
ปชป.หลังพิงฝา
ปชป.หลังพิงฝา : ว่ายทวนอารมณ์ โดยใบตองแห้ง [email protected]
ใครที่เกลียด ปชป.วันที่ 3 มีนาคมนี้ ต้องเชียร์ให้ สุขุมพันธุ์ ชนะ เพราะไม่เช่นนั้น ประชาธิปัตย์อาจเปลี่ยนหัวหน้าพรรค (ฮา)
ปู่พิชัย รัตตกุล “ขาประจำ” ส่งสัญญาณมาแล้ว แม้ ชวน หลีกภัย ยังปกป้องอภิสิทธิ์อย่างแข็งขัน แต่ถ้าเสียฐานที่มั่น กทม. รูปหล่อออกซ์ฟอร์ดก็คงไม่สามารถเล่นลิเกลาออกแล้วกลับมาใหม่เหมือนปี 2554
อันที่จริง การเลือกตั้งผู้ว่าฯ มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง เช่น ตัวผู้สมัคร ซึ่งต้องยอมรับว่าสุขุมพันธุ์เป็น “คนเก่า” + “คนแก่” เสียเปรียบตั้งแต่ในมุ้ง นี่ไม่ใช่พงศพัศเก่งกว่า พงศพัศไม่มีบุคลิกผู้นำ ผู้กล้าตัดสินใจ หรือมีวิสัยทัศน์อะไรเลย แต่ผู้ว่าฯ กทม.ในมายาคติคนกรุงคือ “ผู้รับใช้” ภาพลักษณ์ตำรวจบริกร “จูดี้” จึงทิ้งห่าง “คุณชาย” นักวิชาการผู้อยู่ผิดที่ผิดทางอย่างไม่เห็นฝุ่น
แต่นั่นก็เป็นการตัดสินใจของพรรคด้วยไม่ใช่หรือ
พูดเช่นนี้ไม่ใช่เชื่อว่าพงศพัศนอนมาตามโพลล์ เพราะดูยังไงคะแนนจัดตั้ง ปชป.เหนือกว่า กลไกต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งก็น่าจะเอื้อ ปชป.มากกว่า แต่ใครแพ้ใครชนะ ผลสะท้อนต่างกัน เพื่อไทยแพ้ก็แค่ยักไหล่ ถ้าได้คะแนนสูงกว่าเดิมเป็นแสนๆ ยิ่งคุยได้ แต่ ปชป.สิ แพ้แล้วจะเหลือที่ซุกหัวนอนไหม ฮิฮิ
ความจริงเราเลือกผู้ว่าฯ นะครับ ไม่ใช่เลือกฝ่ายค้าน พวกที่ปลุกระดมว่า “รักษาเมืองหลวงไว้ไม่ให้ตกอยู่ในอุ้งมือมาร” เหลวไหลเลอะเทอะ พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งยึดเมืองหลวงยึดทั้งประเทศไปนานแล้ว ยังไม่รู้อีกเรอะ นี่มันแค่เลือกเทศบาลเก็บขยะ เพียงแต่คะแนนนิยมก็จะมีนัยสะท้อนกลับไปยังการเมืองระดับชาติอย่างช่วยไม่ได้
โดยเฉพาะเมื่อ ปชป.เองปลุกกระแส “เผาบ้านเผาเมือง” เป็นเครื่องมือในโค้งสุดท้าย ลากความขัดแย้งแบ่งขั้วลงมาอยู่ในการเลือกตั้งท้องถิ่น ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่ถ้าสุขุมพันธุ์แพ้ ก็จะมีส่วนสะท้อนว่าคนกรุงเบื่อหน่ายวิธีเล่นการเมืองแบบ ปชป.ยุค “สายล่อฟ้า” เต็มที
ปชป.เล่นเกมนี้เหมือนยิ่งถีบสุขุมพันธุ์เข้ารกเข้าพง เพราะถ้าย้อนไปดูเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553 อันที่จริงคุณชายหมูเป็นเสียงข้างน้อยที่ยังมีมนุษยธรรม ยังเห็นแก่ชีวิตมวลชนเสื้อแดง พยายามหาหนทางเจรจาท่ามกลางกระแส “ฆ่ามันๆ”
