
ยึดเนื้อ'ค่างเทา'เมนูยอดฮิตอาหารป่า
ยึดเนื้อ'ค่างเทา'หนัก200กก. เมนูยอดฮิต...ร้านอาหารป่า : ตะลุยข่าวโดยสายชล ศรีนวลจันทร์
ปัญหาการล่าสัตว์ป่าคุ้มครองนับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ล่าสุดทหารค่ายทัพยาเสือ กองกำลังสุรสีห์ จับกุมเครือข่ายค้าสัตว์ป่าชาวกะเหรี่ยงได้ ระหว่างลำเลียงเนื้อค่างเทา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง น้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัม ออกจากพื้นที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี หวังไปจำหน่ายให้ร้านอาหารป่าในพื้นที่ใกล้เคียง
ปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายค้าซากสัตว์ป่าครั้งนี้เกิดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธุ์ ที่ผ่านมา ร.ท.สุทิน ก่ำภัคสร หัวหน้าชุดปฏิบัติการสวนป่า กองพลพัฒนาที่ 1 นำกำลังหทารจากหน่วยเฉพาะกิจค่ายทัพพระยาเสือ กองกำลังสุรสีห์ ซึ่งสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ตำรวจ สภ.สวนผึ้ง ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 173 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่นํ้าภาชี และเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 บ้านโป่ง ไปตั้งด่านตรวจค้นที่บ้านห้วยผาก ช่องทางบ้านโป่งแห่ง หมู่ 6 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่า เครือข่ายค้าสัตว์ป่าจะลักลอบขนซากสัตว์ป่าคุ้มครองออกนอกพื้นที่
กระทั่งพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บท 376 ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งตรงกับที่ได้รับแจ้งจากสายลับขับผ่านจุดสกัดตรวจค้นจึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจค้น พบในกระบะท้ายรถมีถุงปุ๋ย 4 ถุงวางอยู่ จึงได้เปิดปากถุงตรวจสอบพบภายในบรรจุเนื้อค่างเทา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ผ่านการชำแหละและหมักเกลือแล้วจำนวน 206 กิโลกรัม มูลค่าการซื้อขายในตลาดค้าสัตว์ป่ากว่า 8 หมื่นบาท จึงยึดไว้เป็นของกลางและควบคุม นายทีบ่อ ซาแบ้ อายุ 26 ปี ชาวกะเหรี่ยง อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่บ้านห้วยผาก หมู่ 6 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี คนขับรถไว้ดำเนินคดีในข้อหาครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และมีไว้เพื่อค้าซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท จำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
จากการสอบสวนนายทีบ่ออ้างว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายทุนให้นำเนื้อค่างเทาไปส่งมอบให้พ่อค้าเนื้อสัตว์ป่า ซึ่งนัดหมายกันที่ถนนทางเข้าหน้าศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน หมู่ 5 ต.สวนผึ้ง โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 1,500 บาท ซึ่งทำมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่เนื้อค่างเทามีกลุ่มนายพรานเข้าไปล่าออกมาจากป่าเทือกเขาตะนาวศรีบริเวณแนวชายแดนไทย-พม่า มาจำหน่ายต่อให้ขบวนการค้าสัตว์ป่าไปจำหน่ายต่อให้ร้านอาหารป่าเพื่อปรุงอาหารจำหน่ายให้ผู้นิยมบริโภคเนื้อสัตว์ป่า
หลังการจับกุมนายทีบ่อ ชุดจับกุมได้ส่งมอบให้ตำรวจ สภ.สวนผึ้ง รับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งจะมีการขยายผลติดตามจับกุมเครือข่ายค้าสัตว์ป่าที่เหลือ ซึ่งมีเบาะแสว่า เนื้อค่างเทาที่ยึดได้ครั้งนี้เตรียมที่จะส่งไปขายให้ร้านอาหารป่าในพื้นที่ อ.สวนผึ้ง และ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งตำรวจจะขยายผลติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับนายวิฑูรย์ เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่ระบุว่า เนื้อสัตว์ป่า โดยเฉพาะเก้ง กวาง เลียงผา กบภูเขา งูเห่า รวมถึงค่างเทา ที่ได้จากการล่าจากป่าบริเวณตะเข็บชายแดนไทย-พม่า บริเวณเทือกเขาตะนาวศรี เป็นที่ต้องการของร้านอาหารประเภทอาหารป่าในสวนผึ้ง และพื้นที่ใกล้เคียงมาก เนื่องจากเป็นที่ต้องการของลูกค้าซึ่งเป็นผู้นิยมบริโภคเนื้อสัตว์ป่าจากต่างพื้นที่ซึ่งเดินทางมาเพื่อมาลิ้มรสเนื้อสัตว์ป่าโดยเฉพาะ แม้ราคาค่าอาหารจะค่อนข้างแพง แต่ลูกค้าไม่เกี่ยงราคา จึงทำให้เกิดขบวนการลักลอบล่าสัตว์ป่ามาจำหน่ายให้ร้านอาหารประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าระบุว่า "ค่างเทา" เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีขนตามลำตัวเป็นสีเทาเข้ม ปลายขนเป็นสีขาวหรือสีเงิน ทำให้แลดูคล้ายผมหงอกของมนุษย์ อันเป็นที่มาของชื่อ บนหัวมีขนยาวเป็นหงอนแหลม ใบหน้ามีสีดำไม่มีวงแหวนสีขาวรอบดวงตา มือและเท้าเป็นสีดำ ลูกค่างที่เกิดใหม่ขนตามลำตัวจะเป็นสีเหลืองทอง มีความยาวลำตัวถึงหัว 49-57 เซนติเมตร ความยาวลำตัวถึงหางประมาณ 72-84 เซนติเมตร น้ำหนัก 6-8 กิโลกรัม
ทั้งนี้ "ค่างเทา" จะอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ฝูงละประมาณ 10-15 ตัว ในป่าบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี มีพฤติกรรมอาศัยอยู่บนต้นไม้สูง กินใบอ่อนของต้นไม้ ผลไม้ และแมลงตัวเล็กๆ เป็นอาหาร โดยจะออกหากินในเวลากลางวัน ปัจจุบันถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เนื่องจากใกล้สูญพันธุ์
.......................
(หมายเหตุ : ยึดเนื้อ'ค่างเทา'หนัก200กก. เมนูยอดฮิต...ร้านอาหารป่า : ตะลุยข่าวโดยสายชล ศรีนวลจันทร์)



