท่องเที่ยว ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหายาเสพติด และปัญหาความมั่นคง มากำหนดในแผนด้วย
4 ยุทธศาสตร์ก็มี 1.การบริหารจัดการชายแดนและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามทุกรูปแบบเพื่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากเปิดประชาคมอาเซียนก็เหมือนไม่มีพรมแดน จึงมีการเคลื่อนย้ายคน และทรัพย์โดยเสรี
2.ด้านการท่องเที่ยว การบริการและการลงทุน 3.การป้องกันและปราบปรามทั้งในและนอกอาเซียน และ 4.ด้านการบริหารจัดการและพัฒนาองค์กร เช่น พัฒนาขีดความสามารถด้านภาษาที่ต้องเร่งดำเนินการ
ส่วน 10 โครงการเร่งด่วนก็เช่น การพัฒนาศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศสถานีตำรวจ (CRIMES), ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ชายแดน, การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หรือการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เป็นต้น
ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ กำลังพลของตำรวจจะมีเพียงพอหรือไม่ แน่นอนเมื่อประชาคมอาเซียนมีผล พลเมืองจะต้องเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของแรงงานด้านต่างๆ ไปจนถึงระดับบริหาร กระทั่งนักท่องเที่ยวที่รัฐบาลคาดหวังว่าจะมีมากกว่า 20 ล้านคนผ่านเข้าออกประเทศ
ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ในการจัดระบบภายในของเราเอง ระยะเวลาไม่ถึง 2 ปีหลังจากนี้ทั้งเรื่องการบริหารจัดการและงบประมาณ !!