ปชป.เล่นเกมนี้หวังผลอะไร การหาเสียงโค้งสุดท้ายต้องดึงคะแนนคนกลางๆ ที่ยังไม่ตัดสินใจไม่ใช่หรือ คนที่เกลียดทักษิณ เกลียดเพื่อไทย เกลียดเสื้อแดง ยังมีที่ไม่ตัดสินใจอยู่หรือ คนเหล่านี้ถ้าไม่เลือก ปชป.อยู่แล้ว ก็เป็นพวกมวลชนพันธมิตรที่แตกกระจายไปเลือกผู้สมัครอิสระ ปชป.พยายามจะดึงคนเหล่านี้กลับมา แต่ด้านลบล่ะ มันแปลว่า ปชป.ยังหากินกับการตอกลิ่มความขัดแย้ง ซึ่งคนกลางๆ อาจไม่อยากเห็นอย่างนั้น
ไม่ว่าสุขุมพันธุ์ชนะหรือแพ้ ปชป.ควรตักน้ำใส่ขัน แล้วตั้งสมาธิทบทวนตัวเอง เพราะไม่ใช่แค่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ โพลล์สำรวจความนิยมรัฐบาลในรอบ 1 ปีครึ่งแม้ออกมาว่ารัฐบาล “สอบตก” ได้แค่ 4.87 คะแนน แต่ ปชป.ได้แค่ 3.86 คะแนน (มิพักต้องพูดถึงเพื่อไทยได้ 5.44) ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ปชป.เคยแต่เป็นรัฐบาลแล้วแย่ เป็นฝ่ายค้านแล้วรุ่ง แต่ตอนนี้จะเป็นอะไรก็สอบตก
ปชป.อาจเคยถูกตั้งฉายา “ช่างทาสี” “เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น” แต่ก็ยังไม่แย่เท่า 6 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เรียกหามาตรา 7 สนับสนุนเผด็จการ ปกป้องรัฐธรรมนูญรัฐประหาร
แพ้เลือกตั้งแล้ว ปชป.ก็ยังกอดฐานเสียงสุดขั้วสุดโต่ง ไม่เคยคิดเอาชนะใจคนเลือกเพื่อไทย คิดแต่จะเอาชนะด้วยวิถีทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย หวังให้เกิดกลียุค โค่นล้มรัฐบาล ความผิดที่เกิดขึ้นก็ไม่เคยรับผิดชอบ ยกตัวอย่าง เหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553 พูดอย่างให้ความเป็นธรรม โทษ ปชป.ข้างเดียวก็ไม่ได้ แต่คุณเป็นรัฐบาลจะไม่รับผิดชอบเลยหรือ
พอมีข้อเสนอนิรโทษกรรม ปชป.ก็บอกให้นิรโทษเฉพาะความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งที่ควรนิรโทษตั้งแต่รัฐบาลตัวเองแล้ว จะได้ใจคนอย่างมาก ทำไมไม่ทำ ปล่อยให้มวลชนเสื้อแดงติดคุก 6 เดือนถึงปีครึ่ง ในความผิดฐานชุมนุมขัดขวางแหล่งช็อปปิ้งคนกรุง
ผมไม่เดือดร้อนหรอก ถ้า ปชป.ไม่ปรับเปลี่ยน เพราะไม่ได้ปรารถนาดีกับ ปชป.(ฮา) เพียงแต่ในระบอบประชาธิปไตยไม่สามารถขาดฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อย่างมีน้ำหนัก มีเหตุผล เมื่อมีแต่ฝ่ายค้านแบบ “สายล่อฟ้า” หรือวัชระ เพชรทอง รัฐบาลถึงได้ย่ามใจ ตั้งพวกเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจกันเอิกเกริก กระทั่งบวชไม่กี่วันยังได้เป็นพระปลัด นี่แสดงว่าฝ่ายค้านไม่มีน้ำยาเลย
.............
(หมายเหตุ : ปชป.หลังพิงฝา : ว่ายทวนอารมณ์ โดยใบตองแห้ง [email protected])



